เรื่อง

แม็คโทมิเนย์

4 ประเด็นหลังเกม! แมนฯ ยูไนเต็ด บุกเจ๊า ฮัดเดอร์สฟิลด์ 1-1

แม็คโทมิเนย์ ปีศาจแดง แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดท่าทำได้แค่บุกเสมอกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมบ๊วยตาราง 1-1 ทำให้หมดสิทธิ์จบท็อปโฟร์ซีซั่นนี้ และต้องพลาดคว้าโควตาไปเล่นฟุตบอล ยูฟ่า ชปล. แน่นอนแล้ว และนี่คือ 4 เรื่องที่เกิดขึ้นในเกมนัดนี้

4. สปิริต เดอะ เทอร์เรียร์ส

ปีศาจแดง

ฮัดเดอร์สฟิลด์ ตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก อย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยก่อนที่ฤดูกาลจะสิ้นสุดลงแต่เกมนี้ต้องยกนิ้วให้กับสปิริตของลูกทีม แยน ซีเวิร์ต ที่ต่อกรกับพลพรรค ปีศาจแดง ได้อย่างถึงพริกถึงขิง แม้พวกเขาจะเสียประตูให้กับ ยูไนเต็ด ไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมแต่ท้ายที่สุด ทัพเจ้าตูบ ก็สามารถจบเกมด้วยผลเสมอเขี่ย แมนฯ ยูไนเต็ด หลุดจากการคว้าโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในที่สุด

3. เอ็นเบนซา แผลงฤทธิ์

ปีศาจแดง

ฮัดเดอร์สฟิลด์ พลิกโชว์ฟอร์มในเกมที่อาจจะเป็นแมตช์ที่พวกเขาเล่นได้ดีที่สุดในฤดูกาลนี้แม้พวกเขาจะเป็นฝ่ายเสียประตูไปก่อนตั้งแต่ต้นเกมจากการเล่นอย่างยอดเยี่ยมของ ไอแซค เอ็มเบนซา หัวหอกของพลพรรค เดอะ เทอร์เรียร์ส ผู้ซึ่งเต็มไปด้วยความกระตือรือล้นที่จะล่าตาข่าย ปีศาจ-แดง ก่อนที่จะเป็นคนหวดประตูตีเสมอให้กับทีมสำเร็จในที่สุด

2. มาตรฐานของ ปีศาจแดง

ปีศาจแดง

แม้พลพรรค แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อสามารถทำประตูขึ้นนำได้ก่อน ทว่าหลังจากนั้นพวกเขากลับไม่สามารถรักษาโมเมนตัมของเกมไว้กับตนเองได้ ลูกทีมของ โอเล กุนนาร์ โซลชา ไม่สามารถใช้การครองบอลที่มีมากกว่าสร้างสรรค์โอกาสอันตรายได้เลย บอลจังหวะสุดท้ายของ เร้ดเดวิลส์ หลังจากนั้นน่าผิดหวังสุดๆ เมื่อรวมกับความกระหายของฝั่งเจ้าบ้านที่มีมากกว่าก็ทำให้ผลการแข่งขันลงเอยด้วยการเจ๊ากันในที่สุด

1. ความกระตือรือล้นของ แม็คโทมิเนย์

ปีศาจแดง

ท่ามกลางฟอร์มการเล่นที่น่าผิดหวังของแข้ง ปีศาจ-แดง พวกเขายังมีความหวังในฤดูกาลหน้ากับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ซึ่งเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวของพวกเขาที่แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือล้นในการปั้นเกมให้กับทีมในเกมนี้

ไล่ยัง

ไล่ยัง! แมนยู10คนล้างแค้นไม่สำเร็จ สมอลลิงยิงตัวเองส่งวูล์ฟส์ฯแซงเฮ

ไล่ยัง “ปีศาจแดง” ล้างแค้นไม่สำเร็จเมื่อต้องบุกมาพ่ายให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน เป็นหนที่สองติดต่อกัน

ไล่ยัง หลังเกมนี้ต้องเล่นแค่ 10 คนเมื่อ แอชลี่ย์ ยัง โดนไล่ออก ก่อนที่ทัพ “หมาป่า” จะไล่บดพลิกแซงเอาชนะไปได้ช่วงท้ายเกม 2-1 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ คริส สมอลลิง ส่งผลให้ แมนฯยู แพ้นัดที่ 7 ของซีซั่น ยังรั้งอันดับ 5 ของตารางพรีเมียร์ลีกต่อไป
สนาม : โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม

เกมนัดตกค้างศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอังคารที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมอันดับ 7 เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5

ซึ่งถือเป็นการเจอกันอีกหนหลังล่าสุดเพิ่งจะพบกันในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีม ซึ่งเป็น “หมาป่า” ที่เขี่ย “ผีแดง” ผ่านเข้ารอบต่อไป

ส่วนทางฝั่งของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือแมนฯยูไนเต็ด เกมนี้หากบุกมาคว้าชัยได้จะแซง อาร์เซน่อล ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ทันที ทว่าก่อนเกมทีมต้องเสีย มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่มีอาการป่วยทำให้เกมนี้ ต้องส่ง เจสซี่ ลินการ์ด ลงประสานงานแดนหน้าร่วมกับ โรเมลู ลูกากู มี ปอล ป็อกบา ปั้นเกมกลางสนามร่วมกับ เฟร็ด และสกอตต์ แม็คโทมิเนย์

เกมเริ่มมาได้แค่ 5 นาที ปอล ป็อกบา ถ่ายบอลออกขวาให้ ดีเอโก้ ดาโลต์ สับขาหลอกกระชากถึงเส้นหลังแล้วเปิดบอลมาให้ ลูกากู ขึ้นโขกเต็มหัวแต่บอลไปตรงตัว รุย ปาตริซิโอ เซฟไว้ได้ก่อนที่ คอนเนอร์ โคดี้ จะเคลียร์ออกไป

ไล่ยัง

นาที 14 กลายเป็น “ปีศาจแดง” ที่ได้เฮก่อนเลย เมื่อบุกมาชิงขึ้นนำเจ้าถิ่นก่อน 1-0 บอลจาก ลินการ์ด ทางซ้ายจ่ายย้อนเข้ากลางให้ เฟร็ด ก่อนดาวเตะบราซิเลี่ยนจะจ่ายสั้นๆให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ อัดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งเลียด แม้ รุย ปาตริซิโอ จะพุ่งปัดแต่บอลติดปลายนิ้วเสียบมุมเข้าไป

อีกสามนาทีต่อมา ทีมเยือนน่าจะได้ประตูนำห่างอีก บอลเปิดจากขวามาเข้าหัว เจสซี่ ลินการ์ด ได้โขกจ่อๆไร้ตัวประกบแต่บอลยังไม่พ้นมือ ปาตริซิโอ ที่เซฟไว้ได้

นาที 25 ราอูล ฮิเมเนซ หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่บอลเหินคานออกไปแบบได้เสียว ทว่าจังหวะต่อมาบอลจากหน้าปากประตู “ผีแดง” เด เคอา เปิดบอลสั้นให้ เฟร็ด จับบอลไม่ดีก่อนโดนแข้งเจ้าถิ่นแย่งบอลไป เลยมาถึง ฮิเมเนซ จ่ายบอลเร็วทะลุช่องให้ ดีเอโก้ โชต้า ที่หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดผ่านตัว เด เคอา ให้ วูล์ฟส์ฯ ไล่ตีเสมอ 1-1 สำเร็จ

ไล่ยัง

นาที 43 ดีเอโก้ ดาโลต์ มาเสียเหลี่ยมฟาวล์ วินาเกร จนโดนใบเหลือง ก่อนที่ ชูเอา มูตินโญ่ จะเปิดฟรีคิกเข้าไปลุ้นหน้ากรอบบอลเคลียร์กันไม่ขาดมาถึง รูเบน เนเวส วอลเลย์หน้าหัวกะโหลกไปแฉลบ ลินการ์ด ก่อนเข้ามือเด เคอา

จบครึ่งแรก วูล์ฟแฮมป์ตัน ยังเสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1

ปีศาจแดง ยังบุกกดดันอย่างหนักนาที 55 น่าจะได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ ลูกากู เปิดบอลไปเสาแรกให้ ปอล ป็อกบา เช็ดบอลต่อให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ โขกไปติดมือ รุย ปาตริซิโอ อย่างน่าเสียดาย

ไล่ยัง

แต่แล้ว นาที 57 ทัพผีแดงต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ แอชลี่ย์ ยัง โดนเหลืองที่สองเป็น ใบแดง ถูกไล่ออกจากสนามจากจังหวะที่ แม็คโทมิเนย์ จ่ายบอลล้นไปเข้าทาง ดีเอโก้ โชต้า จะสปีดโต้กลับแล้วแต่ แอชลี่ย์ ยัง พุ่งไปสไลด์จน ไมค์ ดีน ไม่มีทางเลือกต้องแจกใบเหลืองที่สอง

“ปีศาจแดง” หลังตัวน้อยกว่าก็โดนกดดันอย่างหนัก จน โซลชา ต้องแก้เกมด้วยการถอดเอา เฟร็ด ออกแล้วส่ง ฟิล โจนส์ ลงไปช่วยเกมรับ

นาที 73 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แก้เกมอีกครั้งส่ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงไปเล่นแทน โรเมลู ลูกากู ส่วนทางฝั่งเจ้าถิ่นถอดเอา รูเบน วินาเกร ออกแล้วส่ง จอนนี่ กาสโตร ลงเล่นแทน

ไล่ยัง

นาที 77 กลายเป็นแฟนเจ้าถิ่นที่ดีใจกันลั่นสนาม เมื่อ “หมาป่า” มาแซงขึ้นนำ 2-1 จนได้ บอลจาก ชูเอา มูตินโญ่ เปิดบอลเข้ากลางก่อนที่ ฟิล โจนส์ จะขึ้นเบียดกับฮิเมเนซ บอลตกไปโดนสมอลลิ่งที่พยายามจังหวะเคลียร์บอลทำเข้าประตูตัวเองไป

จบเกม วูล์ฟแฮมป์ตัน เปิดบ้านพลิกแซงเอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด 2-1 ตอกย้ำชนะอีกครั้งหลังเพิ่งเขี่ยร่วงจากเอฟเอ คัพ และทำสถิติในซีซั่นนี้ด้วยการไม่แพ้ “ปีศาจแดง” เลยจากการพบกัน 3 ครั้ง

ไล่ยัง

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-5-2) : รุย ปาตริซิโอ – ไรอัน เบนเน็ตต์, คอเนอร์ โคดี้, วิลลี่ โบลี่ – แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, เลอันเดอร์ เดนด็องเกอร์, ชูเอา มูตินโญ่, รูเบน เนเวส (โรแมง ซาอิสส์ น.84)) , รูเบน วินาเกร (จอนนี่ คาสโตร น.76) – ราอูล ฮิมิเนซ, ดีเอโก้ โชต้า (อีวาน คาวาเลียโร่ น.73)

ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต

แมนฯ ยูไนเต็ด (3-5-1-1) : ดาบิด เด เคอา – แอชลี่ย์ ยัง, คริส สมอลลิ่ง, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ – ดีเอโก้ ดาโลต์ (อันเดรีย เปเรยร่า น.84), เฟร็ด (ฟิล โจนส์ น.65), สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา, ลุค ชอว์ – เจสซี่ ลินการ์ด – โรเมลู ลูกากู (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น.73)

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.siamsport.co.th

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาต้องปลื้ม

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาต้องปลื้ม! 3 เหตุผลทำไม เดอ ลิกต์ ควรมาแมนยู

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาต้องปลื้ม มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ แนวรับวัยเพียง 19 ปีของ อาแจ็กซ์ น่าจะเป็นหนึ่งในนักเตะที่เนื้อหอมที่สุดในตอนนี้

โอเล่ กุนนาร์ โซลชาต้องปลื้ม เพราะบรรดาทีมยักษ์ใหญ่มากมายเตรียมต่อคิวยื่นข้อเสนอในซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะ บาร์เซโลน่า ที่มีข่าวอย่างหนักหน่วงมาโดยตลอด แต่ทว่าล่าสุดไม่กี่วันก่อนมีข่าวว่า เอ็ด วู้ดเวิร์ด ได้เดินทางไปยังฮอลแลนด์ แม้จะเป็นแค่การประชุมกับสโมสรอื่น แต่บรรดาสื่อก็ปล่อยเกิดข่าวลือมากมายหนึ่งในนั้นคือการคว้าตัว เดอ ลิกต์ ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าเหตุผลที่เขาควรจะย้ายมาทีมปีศาจแดงคืออะไร
1.ลีกชั้นนำ “พรีเมียร์ลีก”

 โอเล่ กุนนาร์ โซลชาต้องปลื้ม

แนวรับวัย 19 ปีก้าวขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ของ อาแจ็กซ์ ในฤดูกาล 2016/17 และใช้เวลาหนึ่งฤดูกาลเต็มในการยึดตัวจริง ก่อนจะมาทำผลงานได้เฉิดฉายในซีซั่นนี้โดยลงเล่นในลีกทั้งหมด 24 นัดจากทั้งหมด 25 นัด ที่อาแจ็กซ์ ลงแข่งขัน และเขายังเป็นส่วนสำคัญในการพาทีมโค่น เรอัล มาดริด ทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีกด้วย อย่างไรก็ตามก็ต้องยอมรับว่าลีกฮอลแลนด์นั้นยังไม่ใช่ลีกชั้นนำของยุโรป ดังนั้นการย้ายไปสู่ทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปจึงเป็นคำตอบซึ่ง แมนฯยูไนเต็ด ถึงแม้จะมีชื่อชั้นเป็นรองทีมที่มีข่าวกับเขาอย่างหนักกับเขาในตอนนี้นั่นคือ บาร์เซโลน่า หรือ บาเยิร์น มิวนิค ก็ตาม แต่ถ้าหากมองอีกมุมมันอาจจะเป็นการกดดันน้อยกว่าการย้ายไปเล่นที่ คัมป์นู หรืออลิอันซ์ อารีน่า ก็เป็นได้ และแน่นอนว่าสำหรับนักเตะที่ต้องการพัฒนาฝีมือแบบก้าวกระโดด พรีเมียร์ลีกน่าจะเป็นบทพิสูน์ความแกร่งได้เป็นอย่างดี

2.โอกาสลงสนามที่มากกว่า

 โอเล่ กุนนาร์ โซลชาต้องปลื้ม

ถ้ายังจำกันได้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โชเซ่ มูรินโญ่ มองเห็นปัญหาของปีศาจแดง จึงร้องขอบอร์ดบริหารให้เสริมทัพนักเตะในตำแหน่งกองกลัง แต่ทว่าความไม่เชื่อใจของบอร์ดบริหารทำให้คำขอร้องนี้ถูกปัดทิ้งไปจนเป็นปัญหาเรื้อรังมาจนถึงตอนนี้ และเราต้องยอมรับว่าน้ามูนั้นคิดถูกเพราะฤดูกาลนี้พวกเขาโดนสอยตาข่ายไปแล้วถึง 40 ประตู มากกว่าทุกทีมในท็อปซิกซ์ แถมยังมากกว่าอันดับ 7 ของลีกอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน ด้วย ดังนั้นหาก เดอ ลิกต์ เลือกที่จะย้ายมาเล่นที่ แมนฯยูไนเต็ด คงเป็นการไม่ยากเท่าไหร่ที่จะแข่งขันกับนักเตะในตำแหน่งเซนเตอร์ที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ ทำให้เขามีโอกาสจะยึดตัวจริงค่อนข้างสูงกว่าหลายทีมที่มีข่าว

3.เหมาะสมกับทีมยังบลัดของโซลชา

 โอเล่ กุนนาร์ โซลชาต้องปลื้ม

หากข่าวลือนี้เกิดขึ้นเมื่อตลาดซัมเมอร์ปีที่แล้ว อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีนักเนื่องจากนักเตะผีแดงเริ่มหมดศรัทธาในตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ นั่นเป็นหนึ่งในล้านเหตุผลที่ทำให้ปีศาจแดงฟอร์มตกต่ำมาจนถึงกลางฤดูกาล

แต่หลังจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาคุมทัพ เขาปลุกดีเอ็นเอของผีแดงขึ้นมาอีกครั้ง เขาสามารถเค้นฟอร์มของ มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รวมถึง โรเมลู ลูกากู ให้กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้ง และยังหยิบจับนักเตะจากทัพเยาวชนขึ้นมาใช้ในชุดใหญ่ อาทิ เมสัน กรีนวู้ด, ตาฮิธ ช็อง, อังเคล โกเมส

เห็นได้ชัดว่า โซลชา โปรดปรานแข้งดาวรุ่งเป็นอย่างมาก โซลชา น่าจะรู้วิธิการใช้บรรดาแข้งยังบลัดเป็นอย่างดี และยิ่งเขาเพิ่งได้รับสัญญาคุมทีมอย่างถาวรแล้ว น่าจะเเป็นการเริ่มสร้างทีมตามแบบฉบับของเขาอย่างเต็มที่ เดอ ลิกต์ จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับโซลชาแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.siamsport.co.th

ทางเลือกสำคัญ

ทางเลือกสำคัญ! ตั้ง โซลชา คุมถาวรตอนนี้กับหลังจบซีซั่น อย่างไหนดีกว่ากัน?

ทางเลือกสำคัญ เชื่อว่าตอนนี้โอกาสที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะได้อัพเกรดจากตำแหน่ง “ผู้จัดการทีมชั่วคราว” ไปเป็น “ผู้จัดการทีมถาวร” ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทางเลือกสำคัญ น่าจะมีโอกาสถึง 99 เปอร์เซ็นต์แล้ว หลังจากที่ล่าสุดเพิ่งสร้างผลงานชิ้นโบว์แดงด้วยการพาทีมเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ เมื่อวันพุธที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา
เดิมทีกระแสเรียกร้องให้ โซลชา ได้คุมทีมแบบถาวรมันก็มีมาตั้งนานแล้ว หลังจากที่เขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมนับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา จนทำให้ตอนนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ แทบจะเป็นตัวตลกในสายตาของแฟนบอลหลายคน แถมเจ้าตัวยังทำให้นักเตะทุกคนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูมีความสุขสุดๆ ด้วย

กระทั่งล่าสุด เส้นทางสู่การได้คุม แมนฯ ยูไนเต็ด แบบถาวรของ โซลชา ก็ดูดียิ่งขึ้นไปอีก หลังจากที่ทีมของเขาบุกไปชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 3-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา และทำให้ทีมเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน จากการที่สกอร์รวม 2 นัดเสมอกัน 3-3 โดยก่อนหน้านี้แทบไม่มีใครคิดเลยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะพลิกนรกได้แบบนี้ ทั้งนี้

ตอนนี้หลายคนเรียกร้องให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่งตั้ง โซลชา เป็นผู้จัดการทีมตั้งแต่ตอนนี้ได้แล้ว หลังจากเดิมทีมีข่าวลือว่า “ปีศาจแดง” จะแต่งตั้งเขาหลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งทั้ง 2 ทางเลือกที่ว่านี้มันก็มีข้อดีคนละแบบ

– แต่งตั้งตอนนี้แล้วดียังไง ? แน่นอนว่าทุกวงการต้องการความ “แน่นอน” เพื่อที่จะได้ทำการบริหารกันอย่างถูกต้อง วงการฟุตบอลเองก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน การรู้อยู่แล้วว่าผู้จัดการทีมจะเป็นใครมันสามารถทำให้สโมสรนั้นๆ สามารถดำเนินนโยบายเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างถูกต้อง อย่างเช่นเรื่องที่ว่าจะเก็บใครเอาไว้กับทีมต่อ เป็นต้น

ทางเลือกสำคัญ

นอกจากนี้ มันก็จะทำให้นักเตะของทีมอื่นที่สโมสรนั้นๆ ให้ความสนใจอยู่เชื่อมั่นด้วยว่าพวกเขาจะได้ร่วมงานกับกุนซือคนนั้นแน่นอน ไม่ใช่ว่ามาตกลงย้ายทีมตอนที่คนหนึ่งเป็นกุนซือชั่วคราว แต่พอย้ายมาแล้วกลับต้องร่วมงานกับกุนซืออีกคนหนึ่ง

ทางเลือกสำคัญ

กรณีนี้ก็เช่นกัน ถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ป่าวประกาศไปทั่วโลกว่า โซลชา ได้เป็นกุนซือแบบถาวรของพวกเขาแล้วนั้น มันก็จะทำให้นักเตะของทีมอื่นรู้ว่าพวกเขาจะได้เล่นภายใต้การทำทีมของใคร และอาจจะมีผลในการเลือกมาอยู่กับทีม อย่างเช่นกรณีของ คาลิดู คูลิบาลี่ กองหลัง นาโปลี ที่ตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาโดยตลอด

– แต่งตั้งหลังจบฤดูกาลนี้แล้วดียังไง ? หนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้คนเราทำงานได้ดีหรือไม่คือสิ่งที่เรียกว่า “แรงกระตุ้น” คนเราพอมีแรงกระตุ้นที่ดีบางครั้งก็จะทำผลงานเกินขีดจำกัดของตัวเองได้ อย่างเช่นต้องการได้เงินเดือนเพิ่มจนยอมทำงานหามรุ่งหามค่ำ

ถ้าจะบอกว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผลงานที่ดีเป็นเพราะนักเตะของพวกเขามีแรงกระตุ้นชั้นยอดมันก็ไม่ผิดนัก เหล่าพ่อค้าแข้งของ “ปีศาจแดง” มีแรงกระตุ้นที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขามีศักยภาพดี, แรงกระตุ้นที่จะลบล้างผลงานอันน่าผิดหวังในยุคของ มูรินโญ่, แรงกระตุ้นที่จะพาทีมประสบความสำเร็จ

ทางเลือกสำคัญ

แต่แรงกระตุ้นที่สำคัญที่สุด คือแรงกระตุ้นที่อยากให้ “โซลชา” ได้คุมทีมแบบถาวร

ทางเลือกสำคัญ

ด้วยความที่ โซลชา ทำให้พวกเขากลับมามีความสุขอีกครั้ง มันก็ส่งผลให้เหล่านักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด อยากให้อดีตหัวหอกชาวนอร์เวย์ได้เป็นกุนซือแบบถาวรของทีมด้วย ทำให้ตอนนี้เหล่าพ่อค้าแข้งของ “ปีศาจแดง” ก็เล่นกันแบบเกินขีดจำกัดของตัวเอง เพื่อที่จะทำให้ทีมมีผลงานที่ดี และส่งผลไปสู่การทำให้ โซลชา ได้รับงานแบบถาวรในภายหลัง

เรื่องแรงกระตุ้นไม่ใช่เรื่องตลก ดูกรณีของ ซานติอาโก้ โซลารี่ เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด เป็นตัวอย่างก็ได้ ตอนที่เข้ามาคุมทีมแทน จูเลน โลเปเตกี ในตอนแรกๆ เขาทำผลงานได้ดีจนทำให้ได้รับการเลื่อนขั้นไปเป็นกุนซือแบบถาวร แต่หลังจากนั้นผลงานของ เรอัล กลับไม่คงเส้นคงวา จนล่าสุดก็ตกรอบทั้งใน แชมเปี้ยนส์ ลีก และ โกปา เดล เรย์ ไปแล้ว ส่วนในลีกก็ตามหลัง บาร์เซโลน่า ห่างถึง 12 คะแนน

: บทสรุป : บอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรรอประกาศแต่งตั้งเขาแบบเป็นทางการหลังจบฤดูกาลนี้ พวกเขาอาจจะแอบบอกกับ โซลชา แบบลับๆ ว่าเขาจะได้คุมทีมแบบถาวรแน่นอน แต่ยังไม่แจ้งเรื่องนี้กับเหล่านักเตะก็ได้ เพื่อที่จะได้ทำให้เหล่าพ่อค้าแข้งยังมีแรงกระตุ้นที่ดีอยู่

ทางเลือกสำคัญ

ที่จริงคนใหญ่คนโตของ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะทำอย่างนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะ โซลชา เคยออกมาบอกว่าเขาพูดคุยเรื่องนโยบายบางอย่างกับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของทีมไปแล้ว แน่นอน เขาอาจจะออกมาให้เหตุผลถึงเรื่องนั้นว่าแค่ให้คำแนะนำเพื่อหวังจะเห็นทีมมีผลงานที่ดีในฤดูกาลหน้าถ้าหากเขาไม่ได้คุมทีมต่อ แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง มันก็อาจจะหมายความว่า โซลชา ได้รับงานชัวร์แล้ว จนทำให้คุยเรื่องนโยบายล่วงหน้าได้เช่นกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

มีโอกาส

มีโอกาส ! แกรี่ ชี้โซลชาเฮแดงเดือดได้ลุ้นคุมแมนยูถาวร

มีโอกาส แกรี่ เนวิลล์ อดีตยอดแบ็กขวาของ แมนฯ ยูไนเต็ด

มีโอกาส มั่นใจ ถ้าหาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถทุบ ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์นี้ได้ เขาก็อาจจะได้สัญญาคุมทีมแบบถาวร ชี้ ที่ผ่านมา โซลชา เคยนำทีมชนะทั้ง สเปอร์ส, เชลซี และ อาร์เซน่อล มาได้แล้ว จนเป็นการแสดงให้เห็นว่าเขามีดีพอตัว

แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชั่วคราวของ “ปีศาจแดง”

อาจจะได้รับงานคุมทีมแบบถาวร ถ้าเกิดพาทีมเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอาชนะ ลิเวอร์พูล ในเกม “แดงเดือด” วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ได้

มีโอกาส

โซลชา ถูกดึงเข้ามาคุมทีมด้วยสัญญาที่มีผลจนจบฤดูกาลนี้ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยที่หลายคนไม่ได้ตั้งความคาดหวังกับเขามากเท่าไหร่

แต่อดีตหัวหอกชาวนอร์เวย์กลับทำผลงานได้อย่างสุดยอด หลังจากพาทีมชนะถึง 11 เกม และเสมอ 1 ครั้ง จากการนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่น 13 นัดในทุกรายการ โดยระหว่างนั้นทีมของเขาคว่ำ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, อาร์เซน่อล และ เชลซี ได้ด้วย เนวิลล์ คนพี่

ซึ่งตอนนี้ทำงานเป็นนักวิเคราะห์ให้ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดี เผยว่า “ช่วง 2 หรือ 3 เดือนก่อนหน้านี้เขาอาจจะแค่หวังลึกๆ ว่าจะได้งานนี้ แต่ถ้าเขาเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในวันอาทิตย์นี้ได้แล้วล่ะก็ ผมก็มองไม่เห็นเหตุผลเลยว่าทำไมเขาถึงไม่ควรจะได้งานนี้”

“แน่นอนว่ามันไม่ควรตัดสินกันด้วยเกมเพียงแค่นัดเดียว แต่การเอาชนะได้ทั้ง เชลซี, ท็อตแน่ม, อาร์เซน่อล และตามด้วย ลิเวอร์พูล เนี่ย มันก็ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะไม่ได้รับงานนี้ มันเป็นผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมหลายนัด และถ้าเขาพาทีมชนะได้เรื่อยๆ แล้วเนี่ย มันก็ยิ่งยากขึ้นไปอีกที่จะไม่มอบงานนี้ให้เขา”

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

เลสเตอร์ลุ้นขึ้นท็อปเทน

เลสเตอร์ลุ้นขึ้นท็อปเทน! “วาร์ดี้” หน้าสังหาร,พาเลซใช้ “ซาฮา” ล่าตาข่าย

เลสเตอร์ลุ้นขึ้นท็อปเทน “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” เลสเตอร์ ซิตี้ หากคว้าชัยได้มีลุ้นขึ้นไปอยู่ใน 10 อันดับแรกของตารางคะแนน

เลสเตอร์ลุ้นขึ้นท็อปเทน โดย เจมี่ วาร์ดี้ พร้อมยืนศูนย์หน้าตัวหลักล่าตาข่าย เกมรับ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ ที่มี วิลฟรีด ซาฮา พร้อมซัดประตู ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 23 ก.พ. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1, เวลา : 00.30 น.
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562
เลสเตอร์ ซิตี้ – คริสตัล พาเลซ
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1, เวลา : 00.30 น.

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม
โคล้ด ปูแอล กุนซือเลสเตอร์ พาทีมแพ้สเปอร์ส 1-3 ในเกมล่าสุด เป็นการแพ้นัดที่ 4 ในรอบ 5 เกม สถานการณ์ของกุนซือรายนี้ไม่ค่อยดีสักเท่าไร อาจตกเก้าอี้ได้เลย

สภาพทีมเกมนี้ ปูแอลยังไม่มีทั้ง แดเนียล อมาร์ตีย์ และ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ที่บาดเจ็บ ส่วน น็อมปาลิส เมนดี้ ต้องรอทดสอบความฟิต

ขณะที่ เจมี่ วาร์ดี้ และ เวส มอร์แกน ที่เป็นแค่สำรองในเกมล่าสุด ก็มีลุ้นคัมแบ็กทั้งคู่ หากไม่มีอะไรผิดพลาดแผงกลางและรุกจะมีหน้าตาดังนี้ เดมาไร เกรย์, ยูริ ตีเลมันส์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ เจมี่ วาร์ดี้

ฟาก รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือคริสตัล พาเลซ พาทีมเสมอเวสต์แฮม 1-1 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนชนะดอนคาสเตอร์ 2-0 ในเอฟเอ คัพ เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม ถือว่าผลงานไม่เลวเลยทีเดียว

สภาพทีมเกมนี้ ลุงรอยจะได้ วิลฟรีด ซาฮา แนวรุกตัวเก่งพ้นโทษแบนกลับมา ส่วน เชกู กูยาเต้ ที่หายเจ็บข้อเท้ากลับมาแล้ว ก็มีลุ้นได้ลงสนามต่อเนื่อง ส่วนแกนหลักทั้ง เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เชกู กูยาเต้ – แอนดรอส ทาวน์เซนด์, มิชี่ บาตชูอายี่ และ วิลฟรีด ซาฮา ไม่มีปัยหาอย่างแน่นอน โอกาสตัวจริงสูงลิบ

เลสเตอร์ลุ้นขึ้นท็อปเทน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
เลสเตอร์ (4-5-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – ริคาร์โด้ เปเรยร่า, จอนนี่ อีแวนส์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, เบน ชิลเวลล์ – เดมาไร เกรย์, ยูริ ตีเลมันส์, วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้
ผู้จัดการทีม : โคล้ด ปูแอล

คริสตัล พาเลซ (4-3-3) : เวย์น เฮนเนสซี่ย์ – อารอน แวน-บิสซาก้า, เจมส์ ทอมคินส์, มามาดู ซาโก้, พาทริค ฟาน อานโฮลท์ – เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เชกู กูยาเต้ – แอนดรอส ทาวน์เซนด์, มิชี่ บาตชูอายี่, วิลฟรีด ซาฮา

ผู้จัดการทีม : รอย ฮ็อดจ์สัน

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

เกร็ดเพิ่มเติมที่น่าสนใจ

  • คริสตัล พาเลซ เก็บคลีนชีตได้ตลอด 3 นัดหลังสุดที่พบ เลสเตอร์ รวมทุกรายการ
  • คริสตัล พาเลซ จะมีสกอร์นำในครึ่งแรก และชนะตอนจบเกมตลอด 3 นัดหลังสุดที่พบ เลสเตอร์ รวมทุกรายการ
  • เลสเตอร์ แพ้มาตลอด 3 นัดเหย้าหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
  • คริสตัล พาเลซ เอาชนะได้ตลอด 3 นัดหลังสุดที่พบ เลสเตอร์ รวมทุกรายการ
  • คริสตัล พาเลซ มีสกอร์รวมต่ำกว่า 2.5 ตลอด 3 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
  • เลสเตอร์ จะแพ้ด้วยสกอร์ห่าง 1 ประตูมาตลอด 3 นัดเหย้าหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

ผลงาน 5 นัดหลัง
เลสเตอร์ ซิตี้
10/02/19 แพ้ สเปอร์ส 1-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
03/02/19 แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
30/01/19 เสมอ ลิเวอร์พูล 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
19/01/19 แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
12/01/19 แพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

คริสตัล พาเลซ
17/02/19 ชนะ ดอนคาสเตอร์ 2-0 (เยือน) เอฟเอ คัพ
09/02/19 เสมอ เวสต์แฮม 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
02/02/19 ชนะ ฟูแล่ม 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
30/01/19 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
27/01/19 ชนะ สเปอร์ส 2-0 (เหย้า) เอฟเอ คัพ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ใครคือตัวการ

ใครคือตัวการ?อังเคล ดิมาเรียเผยเหตุผลสำคัญอำลาแมนยู

ใครคือตัวการ อังเคล ดิ มาเรีย ปีกฟอร์มฮอต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

ใครคือตัวการ เผยเบื้องลึกเบื้องหลังเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจอำลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะทะเลาะกับ หลุยส์ ฟาน กัล นายใหญ่ในเวลานั้น และทำให้ตนกลายเป็นหมาหัวเน่าทันที
อังเคล ดิ มาเรีย ปีกชาวอาร์เจนไตน์ของ “เปแอสเช” ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส เปิดใจสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจโบกมือลา “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งๆ ที่ย้ายมาเล่นเพียงแค่ 1 ฤดูกาลเท่านั้น

ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินา เพิ่งมีโอกาสได้กลับมาที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในแมตช์ที่ไล่ทุบ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยในแมตช์นั้น ดิ มาเรีย โดนสาวก “เร้ด อาร์มี่” ส่งเสียงโห่ทุกคครั้งที่จับบอลได้ แถมยังถูก แอชลี่ย์ ยัง ผลักจนร่างพุ่งชนเข้ากับป้ายโฆษณาข้างสนาม

ดิ มาเรีย ซึ่งย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อซัมเมอร์ปี 2014 แต่อยู่เพียงแค่ซีซั่นเดียวก่อนจะลาไปเล่นกับ “เปแอสเช” เผยเหตุผลที่ลา แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าเกิดจากความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกับ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ นั่นเอง “ผมอยู่ที่แมนเชสเตอร์ และทุกๆ อย่างก็ไปได้สวยร่วมกับ ฟาน กัล ในช่วง 2 เดือนแรก”

ใครคือตัวการ

“หลังจากที่ทะเลาะกันครั้งนึง มีหลายๆ อย่างไม่เหมือนเดิม ความสัมพันธ์ไม่เหมือเดิมอีกต่อไป การทะเลาะกับ ฟาน กัล เกิดขึ้นเพราะเขามักแสดงสิ่งแย่ ๆ และเรื่องในแง่ลบใส่ผม ทั้งหมดนั้นทำให้ผมรู้สึกแย่มากๆ มีวันหนึ่งผมทะเลาะกับเขา ผมบอกเขาว่าผมไม่อยากเห็นหลายๆ สิ่งแบบนี้อีกต่อไป ผมจะทำทุกๆ อย่างให้ดีที่สุด และถามเขาว่าทำไมเขาถึงไม่แสดงสิ่งดีๆ ให้ผมเห็นบ้าง เขาไม่ชอบสิ่งที่ผมพูดใส่เขา และจากนั้นปัญหาทั้งหมดก็เริ่มขึ้น”

อดีตสตาร์ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยืนยันว่าตนพัฒนาฝีเท้ามากขึ้นหลังจากที่ได้ย้ายมาอยู่กับ แซงต์-แชร์กแมง ภายใต้การกุมบังเหียนของ อูไน เอเมรี่ ที่ปัจจุบันรับงานนายใหญ่ อาร์เซน่อล “ความเชื่อมั่นเป็นอีกเรื่องที่สำคัญเสมอเมื่อคุณรู้สึกมีความสุข และความเชื่อมั่นทำให้คุณเล่นได้ดียิ่งขึ้น”

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

คนละเรื่อง

คนละเรื่อง แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคโซลชาเหนือกว่ามูรินโญ่อื้อ

คนละเรื่อง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้ทีมมีผลงานดีกว่า โชเซ่ มูรินโญ่ หลายด้าน อย่างเช่นเปอร์เซ็นต์ที่ชนะ, ค่าเฉลี่ยประตูที่ทำได้ต่อนัด ฯลฯ

คนละเรื่อง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชั่วคราวชาวนอร์เวย์ ทำผลงานใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2018-19 ได้ดีกว่ายุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ หลายด้าน

คนละเรื่อง

โซลชา ถูกดึงเข้ามาคุมทีมด้วยสัญญาที่มีผลจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้เหนือความคาดหมายของหลายคน ด้วยการชนะถึง 9 เกม กับเสมอ 1 ครั้ง ในการคุมทีม 10 นัดที่ผ่านมา โดยถ้าลดเหลือนับเฉพาะในลีก เขาก็พา “ปีศาจแดง” ชนะ 7 เกม กับเจ๊า 1 หน

ที่จริงก่อนหน้านี้มันก็มีการเปรียบเทียบสถิติระหว่าง โซลชา กับ มูรินโญ่ ออกมาบ่อยๆ และล่าสุดก็มีการเปรียบเทียบผลงานของทั้งคู่เป็นตัวเลขอีกครั้ง โดยในฤดูกาลนี้ โซลชา พาทีมชนะถึง 87.5 เปอร์เซ็นต์ ต่างกับของ มูรินโญ่ ซึ่งอยู่ที่ 41.2 เปอร์เซ็นต์แบบฟ้ากับเหว นอกจากนี้ เขาก็พาทีมเก็บแต้มได้เฉลี่ยแล้ว 2.75 คะแนนต่อนัด ขณะที่ของ มูรินโญ่ อยู่ที่เพียง 1.50 แต้มต่อเกมเท่านั้น

นอกจากนี้ จำนวนประตูที่ทำได้ต่อนัดในลีกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การทำทีมของ โซลชา ก็อยู่ที่ 2.5 ลูกต่อเกม โดยที่ของ มูรินโญ่ อยู่ที่ 1.7 ลูกต่อนัด แถมทีมของ โซลชา ก็เสียประตูน้อยกว่าด้วย จากจำนวน 0.8 ลูกต่อนัด สวนทางกับทีมในสมัยของ มูรินโญ่ ที่เสียเฉลี่ยแล้วนัดละ 1.7 ประตู

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   http://www.siamsport.co.th

คืบหน้า ด้วยดี

คืบหน้า ด้วยดี อันเดร์ เอร์เรร่า จ่อต่อสัญญาใหม่กับแมนยูแล้ว

คืบหน้า ด้วยดี อันเดร์ เอร์เรร่า มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด จ่อต่อสัญญากับทีมเต็มที หลังจากข้อตกลงฉบับปัจจุบันจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยที่จริง “ปีศาจแดง” ก็คุยเรื่องขยายสัญญากับเขามาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว

คืบหน้า ด้วยดี อันเดร์ เอร์เรร่า กองกลางชาวสแปนิชของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะต่อสัญญากับทีมแล้ว ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี

คืบหน้า ด้วยดี

อนาคตของ เอร์เรร่า เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมานานแล้ว หลังจากที่เขาจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ จนทำให้เจ้าตัวคุยเรื่องย้ายทีมล่วงหน้าแบบฟรีๆ กับทีมจากต่างแดนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา และการที่เขาโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในพักหลังมันก็ยิ่งทำให้บรรดา “เร้ด อาร์มี่” มองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะรีบต่อสัญญากับเขาได้แล้ว

ที่จริงบอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คุยเรื่องต่อสัญญากับตัวแทนของ เอร์เรร่า มาตั้งแต่ปีก่อน และการเจรจาก็คืบหน้าไปได้ด้วยดีจนทำให้แข้งวัย 29 ปี จ่อต่อสัญญากับทีมแบบเป็นทางการแล้ว แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าสัญญาฉบับนี้จะมีระยะเวลาเท่าไหร่ รวมถึงเรื่องที่ว่าอดีตแข้ง แอธเลติก บิลเบา จะได้รับค่าเหนื่อยมากแค่ไหน

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.siamsport.co.th

อยู่แบบ ครอบครัว กุนนาร์ โซลชา บอกสตาฟฟ์อย่าเรียกเจ้านาย

อยู่แบบ ครอบครัว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือขัดตาทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ตอนที่เข้ามารับงานกับทีมใหม่ๆ นั้น ตนบอกกับสตาฟฟ์ว่าอย่าเรียกตนว่าเจ้านาย เพราะตนรู้จักกับคนเหล่านั้นมานาน และอยากให้ความสนิทสนมแบบครอบครัวเป็นเหมือนเดิม

อยู่แบบ ครอบครัว โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เผยว่าตนบอกกับสตาฟฟ์ว่าอย่าเรียกตนว่าเจ้านาย เพื่อที่จะได้มีความสนิทสนมกันแบบครอบครัว

อยู่แบบ

โซลชา ถือเป็นที่ชื่นชอบของทั้งแฟนบอล และสตาฟฟ์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่สมัยที่เจ้าตัวเป็นนักเตะ หลังจากที่เขาเคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับทีม และยังมีความเป็นกันเองกับทุกคนด้วย ซึ่งพอเขาได้เข้ามาคุมทีมแบบขัดตาทัพเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมาแล้วนั้น หลายคนของ “ปีศาจแดง” ก็ดีใจกันสุดๆ

อดีตดาวเตะชาวนอร์เวย์ให้สัมภาษณ์กับกลุ่มแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มาจากย่านสแกนดิเนเวียว่า “สิ่งที่สำคัญคือเรื่องการให้ความสำคัญในครอบครัว คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณห่วงใยกันและกัน, สนับสนุนกันและกัน รวมถึงรู้จักกันและกัน”

“คนแรกที่ผมเจอตอนที่มาทำงานที่นี่คือ เคธ (พนักงานต้อนรับที่ แคร์ริงตัน สนามซ้อมของ แมนฯ ยูไนเต็ด) แล้วหลังจากนั้นผมก็ได้เจอกับสตาฟฟ์ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่ตอนที่ผมยังเป็นนักเตะ พวกเขาเริ่มเรียกผมว่า -เจ้านาย- แต่ผมบอกพวกเขาไปว่า -อย่าเลย ผมชื่อ โอเล่ นะ เรียกผมว่า โอเล่ เถอะ- เราเคยทำงานร่วมกัน และรู้จักกันมานานหลายปีแล้ว ดังนั้นผมเลยไม่อยากให้พวกเขาเรียกผมว่าเจ้านาย”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   http://www.siamsport.co.th