เรื่อง

ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก เรือใบนำฝูงโด่ง สถานการณ์ท้ายตาราง ดาวซัลโวล่าสุด

ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก แชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ปล่อยให้สามแต้มหลุดลอย

ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก หลังเปิดบ้านไล่ถลุงเอาชนะ วัตฟอร์ด 3-1 รั้งจ่าฝูงต่อไป โดยมีแต้มนำ อันดับ 2 “หงส์แดง” ที่แข่งน้อยกว่าเป็น 4 คะแนนแล้ว
เกมพรีเมียร์ลีก เข้าสู่โค้งสุดท้ายกันแล้ว วีกที่ 30 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา สถานการณ์หัวตาราง “เรือใบสีฟ้า” แผ่วไม่เป็น หลังได้ฮีโร่นามว่า “ราฮีม สเตอร์ลิง” ตะบันแฮตทริกใส่ “แตนอาละวาด” 3-1 ซึ่งแม้เกมจะจบไปแล้วแต่มีดราม่าให้พูดกันไม่จบ จากจังหวะได้ประตูแรกของแมนฯซิตี้

กับ 3 แต้มล้ำค่าของ “เรือใบสีฟ้า” ทำให้พวกเขาหนี ลิเวอร์พูล ที่มีคิวแข่งในวันอาทิตย์ไปเป็น 74 คะแนน นำ “หงส์แดง” ถึง 4 คะแนน โยนความกดดันให้ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ มาแบบเต็มๆ

ส่วนอีกหนึ่งทีมหัวตารางอย่าง สเปอร์ส ที่เกมนี้พวกเขาน่าจะบุกมาคว้าชัยเหนือรังนักบุญได้ หลัง แฮร์รี่ เคน ซัดให้ทีมนำก่อน แต่ทว่าช่วง 15 นาทีสุดกลับแผ่วปลาย โดน เซาธ์แฮมป์ตัน รัวสองเม็ดติดแซงเข้าวินเฉย และสองประตูที่ทำได้มาจาก ยานน์ วาเลรี่ และเจมส์ วอร์ด-พราวส์ สองแข้งตัวแสบที่ยิง “ปีศาจแดง” ในนัดที่แล้ว

ซึ่งความพ่ายแพ้ของ สเปอร์ส ทำให้พวกเขาปราชัยเป็นนัดที่ 3 ใน 4 เกมล่าสุดที่ไม่ชนะทีมใดเลย เสียดาย 12 แต้ม พวกเขาเก็บได้คะแนนเดียว เลยยืนหยุดรอ “ปีศาจแดง” หรือ อาร์เซน่อล ที่จะมีคิวดวลแข้งกันในช่วงดึกของคืนวันอาทิตย์นี้

และหากผลเป็นฝั่งทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา บุกเอาชนะปืนใหญ่ได้สำเร็จ ผีแดง จะทำแต้มเท่าสเปอร์ที่ 61 คะแนนทันที คราวนี้ก็ต้องมาวัดลูกได้เสียกันล่ะ…

ด้านสถานการณ์ของโซนท้ายตาราง แข่งขันกันเกือบหมดทุกทีม ฮัดเดอร์สฟิลด์ พ่ายอีกจมบ๊วยต่อและน่าจะคว้าตั๋วกลับสู่แชมเปี้ยนชิพเป็นทีมแรกแน่นอนแล้ว

เช่นเดียวกับรองบ๊วยอย่าง ฟูแล่ม ที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนตัวกุนซือกี่รายผลงานทีมก็ไม่ดีขึ้น ล่าสุดบุกพ่ายให้ เลสเตอร์ ทำให้มีแต้มตามหลังโซนปลอดภัยถึง 13 คะแนน กระนั้นก็ยังมีลุ้นรอดตายเช่นกันแม้ว่ามันจะยากเพราะเหลืออีก 8 เกมที่เหลือ

กลับกลายเป็นว่า คาร์ดิฟฟ์ มีโอกาสรอดมากกว่า ชัยชนะเหนือ “ขุนค้อน” ในวันนี้ทำให้มี 28 คะแนนตามหลัง เบิร์นลี่ย์ อันดับ 17 แค่ 2 คะแนนเท่านั้น ซึ่งโควต้าหล่นตกชั้นทีมสุดท้าย คาดว่าน่าจะลุ้นกันยาวๆ ทั้ง คาร์ดิฟฟ์ เบิร์นลี่ย์ เซาธ์แฮมป์ตัน, ไบรท์ตัน, คริสตัล พาเลซ รวมทั้ง นิวคาสเซิ่ล ที่แม้วันนี้จะซัด 3 เม็ดรวดใส่เอฟเวอร์ตัน เก็บสามแต้ม แต่ทีมยังยังมีโอกาสตกชั้นได้เช่นกัน

ปิดท้ายที่ดาวซัลโวเกมเมื่อวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา 3 เม็ดของจ่าฝูง “เรือใบ” ไร้ชื่อของ กุน อเกวโร่ เป็นผู้ทำประตูทำให้ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ยังหยุดอยู่ที่ 18 ประตู ตามมาด้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ช่วงหลังสุดฟืดไม่ยิงมาหลายเกมแล้ว

หยุดอยูที่ 17 เม็ดเท่ากับ แฮร์รี่ เคน ที่ซัดให้ทีมขึ้นนำนักบุญ

ส่วนอันดับ 4 เป็น ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง หยุดที่ 16 ประตู ตามมาด้วย ราฮีม สเตอร์ลิง ที่วันนี้ระเบิดแฮตทริกเพิ่มมาเป็น 15 เม็ดอย่างรวดเร็ว

ด้าน “เจมี่ วาร์ดี้” อดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษ วันนี้ยิงเพิ่มอีกสองประตู ทำให้ตะบันไปแล้ว 12 เม็ด เท่ากับ โรเมลู ลูกากู, เอแด็น อาซาร์ และอเล็กซองด์ ลากาแซตต์

และนี่คือ สรุปตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ล่าสุด พร้อมอัพเดทตำแหน่งดาวซัลโว ประจำวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม ที่ผ่านมา

ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก
ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.siamsport.co.th

แสบ

แสบ ! เจสซี่ ลินการ์ด ฉลาดเลี่ยงตอบใครแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในซีซั่นนี้

แสบ ! เจสซี่ ลินการ์ด มิดฟิลด์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สมเป็นเด็กผีเต็มตัว หลังแกล้งเจ็บคอเพื่อเลี่ยงตอบคำถามว่าอยากเห็นทีมไหนระหว่าง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีในซีซั่นนี้

แสบ ! เจสซี่ ลินการ์ด กองกลางตัวเก่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฉลาดไม่ใช่เล่นเมื่อโดนยิงคำถามว่าอยากเห็นสโมสรไหนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ ระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล, “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ “ไก่เดือยทอง” ท็อตน่อม ฮ็อทสเปอร์

แสบ

สำหรับในเวลานี้ ลิเวอร์พูล ยังคงนำเป็นจ่าฝูงด้วยการมีแต้มเหนือกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3 คะแนน (ก่อนที่ แมนฯ ซิตี้ จะลงแข่งกับ เอฟเวอร์ตัน วันพุธนี้) ขณะเดียวกัน สเปอร์ส ก็ยังมีโอกาสที่จะพลิกสถานการณ์ปาดหน้าหยิบชิ้นปลามันไปครอบครองเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ แกรี่ เนวิลล์ ตำนานฟูลแบ็กของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยทิ้งวาทะเด็ดเอาไว้ตอนที่ต้องเลือกหนึ่งในสองสโมสรคู่อริตลอดกาลของ “ปีศาจแดง” ว่าทีมใดจะเป็นแชมป์ ด้วยการบอกว่าการเลือกแบบนี้ยากจะทำใจได้จริงๆ

คราวนี้เป็นคิวของ ลินการ์ด ซึ่งอยู่ร่วมงานโปรโมทโคคา-โคล่า กับ พรีเมียร์ลีก ที่โดนถามว่าเขาอยากเห็นทีมไหนเป็นแชมป์ลีกจากทั้งหมด 3 ทีมที่มีลุ้นแชมป์ในเวลานี้ โดยดาวเตะทีมชาติอังกฤษ หัวไวเป็นกรดด้วยการแกล้งป่วยจะได้ไม่ต้องตอบคำถามนี้ “ผมเจ็บคอไม่ค่อยมีเสียง ผมคงตอบคำถามนี้ไม่ได้”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.siamsport.co.th

ลิเวอร์พูลสะดุด

ลิเวอร์พูลสะดุด ! บ่อนผู้ดีปรับราคาแมนซิตี้เต็ง1ซิวแชมป์ลีก

ลิเวอร์พูลสะดุด บ่อนรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษหลายแห่งต่างก็เปลี่ยนให้ แมนฯ ซิตี้ เป็นเต็ง 1 ที่จะได้แชมป์ลีกในซีซั่นนี้ไปเชยชม ภายหลัง ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลสะดุด บ่อนรับพนันถูกกฎหมายหลายแห่งของประเทศอังกฤษ ปรับอัตราต่อรองให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2018-19 ไปครอง

หลังจากที่ล่าสุด ลิเวอร์พูล ทำได้เพียงบุกไปเสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ถึงสนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม เมื่อวันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ลิเวอร์พูลสะดุด

ลิเวอร์พูล เคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องจนดูมีโอกาสสูงที่จะได้แชมป์ แต่พวกเขาสะดุดอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2019 โดยทัพ “หงส์แดง” เก็บชัยชนะในลีกได้เพียง 2 เกม จากทั้งหมด 5 นัด จนทำให้ถึงแม้จะยังเป็นจ่าฝูงด้วยผลงาน 62 คะแนน จากการลงเล่น 25 นัด แต่ แมนฯ ซิตี้ ก็ตามหลังพวกเขาเพียงแค่ 3 แต้มเท่านั้น

เรื่องดังกล่าวทำให้บ่อนรับพนันถูกกฎหมายหลายแห่งมองว่า ลิเวอร์พูล จะพ่ายแพ้ให้กับแรงกดดัน และโดน แมนฯ ซิตี้ แซงซิวแชมป์ไปครองในบั้นปลาย อย่างเช่น เบ็ทแฟร์ ที่ปรับให้ “เรือใบสีฟ้า”

เป็นเต็ง 1 ด้วยราคา 5/6 (แทง 6 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) ส่วนราคาของ ลิเวอร์พูล กลายเป็น 1/1 (แทง 1 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) และ สกายเบ็ท ที่เปลี่ยนราคาของ แมนฯ ซิตี้ เป็น 5/6 เหมือนกัน ขณะที่ของ ลิเวอร์พูล อยู่ที่ 11/10 (แทง 10 จ่าย 11 ไม่รวมทุน) เป็นต้น

ขอบคุณแหล่งที่มา   http://www.siamsport.co.th

เหนือกว่าเห็นๆ

เหนือกว่าเห็นๆ ! พอชโวท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สมควรเชือดนิวคาสเซิ่ล

เหนือกว่าเห็นๆ ! เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ลั่น “ไก่เดือยทอง” สมควรได้เฮแล้ว หลังเปิดบ้านเชือด นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 พร้อมยันเกมใหญ่วันอาทิตย์นี้ ตนจะไม่เชียร์ อาร์เซน่อล คว่ำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แน่นอน

เหนือกว่าเห็นๆ ! เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เชื่อว่า ทีมตนคู่ควรกับการได้ชัยชนะแล้ว หลังจากที่เปิดรัง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม พิชิต นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-0 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

เหนือกว่าเห็นๆ

สเปอร์ส มาได้ประตูชัยในช่วง 7 นาทีสุดท้าย จากการยิงของ ซน ฮึง-มิน ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้ “ไก่เดือยทอง” แซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นมารั้งอันดับสองชั่วคราว และมีคะแนนตามหลัง ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง 4 แต้ม

“ผมคิดว่า เราได้ชัยชนะที่คู่ควรแล้ว เราเล่นได้เหนือกว่าและควบคุมเกมไว้ได้หมด เกมนี้เราเล่นด้วยความอดทน นิวคาสเซิ่ล เป็นทีมที่ประสานงานดีมาก และไม่เปิดพื้นที่ให้เราเล่น แต่เราก็สร้างโอกาสได้บ้างในช่วงครึ่งแรก ช่วงครึ่งหลังพวกเขาดูมีความมั่นใจมากขึ้น แต่ความเชื่อมั่นของพวกเราก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน และสุดท้าย ซน ก็มาทำประตูให้เราได้ นักเตะของเราทุกคนสมควรได้รับการชื่นชมสำหรับความทุ่มเท” กุนซือชาวอาร์เจนไตน์วัย 46 ปี กล่าว

แมนฯ ซิตี้ จะแซง สเปอร์ส กลับขึ้นที่สองทันที หากไม่แพ้ในเกมที่จะเปิดบ้านดวลกับ อาร์เซน่อล วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ แต่ โปเช็ตติโน่ ยืนกรานชัดเจนว่า จะไม่ส่งกำลังใจเชียร์ทีมคู่ปรับกรุงลอนดอนอย่าง “ไอ้ปืนใหญ่” แน่นอน

“ไม่อะ ทำไมล่ะ? ไม่มีทางแน่นอน” โปเช็ตติโน่ ตอบชัดหลังถูกถามว่า จะเอาใจช่วย อาร์เซน่อล ให้บุกคว่ำ แมนฯ ซิตี้ หรือไม่ “ผมอยากจะชมเกมนี้ก็จริง แต่ผมจะไม่ให้กำลังใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผมแค่อยากจะชมเกมนี้เท่านั้น และยอมรับผลการแข่งขันที่ออกมา ซึ่งผมก็แฮปปี้หมดแหละ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     http://www.siamsport.co.th

ไม่ได้มีแค่2ทีม

ไม่ได้มีแค่2ทีม ! ซนฮึง-มิน หัวหอกลั่นสเปอร์สมีลุ้นแชมป์ลีก

ไม่ได้มีแค่2ทีม ซน ฮึง-มิน หัวหอก สเปอร์ส ประกาศชัด ทีมของตนก็มีลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก เหมือนกัน พรัอมกระตุ้นให้เพื่อนร่วมทีมสนใจเฉพาะเกมของพวกเขาเองเท่านั้น

ไม่ได้มีแค่2ทีม ซน ฮึง-มิน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวว่าทีมของตนมีลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ร่วมกับทั้ง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเต็มที่ หลังจากล่าสุด “ไก่เดือยทอง” เปิดรัง เวมบลีย์ เอาชนะ วัตฟอร์ด 2-1 ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา

ช่วงที่ผ่านมาหลายคนมองว่ามีเพียงแค่ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี้ ที่จะขับเคี่ยวลุ้นแชมป์ลีกกัน โดยที่ “หงส์แดง” นำเป็นจ่าฝูงด้วยผลงาน 61 คะแนน จากการลงเล่น 24 นัด ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” เก็บไปแล้ว 56 คะแนน ส่วนของ สเปอร์ส อยู่ที่ 54 แต้ม

ไม่ได้มีแค่2ทีม
ดาวเตะทีมชาติเกาหลีใต้เผยว่า “ผมไม่สนหรอกว่าคนอื่นจะพูดว่า ลิเวอร์พูล หรือ แมนฯ ซิตี้ จะเป็นแชมป์ เพราะเราเองก็ยังมีลุ้นแชมป์อยู่ และเราจะเดินหน้าเพื่อคว้าแชมป์มาครองให้ได้

เราจะดูกันว่าพอจบฤดูกาลนี้แล้วมันจะเป็นยังไง พวกเขาต่างก็เป็นทีมที่ดีมากๆ เหมือนกับเรา เราก็แค่ต้องมีสมาธิกับตัวเอง เราต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้ทุกนัด นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ฤดูกาลนี้มันยังเหลือให้เล่นอีกหลายนัด”

“เราไม่อยากคิดเกี่ยวกับทีมอื่น หลายเรื่องมันเกิดขึ้นได้ คุณไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เราก็แค่เชื่อมั่นในเกมของเราเอง, เก็บแต้มให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และดูว่าพอจบฤดูกาลแล้วมันจะเป็นยังไง”

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.siamsport.co.th

เป๊ปรับสภาพ

เป๊ปรับสภาพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล่นผิดฟอร์มทำพ่ายนิวคาสเซิ่ล

เป๊ปรับสภาพ โจเซป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ แมนฯ ซิตี้ ก้มหน้ารับ “เรือใบสีฟ้า” ทำผลงานได้ห่วยสุดๆ ในนัดที่พ่าย นิวคาสเซิ่ล 1-2 พร้อมยัน ไม่เคยประมาท “สาลิกาดง” แม้แต่นิดเดียว

เป๊ปรับสภาพ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่าทีมของตนเล่นได้แย่สุดๆ ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่พวกเขาออกไปแพ้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แบบพลิกล็อก 1-2 ที่สนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค เมื่อวันอังคารที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา

เป๊ปรับสภาพ

หลายคนคิดว่า แมนฯ ซิตี้ จะเก็บ 3 แต้มเต็มได้แบบไม่ยากเย็น จากการที่มีชื่อชั้น และขุมกำลังที่ดีกว่า ซึ่งพวกเขาก็ออกสตาร์ตได้ดีด้วยการขึ้นนำตั้งแต่ราว 24 วินาทีแรกด้วยผลงานของ

เซร์คิโอ อเกวโร่ แต่หลังจากนั้นทีมเยือนกลับทำอะไรเพิ่มไม่ได้ ขณะที่เจ้าถิ่นมาได้ 2 ประตูจาก ซาโลมอน รอนดอน ในนาทีที่ 66 และลูกจุดโทษของ แม็ตต์ ริตชี่ ในนาทีที่ 80 ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” ยังมีแค่ 56 คะแนนเท่าเดิม จากการลงเล่น 24 นัด ไม่สามารถลดช่องว่างที่ตามหลัง ลิเวอร์พูล อยู่ 4 แต้มได้

“มันไม่ใช่คืนที่ดีที่สุดของเรา เราไม่ได้เล่นกันด้วยฟอร์มที่ดีที่สุด บางครั้งมันก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ และผมก็เข้าใจลูกทีมของผมดี เราไม่ได้เล่นกันด้วยฟอร์มตามปกติ บางครั้งมันก็เกิดเรื่องแบบนี้ น่าเศร้าที่สุดท้ายเราเก็บชัยชนะไม่ได้” กวาร์ดิโอล่า ระบุ

อดีตนายใหญ่ บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค ยืนยันว่าทีมของตนไม่ได้ประมาท นิวคาสเซิ่ล แม้แต่นิดเดียว โดยหลังถูกถามว่า แมนฯ ซิตี้ ประมาท นิวคาสเซิ่ล หรือไม่นั้น เจ้าตัวก็ตอบว่า

“ไม่เลยนะ เมื่อคุณได้ลุ้นแชมป์ 4 รายการ มันก็เป็นเพราะคุณไม่เคยมองข้ามรายการไหน หรือประมาททีมไหนแม้แต่ทีมเดียว เมื่อคุณเก็บได้ 100 แต้ม (เมื่อฤดูกาลก่อน) มันก็เป็นเพราะคุณไม่ได้ประมาทใครทั้งนั้น ถ้าคุณประมาทคู่แข่งแล้วล่ะก็ คุณก็คงไม่ได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของรายการ คาราบาว คัพ หรอก”

“บางครั้งเราก็ไม่สามารถเล่นในระดับที่ต้องการได้ มันเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา ทุกคนต่างก็เล่นได้แย่กันทั้งนั้น ไม่ได้มีแค่ใครคนใดคนหนึ่งที่ทำผลงานได้น่าผิดหวัง สาเหตุที่วันนี้เราไม่ชนะมันเป็นเพราะเราไม่ได้เล่นด้วยฟอร์มที่ดีที่สุด มันก็เท่านั้นเอง”

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.siamsport.co.th

ทำสถิติแต่แพ้

ทำสถิติแต่แพ้ ! เซร์คิโอ อเกวโร่ยิงเร็วสุดพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้

ทำสถิติแต่แพ้ เซร์คิโอ อเกวโร่ ดาวยิง แมนฯ ซิตี้ เป็นคนที่ทำประตูได้เร็วที่สุดของ พรีเมียร์ลีก

ทำสถิติแต่แพ้ เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นคนที่ทำประตูได้เร็วที่สุดของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาลนี้ หลังจากทำสกอร์ได้ตั้งแต่ 24 วินาทีแรก ในเกมที่ต้นสังกัดออกไปแพ้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-2 ถึงสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค เมื่อวันอังคารที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา

ทำสถิติแต่แพ้
ก่อนหน้านี้คนที่ทำประตูในเกม พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาลนี้ได้เร็วที่สุดคือ มาเธียส ยอร์เกนเซ่น ดาวเตะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ในเกมที่ทีมของเขาเจอกับ

ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน เมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเหมือนกับตลกร้ายที่เกมนั้น ฮัดเดอร์สฟิลด์ ก็แพ้ไป 1-2 เช่นกัน

ทั้งนี้ อเกวโร่ ไม่ได้เป็นคนที่ทำประตูได้เร็วที่สุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก เพราะอันดับ 1 ได้แก่ เล็ดลี่ย์ คิง อดีตกองหลัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ทำประตูได้หลังเริ่มเกมไปเพียง 9.82 วินาที ในนัดที่ “ไก่เดือยทอง” เจอกับ แบรดฟอร์ด ซิตี้ เมื่อเดือนธันวาคมปี 2000

นอกจากนี้ ผลงานในนัดล่าสุดก็ไม่ได้ทำให้ อเกวโร่ เป็นคนที่ทำประตูในลีกได้เร็วที่สุดของ แมนฯ ซิตี้ เช่นกัน โดยเจ้าของสถิตินั้นคือ เฆซุส นาบาส ปีกชาวสแปนิชที่เคยทำประตูได้ในเกมกับ สเปอร์ส เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2013 หลังจากเริ่มการแข่งขันไป 13 วินาที

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.siamsport.co.th

บิ๊กแมตช์ 

บิ๊กแมตช์! แมนยูดวลเชลซี แมนซิตี้งานเบา จับติ้วเอฟเอ คัพ รอบ 5

บิ๊กแมตช์ ผลการจับสลาก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย

บิ๊กแมตช์ ประกบคู่ออกมาแล้วเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา
การแข่งขันฟุตบอลน็อคเอาท์ รายการที่เก่าแก่ที่สุดของโลก เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ ประจำฤดูกาล 2018-19 เดินทางมาถึงรอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายของการแข่งขันแล้ว โดยอีก 5 คู่ยังคงต้องรีเพลย์แมตช์กันในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อหาผู้ชนะผ่านเข้ามาเล่นในรอบห้าต่อไป

โดยการจับสลากรอบนี้มี เอียน ไรท์ อดีตตำนานแข้งอาร์เซน่อล ซึ่งคว้าแชมป์รายการนี้สองสมัย กับ อเล็กซ์ สกอตต์ แข้งสาวของ “ปืนใหญ่” วัย 34 ปี ซึ่งพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ วูเมนส์ เมื่อฤดูกาล 2015-16 โดยการจับสลากจะหยิบลูกบอลที่มีหมายเลขของแต่ละทีมไว้มาประกบคู่กัน

ซึ่งผลการประกบคู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนั้นปรากฎว่า “แชมป์เก่า” เชลซี ที่ผ่านเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ในรอบ 4 จะเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำบิ๊กแมตช์กับ “ปีศาจแดง” แชมป์รายการนี้ 12 สมัย หลังเพิ่งปราบ อาร์เซน่อล ในรอบ 4 มาล่าสุด ซึ่งถือเป็นรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศรายการนี้เมื่อปีที่แล้ว หลัง “สิงห์บลูส์” เฉือนคว้าชัยเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 จากจุดโทษของ เอแด็น อาซาร์

บิ๊กแมตช์ 
ด้านอีกทีมเต็งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นที่ผ่านมาหลังไล่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ เจอกับงานไม่หนักเมื่อต้องออกไปเยือน มิดเดิ้ลสโบรช์ (แชมเปี้ยนชิพ) หรือ นิวพอร์ท (ลีก ทู)

ทั้งนี้ในรอบ 5 นั้นจะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 18 กุมพันธ์ นี้ ซึ่งรอบนี้จะไม่มีการรีเพลย์แมตช์อย่างรอบที่ผ่านๆมา หากเสมอกันในเวลาจะต่อเวลาพิเศษ หรือดวลจุดโทษหาผู้ชนะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย

สรุปผลการประกบคู่ เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 5 (16ทีมสุดท้าย) มีดังนี้

– บริสตอล ซิตี้ (แชมเปี้ยนชิพ) พบ ชรูว์สบิวรี่ (ลีก วัน) หรือ วูล์ฟแฮมป์ตัน (พรีเมียร์ลีก)

– เอเอฟซี วิมเบิลดัน (ลีก วัน) พบ มิลล์วอลล์ (แชมเปี้ยนชิพ)

– ดอนคาสเตอร์ (ลีก วัน) พบ คริสตัล พาเลซ (พรีเมียร์ลีก)

– มิดเดิ้ลสโบรช์ (แชมเปี้ยนชิพ) หรือ นิวพอร์ท (ลีก ทู) พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

– เชลซี (พรีเมียร์ลีก) พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

– สวอนซี (แชมเปี้ยนชิพ) พบ บาร์เน็ต (นอกลีก) หรือ เบรนท์ฟอร์ด (แชมเปี้ยนชิพ)

– พอร์ทสมัธ (ลีก วัน) หรือ ควีน ปาร์ก เรนเจอร์ส (แชมเปี้ยนชิพ) พบ วัตฟอร์ด (พรีเมียร์ลีก)

– ไบรท์ตัน (พรีเมียร์ลีก) หรือ เวสต์บรอมวิช (แชมเปี้ยนชิพ) พบ ดาร์บี้ (แชมเปี้ยนชิพ)

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ตั๋วเกมนัดปิด

ตั๋วเกมนัดปิด ซีซั่นลิเวอร์พูลหลังราคาบัตรตอนนี้พุ่งไปเกือบ

ตั๋วเกมนัดปิด แฟนบอล ลิเวอร์พูล ที่ยังไม่มีตั๋ว แต่อยากเข้าไปเห็นทีมรักลงเตะนัดสุดท้ายของซีซั่น คงต้องลงทุนหนัก หลังราคาบัตรตอนนี้พุ่งไปเกือบแตะ 250,000 บาทแล้ว

ตั๋วเกมนัดปิด บัตรเข้าชมเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดสุดท้ายของฤดูกาล 2018/19 ที่ ลิเวอร์พูล จะเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ในวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคมนี้

กำลังเป็นที่ต้องการของแฟนบอลอย่างมาก ส่งผลให้ตอนนี้ราคาในตลาดพุ่งขึ้นไปสูงถึงใบละ 6,000 ปอนด์ (ประมาณ 246,000 บาท) เลยทีเดียว

ในเวลานี้ “หงส์แดง” กำลังนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก หลังเตะไปแล้ว 23 นัด มี 60 คะแนน ทิ้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับสอง 4 คะแนน ส่งผลให้บรรดา เดอะ ค็อป ต่างหวังว่า จะได้เห็นทีมรักสิ้นสุดการรอคอยเป็นเวลานาน 29 ปีเสียที

ตั๋วเกมนัดปิด
เว็บไซต์ ไลฟ์ฟุตบอลทิคเกตดอตคอม ซึ่งเปิดจำหน่ายตั๋วทางออนไลน์ในกรุงมาดริด ประเทศสเปน เผยว่า “ตั๋วเกม ลิเวอร์พูล พบ วูล์ฟส์ เป็นที่ต้องการอย่างมากในวงการฟุตบอล เนื่องจากแฟนบอลอยากได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า ลิเวอร์พูล จะได้แชมป์ในวันสุดท้าย”

ขอบคุณแหล่งที่มา   http://www.siamsport.co.th

เฮ8นัดติดเหมือนกัน

เฮ8นัดติดเหมือนกัน! แมนซิตี้ดุถล่มเบิร์นลี่ย์ยับลิ่วเอฟเอ คัพ-โซลชาโผล่ดูเกม

เฮ8นัดติดเหมือนกัน “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำสถิติคว้าชัยชนะเกมที่ 8 ติดต่อกันทุกรายการ

เฮ8นัดติดเหมือนกัน หลังเจองานไม่หนักเปิด เอติฮัด สเตเดี้ยม ดาหน้าไล่ถลุงทีมเยือน เบิร์นลี่ย์ ชนิดเรียงหน้ากันยิงแบบขาดลอย 5-0 ตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไป ซึ่งเกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ของ “ปีศาจแดง” คู่ปรับร่วมเมืองโผล่เข้าไปชมเกมนี้ด้วยเช่นกัน ในศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 4 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม, (แมนเชสเตอร์)

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเกือบยกทีม แนวรุกวาง ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส และแบร์นาร์โด้ ซิลวา ทางด้าน เบิร์นลี่ย์ มี ดไวท์ แม็คนีล รับบทหน้าต่ำอยู่หลัง มาเตจ์ วีดร้า กองหน้าตัวเป้า

ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาได้ประมาณ 12 นาที เกมต้องหยุดชั่วขณะ เมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ แบ็คขวาของเจ้าถิ่นตามไปเปิดบอลจากสุดเส้นหลังด้านขวา แล้วหวดโดนเสามุมธงหัก จนต้องรอให้เจ้าหน้าที่สนามนำเสาอันใหม่มาเปลี่ยน ก่อนเล่นกันต่อไปได้

แมนฯซิตี้ ได้โอกาสก่อนในนาทีที่ 16 เมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ เปิดจากกราบขวาเข้ากลางให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา แปด้วยซ้ายจากกลางกรอบเขตโทษ แต่บอลไปติดขาของ นิค โพพ นายทวารของเบิร์นลี่ย์ ออกหลังไป

นาทีต่อมา เรือใบสีฟ้า ได้โอกาสอีกครั้ง ดานีโล่ แบ็คชาวบราซิล ยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษติดเซฟของ นิค โพพ

ผ่านมา 23 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำจากจังหวะที่ ดานีโล่ แบ็คซ้ายแทงบอลขึ้นหน้าเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายให้ กาเบรียล เชซุส กองหน้าชาวบราซิล วิ่งสอดมารับบอลแล้วพลิกตัดเข้าในแต่งหาเหลี่ยม ก่อนสับด้วยขวาทันทีบอลแฉลบขาของ นิค โพพ นายทวารของเบิร์นลี่ย์ ที่พยายามเซฟ แต่ไม่อยู่ บอลเข้าประตูไปช่วยให้ เรือใบสีฟ้า ออกนำก่อน 1-0 จนได้

เฮ8นัดติดเหมือนกัน
ก่อนหมดครึ่งแรก 4 นาที เจ้าถิ่นได้โอกาส เควิน เดอ บรอยน์ โยนลูกเตะมุมให้กับ จอห์น สโตนส์ ปราการหลังเทคตัวโหม่งหลุดเสาขวาไป หมดครึ่งแรก แมนฯซิตี้ ออกนำก่อน 1-0

กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง เบิร์นลี่ย์ เปลี่ยนเอา แจ็ค คอร์ค ลงสนามแล้วถอด ร็อบบี้ เบรดี้ ออก

กระเถิบมานาทีที่ 52 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ตัวกลั่นจ่ายขึ้นหน้าออกมาทางกรอบเขตโทษด้านขวาให้กับ แบร์นาร์โด ซิลวา ดาวเตะชาวโปรตุกีส ล็อคเข้าในแล้วสับด้วยซ้าย นิค โพพ นายทวารของเบิร์นลี่ย์ รับไม่อยู่บอลปลิ้นเข้าประตูไป

จากนั้นนาทีที่ 61 เรือใบสีฟ้า ทิ้งขาด 3-0 เมื่อต่อบอลกันมาอย่างสวยงาม ก่อนที่จังหวะสุดท้าย ริยาด มาห์เรซ จะป้ายบอลออกมาให้ เควิน เดอ บรอยน์ กระหน่ำยิงจากหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา บอลพุ่งวาบเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด

ล่วงเลยมานาทีที่ 73 เรือใบสีฟ้า นำหายห่วง 4-0 จากจังหวะที่ เควิน ลอง กองหลังของเบิร์นลี่ย์ ทำบอลเข้าประตูตัวเองไป

ท้ายเกม นาที 85 เจ้าบ้านมาได้เม็ดที่ห้าปิดท้ายจากลูกที่จุดโทษ และเป็น เซร์คีโอ อเกวโร่ ที่ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ทีมซัดปิดกล่อง จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังไล่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ ขาดลอย 5-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 ต่อไป

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้: เอแดร์ซง – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, นิโคลัส โอตาเมนดี้, ดานีโล่ – เควิน เดอ บรอยน์ (ฟิล โฟเด้น น.75), แฟร์นานดินโญ่ (ดาบิด ซิลบา น.66), อิลคาย กุนโดกัน – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส (เซร์คีโอ อเกวโร่ “กุน” น.75), แบร์นาร์โด้ ซิลวา

เบิร์นลี่ย์: นิค โพพ – เควิน ลอง, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, เบน กิ๊บสัน – ร็อบบี้ เบรดี้ (แจ็ค คอร์ค น.46), เจฟฟ์ เฮนดริค, สตีเว่น เดอฟูร์ (แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด น.77), ชาร์ลี เทย์เลอร์, สตีเฟ่น วอร์ด – ดไวท์ แม็คนีล – มาเตจ์ วีดร้า (คริส วู้ด น.62)

ผู้ตัดสิน: แกรม สกอตต์

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th