เรื่อง

โจเซป

โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ เปิดใจ

โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ เปิดใจ ตอนแรกตนไม่อยากให้ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ลองยิงในจังหวะที่ทีมได้ประตูชัยจาก เลสเตอร์ พร้อมชม ก็องปานี ว่าเป็นคนที่สำคัญของทีมสุดๆ
โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ยอมรับว่าตอนแรกตนไม่อยากให้ แว็งซ็องต์ ก็องปานี กองหลังกัปตันทีมง้างเท้ายิงเลย หลังจากที่ ก็องปานี ทำประตูสุดสวยได้ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่พวกเขาเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม เอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0

เมื่อวันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ ก็องปานี ไม่เคยทำประตูจากบริเวณนอกกรอบเขตโทษให้ แมนฯ ซิตี้ ได้มาก่อนเลย ซึ่งในนาทีที่ 70 ของเกมกับ เลสเตอร์ นั้น เจ้าตัวได้รับบอลมาจาก อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ ก่อนที่จะพาบอลขึ้นมานิดหน่อย และสับไกระยะราว 25 หลา โดยที่บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างงามหยด

จนทำให้  เรือใบสีฟ้า กลับไปเป็นจ่าฝูงด้วยผลงาน 95 คะแนน จากการลงเล่น 37 นัด

กวาร์ดิโอล่า เผยว่า “ตอนนั้นผมคิดว่า -อย่ายิงนะ จ่ายบอลสิ จ่ายบอล- แต่เขาก็ตัดสินใจได้ดี พูดกันตามตรงนะ ที่จริงผมก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ (ในตอนที่ ก็องปานี ยิง) แต่เรื่องเหลือเชื่อแบบนี้ก็ทำให้ฟุตบอลเป็นกีฬาที่น่าทึ่ง นักเตะน่ะก็เหมือนจิตรกรที่เป็นคนวาดภาพบางอย่างขึ้นมา พวกเขาตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ

ในช่วงเสี้ยววินาที สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เรื่องประตูที่เกิดขึ้น แต่คือการที่เขายิงโดยที่เชื่อมั่นว่าตัวเองจะทำประตูได้”

“เขาเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก และนั่นก็ช่วยให้เราชนะ ตอนนี้เราไม่ต้องเล่นในทุกๆ 3 วันอีกต่อไปแล้ว

(หมายถึงไม่ต้องเล่นเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกต่อไป) เขาไม่ใช่หนุ่มๆ อีกแล้ว ดังนั้นการที่เขาจะเล่นได้อย่างคงเส้นคงวาในทุกๆ 3 วันมันจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่พอเราลงเล่น 1 นัดต่อสัปดาห์แล้วนี่เขาก็ถือเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมของเราเลย”

สโมสรแห่งนี้มีนักเตะที่ยิ่งใหญ่หลายคน มันเคยมีช่วงเวลามากกว่า 1 ศตวรรษ

ที่ทีมมีนักเตะที่ยอดเยี่ยมแต่ไม่ได้แชมป์มาครองมากนัก ขณะที่ปัจจุบันมีนักเตะหลายคนที่ช่วยให้เรามีสภาพเป็นเหมือนในทุกวันนี้ แว็งซ็องต์ ก็องปานี คือหนึ่งในนั้น เขาไม่ได้ช่วยเราผ่านทางการทำประตูเท่านั้น แต่เขายังแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่ดีหลายหนด้วย”

ยังอีกไกล

ยังอีกไกล ! โจเซป กวาร์ดิโอล่ายันไม่เหลิงแม้แมนฯ ซิตี้ กลับขึ้นฝูง

ยังอีกไกล ! โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ระบุ ยังไม่ดีใจกับการเป็นจ่าฝูงจนเกินไป พร้อมรับ เกมที่ทุบ เอฟเวอร์ตัน 2-0 นั้น “เรือใบสีฟ้า” เล่นได้ยากสุดๆ ในช่วงครึ่งหลัง

ยังอีกไกล ! โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่าตนยังไม่ดีใจมากนักที่ทีมขึ้นเป็นจ่าฝูงของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ หลังจากที่ล่าสุด “เรือใบสีฟ้า” บุกไปชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ถึงสนาม กูดิสัน พาร์ค เมื่อวันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ยังอีกไกล

เดิมทีเกมนี้ต้องเตะกันในวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ แต่มันก็ถูกเลื่อนให้มาเตะเร็วขึ้นเพราะในวันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ แมนฯ ซิตี้ ต้องเล่นเกม คาราบาว คัพ รอบชิงชนะเลิศกับ เชลซี ซึ่งถ้าทีมของ กวาร์ดิโอล่า เอาชนะได้ พวกเขาก็จะแซง ลิเวอร์พูล ขึ้นเป็นจ่าฝูงทันที จากการที่มีผลต่างประตูได้-เสีย ดีกว่า และสุดท้ายแชมป์เก่าก็เก็บ 3 แต้มได้สำเร็จจากประตูของ อายเมอริก ลาป๊อร์กต์ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก กับ กาเบรียล เชซุส ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งหลัง

กวาร์ดิโอล่า เผยว่า “การได้นอนหลับในฐานะจ่าฝูงถือเป็นเรื่องดี มันดีกว่าก่อนหน้านี้ (ที่เป็นอันดับสอง) เยอะ แต่ ลิเวอร์พูล ก็ยังมีเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รออยู่ (หมายถึง ลิเวอร์พูล จะแข่งเท่ากับ แมนฯ ซิตี้ ในวันนั้น) ผมไม่คิดเกี่ยวกับการเป็นจ่าฝูงมากนักหรอก”

“เรามีบททดสอบที่ใหญ่มากๆ รออยู่ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ (เกมลีกกับ เชลซี) หลังจากนั้นเราก็ต้องเล่นบอลถ้วย แล้วเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็จะเริ่มเตะกันอีกครั้ง ดังนั้นผมเลยไม่คิดเกี่ยวกับการเป็นจ่าฝูงหรือเป็นที่ 2 มากนัก เมื่อเดือนก่อนเรามีโอกาสที่จะตามหลังพวกเขา 10 แต้ม ส่วนราว 4 หรือ 5 วันก่อนเราก็มีโอกาสที่จะตามหลังพวกเขา 7 คะแนน แต่ตอนนี้เราเป็นจ่าฝูงแล้ว การไม่ยอมแพ้คือบทเรียนชั้นยอด หลังจากนี้จะมีหลายอย่างเกิดขึ้น”

อดีตนายใหญ่ บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค ยอมรับด้วยว่าเกมนี้ทีมของตนเจองานหนักมากๆ ในช่วงครึ่งหลัง “ในครึ่งแรกเราเล่นได้ดี แต่หลังจากพักครึ่งไปแล้วเราก็มีปัญหาในการขึ้นเกมมากขึ้น และเราก็เล่นได้ไม่คงเส้นคงวาด้วย แต่เราก็ไม่ปล่อยให้พวกเขาได้ยิงตรงกรอบเลยนะ การได้ประตูในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรกมันช่วยเราได้มาก ส่วนในครึ่งหลังพวกเขาดันขึ้นหน้ามากกว่าเดิม และมันก็ทำให้เราเล่นตามเกมของเราเองได้ยาก”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.siamsport.co.th

เดอะค็อปยิ้ม

เดอะค็อปยิ้ม! แมนซิตี้ช็อกบุกพ่ายนิวคาสเซิ่ลจ่อตามลิเวอร์พูล7แต้ม

เดอะค็อปยิ้ม แมนซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โอกาสป้องกันแชมป์ยากขึ้นอีก

เดอะค็อปยิ้ม หลังบุกพ่าย นิวคาสเซิ่ล 1-2 แม้ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ออกนำเร็วตั้งแต่ 24 วินาทีแรกจาก เซร์คิโอ อเกวโร่ แต่ไม่ช่วย ส่งผลให้แต้มหยุดอยู่ที่ 56 คะแนนเท่าเดิมตามหลัง จ่าฝูง ลิเวอร์พูล 4 แต้ม และแข่งมากกว่า 1 นัด ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ สาลิกาดง อันดับ 17 ติดกับพื้นที่ตกชั้น พาทีมแพ้ วัตฟอร์ด 0-2 เกมล่าสุดในตกรอบ 4 เอฟเอ คัพ เป็นที่เรียบร้อย ส่วนฟอร์มในลีกนัดล่าสุดพวกเขาถล่ม คาร์ดิฟฟ์ ไปกระจาย 3-0

ขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ เรือใบสีฟ้า พาทีมเดินหน้าเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่องโดยล่าสุดในเอฟเอ คัพ รอบ 4 เปิดบ้านถล่ม เบิร์นลี่ย์ กระจุย 5-0 ส่วนในลีกชนะมา 4 เกมรวดสัปดาห์ก่อนบุกไปอัด ฮัดเดอร์สฟิลด์ ได้ 3-0

เดอะค็อปยิ้ม
เกมเริ่มได้ 24 วินาที “เรือใบสีฟ้า” ทะยานออกนำอย่างรวดเร็วจากการโยนยาวกลางสนามของ ดาบิด ซิลบา ให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนตัดเข้ากลางหยอดไปเสาสองให้ ดาบิด ซิลบา ที่เติมขึ้นมาช่วยแต่จังหวะสุดท้ายดันลื่นไปปะทะกับ มาร์ติน ดูบราฟก้า โชคดีบอลหลุดมาถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ เอียงตัวแปร์ด้วยซ้ายตุงตาข่าย นิวคาสเซิ่ล 0 แมนฯ ซิตี้ 1

นาทีที่ 13 นิวคาสเซิ่ล ได้โอกาสทักทายครั้งแรกจาก อาโยเซ่ เปเรซ ตัดบอลได้จาก ดานิโล่ ก่อนลากเข้าพื้นที่อันตรายได้ลองซัดด้วยขวาแต่บอลยังเบาผ่านหน้าประตูออกไป

เดอะค็อปยิ้ม
ต่อมาอีก 3 นาที เซร์คิโอ อเกวโร่ ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายจากการเล่นลูกฟรีคิกเร็วของ เควิน เดอ บรอยน์ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตู แถมให้ใบเหลือง เควิน เดอ บรอยน์ เนื่องจากไม่รอเสียงนกหวีด

นาทีที่ 21 “สาลิกาดง” สวนกลับอีกครั้งจาก อาโยเซ่ เปเรซ ลากลุยขึ้นมาทางขวาก่อนครอสเข้ากลางให้ ซาโลม่อน รอนดอน พักบอลให้ คริสเตียน อัตซู สอดมาซัดด้วยซ้ายยังดีที่จอห์น สโตนส์ ตามมาบล็อคได้ทัน

เดอะค็อปยิ้ม
ก่อนหมดเวลา 2 นาที “เรือใบสีฟ้า” เกือบบวกสกอร์เพิ่มจากการเปิดทางฝั่งซ้ายของ ดานิโล่ ให้ ลีรอย ซาเน่ เบียดขึ้นโขกแต่โดนไม่ดีบอลตกหน้าประตูและเป็น ดาบิด ซิลบา ได้ก้มโหม่งซ้ำเน้นๆ ก็ยังไม่ดีพอผ่าน ฟลอร็องต์ เลอจูเน่ ที่ยืนขวางเอาไว้ได้

หมดครึ่งเวลาแรก นิวคาสเซิ่ล 0 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม
ผ่านมา 15 นาทีของครึ่งหลัง “เรือใบสีฟ้า” ยังไม่ได้ประตูเพิ่มแถมมีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่รอช้าส่ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ลงสนามแทน เควิน เดอ บรอยน์ ที่มีจังหวะฟาวล์หลายครั้งเสี่ยงโดนใบแดง

แต่แล้วนาทีที่ 66 “สาลิกาดง” ตามตีเสมอจนได้จากลูกครอสทางฝั่งซ้ายของ แม็ตต์ ริทชี่ แนวรับ แมนฯ ซิตี้ เคลียร์ไม่ขาดบอลเข้าทาง ไอซัค เฮย์เด้น โหม่งหนุนเข้ากลางประตูและเป็น ซาโลม่อน รอนดอน ชิงจังหวะทิ้งตัวยิงบอลกระดอนพื้นเสียบตาข่ายงดงาม นิวคาสเซิ่ล 1 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม
นาทีที่ 75 “เรือใบสีฟ้า” พลาดโอกาสขึ้นนำโดยเป็น ดานิโล่ เติมขึ้นมาซัดจากลูกสูตรฟรีคิกของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา บอลพุ่งแรงได้ลุ้นแต่ไปติดหลัง จอห์น สโตนส์ อย่างน่าเสียดาย

ยังไม่หนำใจอีก 3 นาทีต่อมา “สาลิกาดง” มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะ แฟร์นันดินโญ่ เสียท่าโดน ฌอน ลองสตาฟฟ์ อ้อมมาฉกบอลก่อนโดนขัดขาทิ้งตัวลงไป และเป็น แม็ตต์ ริทชี่ รับหน้าที่สังหารไม่มีพลาด นิวคาสเซิ่ล 2 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม
หลังจากนั้นแม้ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พยายามเร่งเพื่อตามตีเสมอแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับ “สาลิกาดง” เข้าไปได้

จบเกม นิวคาสเซิ่ล 2 แมนฯ ซิตี้ 1 โดยทัพ “เรือใบสีฟ้า” พ่ายช้ำอีกครั้งแต้มหยุดอยู่ที่ 56 คะแนนตามหลังจ่าฝูง ลิเวอร์พูล 4 แต้ม และแข่งมากกว่า 1 นัด

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : มาร์ติน ดูบราฟก้า – เดอันเดร เยดลิน, ฟาเบียน ชาร์, จามาล ลาสเซลล์ส, ฟลอร็องต์ เลอจูเน่, แม็ตต์ ริทชี่ – อาโยเซ่ เปเรซ (ฮาเวียร์ มานกีโญ่ น.91), ไอซัค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, คริสเตียน อัตซู (เคเนดี้ น.87) – ซาโลม่อน รอนดอน

ผู้จัดการทีม : ราฟาเอล เบนิเตซ

แมนฯซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เอมเมอริก ลาป๊อร์กต์, ดานิโล่ (อิลคาย กุนโดกัน น.83) – เควิน เดอ บรอยน์ (แบร์นาร์โด้ ซิลวา น.65), แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา – ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่ (กาเบรียล เชซุส น.73)

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

เป๊ปเผย

เป๊ปเผย ความผิดพลาด เดียวที่อาจส่งลิเวอร์พูลแชมป์ลีก

เป๊ปเผย กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยแข้ง “เรือใบสีฟ้า”

เป๊ปเผย ต้องเก็บชัยชนะให้ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากพลาดแพ้อีกครั้ง งานนี้โอกาสที่จะไล่บี้เบียดลุ้นแชมปลีกกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์หลุดลอยออกไปเลยทีเดียว
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมสมองเพชรของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กระตุ้นลูกทีม “เรือใบสีฟ้า” ห้ามแพ้อีกครั้งเด็ดขาดในช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ เพราะหากพลาดอีกครั้งนั่นหมายความว่าโอกาสในการเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ ลิเวอร์พูล จะหลุดลอยไปทันที

แชมป์เก่าลีกผู้ดี ซึ่งแพ้ไปแล้ว 3 เกมลีกในซีซั่นนี้ กำลังไล่บี้กับทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างสูสี โดยในเวลานี้ “เดอะ เร้ดส์” มีแต้มนำเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้นและเหลือการแข่งขัน 15 แมตช์ ที่สำคัญหาก แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ในเกมลีกวันอังคารที่ 29 ม.ค.นี้ จะทำให้พวกเขาลดช่องว่างเหลือแค่ 1 แต้มเท่านั้น เนื่องจาก ลิเวอร์พูล จะเตะกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันพุธ

เป๊ปเผย

กวาร์ดิโอล่า ออกโรงเตือนแข้ง แมนฯ ซิตี้ ต้องพยายามเก็บชัยชนะต่อไปเรื่อยๆ เพื่อกดดัน ลิเวอร์พูล “สถานการณ์ของทั้งสองทีม หลังจากหรือก่อนหน้านี้ เราต้องเก็บชัยชนะให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ ทุกอย่างก็แทบจบ ทุกๆ เกมเกือบจะเป็นเกมนัดชิง และมันเหมือนการแข่งฟุตบอลถ้วยจริงๆ”

“สิ่งที่เราควรจะทำ หลังจากที่เราต้องเก็บชัยชนะ และก่อนที่เราต้องคว้าชัยชนะนะเหรอ ? ทุกๆ ทีมต้องการคว้าแชมป์และต้องการมีความสุข แต่คุณต้องรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้ ผมคิดว่ากับเกมที่เหลืออยู่ 15 แมตช์ ยังมีแต้มมากพอให้เก็บและยังมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันอีกมากมาย ซึ่งยังมีอีกหลายเกมที่เราต้องเล่น”

“แม้การแข่งขันของเราจะเปลี่ยนแปลงแบบวันต่อวัน เราต้องมองถึงสิ่งที่ นิวคาสเซิ่ล จะทำ ซึ่งนั่นเป็นแนวทางเดียว เราต้องมีความคงเส้นคงวา และพยายามเอาชนะให้ได้” อดีตนายใหญ่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค และ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ระบุ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เผยความผิดพลาดเดียวที่อาจส่งลิเวอร์พูลแชมป์ลีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยแข้ง “เรือใบสีฟ้า” ต้องเก็บชัยชนะให้ได้อย่างต่อเนื่อง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หากพลาดแพ้อีกครั้ง งานนี้โอกาสที่จะไล่บี้เบียดลุ้นแชมปลีกกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์หลุดลอยออกไปเลยทีเดียว
เป๊ป  ผู้จัดการทีมสมองเพชรของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กระตุ้นลูกทีม “เรือใบสีฟ้า” ห้ามแพ้อีกครั้งเด็ดขาดในช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ เพราะหากพลาดอีกครั้งนั่นหมายความว่าโอกาสในการเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ ลิเวอร์พูล จะหลุดลอยไปทันที

แชมป์เก่าลีกผู้ดี ซึ่งแพ้ไปแล้ว 3 เกมลีกในซีซั่นนี้ กำลังไล่บี้กับทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างสูสี โดยในเวลานี้ “เดอะ เร้ดส์” มีแต้มนำเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้นและเหลือการแข่งขัน 15 แมตช์ ที่สำคัญหาก แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ในเกมลีกวันอังคารที่ 29 ม.ค.นี้ จะทำให้พวกเขาลดช่องว่างเหลือแค่ 1 แต้มเท่านั้น เนื่องจาก ลิเวอร์พูล จะเตะกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันพุธ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
กวาร์ดิโอล่า ออกโรงเตือนแข้ง แมนฯ ซิตี้ ต้องพยายามเก็บชัยชนะต่อไปเรื่อยๆ เพื่อกดดัน ลิเวอร์พูล “สถานการณ์ของทั้งสองทีม หลังจากหรือก่อนหน้านี้ เราต้องเก็บชัยชนะให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ ทุกอย่างก็แทบจบ ทุกๆ เกมเกือบจะเป็นเกมนัดชิง และมันเหมือนการแข่งฟุตบอลถ้วยจริงๆ”

“สิ่งที่เราควรจะทำ หลังจากที่เราต้องเก็บชัยชนะ และก่อนที่เราต้องคว้าชัยชนะนะเหรอ ? ทุกๆ ทีมต้องการคว้าแชมป์และต้องการมีความสุข แต่คุณต้องรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้ ผมคิดว่ากับเกมที่เหลืออยู่ 15 แมตช์ ยังมีแต้มมากพอให้เก็บและยังมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันอีกมากมาย ซึ่งยังมีอีกหลายเกมที่เราต้องเล่น”

“แม้การแข่งขันของเราจะเปลี่ยนแปลงแบบวันต่อวัน เราต้องมองถึงสิ่งที่ นิวคาสเซิ่ล จะทำ ซึ่งนั่นเป็นแนวทางเดียว เราต้องมีความคงเส้นคงวา และพยายามเอาชนะให้ได้” อดีตนายใหญ่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค และ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ระบุ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

บิ๊กแมตช์ 

บิ๊กแมตช์! แมนยูดวลเชลซี แมนซิตี้งานเบา จับติ้วเอฟเอ คัพ รอบ 5

บิ๊กแมตช์ ผลการจับสลาก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย

บิ๊กแมตช์ ประกบคู่ออกมาแล้วเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา
การแข่งขันฟุตบอลน็อคเอาท์ รายการที่เก่าแก่ที่สุดของโลก เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ ประจำฤดูกาล 2018-19 เดินทางมาถึงรอบ 5 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้ายของการแข่งขันแล้ว โดยอีก 5 คู่ยังคงต้องรีเพลย์แมตช์กันในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อหาผู้ชนะผ่านเข้ามาเล่นในรอบห้าต่อไป

โดยการจับสลากรอบนี้มี เอียน ไรท์ อดีตตำนานแข้งอาร์เซน่อล ซึ่งคว้าแชมป์รายการนี้สองสมัย กับ อเล็กซ์ สกอตต์ แข้งสาวของ “ปืนใหญ่” วัย 34 ปี ซึ่งพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ วูเมนส์ เมื่อฤดูกาล 2015-16 โดยการจับสลากจะหยิบลูกบอลที่มีหมายเลขของแต่ละทีมไว้มาประกบคู่กัน

ซึ่งผลการประกบคู่ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนั้นปรากฎว่า “แชมป์เก่า” เชลซี ที่ผ่านเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ในรอบ 4 จะเปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ ทำบิ๊กแมตช์กับ “ปีศาจแดง” แชมป์รายการนี้ 12 สมัย หลังเพิ่งปราบ อาร์เซน่อล ในรอบ 4 มาล่าสุด ซึ่งถือเป็นรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศรายการนี้เมื่อปีที่แล้ว หลัง “สิงห์บลูส์” เฉือนคว้าชัยเหนือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 จากจุดโทษของ เอแด็น อาซาร์

บิ๊กแมตช์ 
ด้านอีกทีมเต็งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นที่ผ่านมาหลังไล่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ เจอกับงานไม่หนักเมื่อต้องออกไปเยือน มิดเดิ้ลสโบรช์ (แชมเปี้ยนชิพ) หรือ นิวพอร์ท (ลีก ทู)

ทั้งนี้ในรอบ 5 นั้นจะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 18 กุมพันธ์ นี้ ซึ่งรอบนี้จะไม่มีการรีเพลย์แมตช์อย่างรอบที่ผ่านๆมา หากเสมอกันในเวลาจะต่อเวลาพิเศษ หรือดวลจุดโทษหาผู้ชนะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย

สรุปผลการประกบคู่ เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 5 (16ทีมสุดท้าย) มีดังนี้

– บริสตอล ซิตี้ (แชมเปี้ยนชิพ) พบ ชรูว์สบิวรี่ (ลีก วัน) หรือ วูล์ฟแฮมป์ตัน (พรีเมียร์ลีก)

– เอเอฟซี วิมเบิลดัน (ลีก วัน) พบ มิลล์วอลล์ (แชมเปี้ยนชิพ)

– ดอนคาสเตอร์ (ลีก วัน) พบ คริสตัล พาเลซ (พรีเมียร์ลีก)

– มิดเดิ้ลสโบรช์ (แชมเปี้ยนชิพ) หรือ นิวพอร์ท (ลีก ทู) พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

– เชลซี (พรีเมียร์ลีก) พบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก)

– สวอนซี (แชมเปี้ยนชิพ) พบ บาร์เน็ต (นอกลีก) หรือ เบรนท์ฟอร์ด (แชมเปี้ยนชิพ)

– พอร์ทสมัธ (ลีก วัน) หรือ ควีน ปาร์ก เรนเจอร์ส (แชมเปี้ยนชิพ) พบ วัตฟอร์ด (พรีเมียร์ลีก)

– ไบรท์ตัน (พรีเมียร์ลีก) หรือ เวสต์บรอมวิช (แชมเปี้ยนชิพ) พบ ดาร์บี้ (แชมเปี้ยนชิพ)

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

เฮ8นัดติดเหมือนกัน

เฮ8นัดติดเหมือนกัน! แมนซิตี้ดุถล่มเบิร์นลี่ย์ยับลิ่วเอฟเอ คัพ-โซลชาโผล่ดูเกม

เฮ8นัดติดเหมือนกัน “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำสถิติคว้าชัยชนะเกมที่ 8 ติดต่อกันทุกรายการ

เฮ8นัดติดเหมือนกัน หลังเจองานไม่หนักเปิด เอติฮัด สเตเดี้ยม ดาหน้าไล่ถลุงทีมเยือน เบิร์นลี่ย์ ชนิดเรียงหน้ากันยิงแบบขาดลอย 5-0 ตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไป ซึ่งเกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ของ “ปีศาจแดง” คู่ปรับร่วมเมืองโผล่เข้าไปชมเกมนี้ด้วยเช่นกัน ในศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 4 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
สนาม: เอติฮัด สเตเดี้ยม, (แมนเชสเตอร์)

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามเกือบยกทีม แนวรุกวาง ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส และแบร์นาร์โด้ ซิลวา ทางด้าน เบิร์นลี่ย์ มี ดไวท์ แม็คนีล รับบทหน้าต่ำอยู่หลัง มาเตจ์ วีดร้า กองหน้าตัวเป้า

ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาได้ประมาณ 12 นาที เกมต้องหยุดชั่วขณะ เมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ แบ็คขวาของเจ้าถิ่นตามไปเปิดบอลจากสุดเส้นหลังด้านขวา แล้วหวดโดนเสามุมธงหัก จนต้องรอให้เจ้าหน้าที่สนามนำเสาอันใหม่มาเปลี่ยน ก่อนเล่นกันต่อไปได้

แมนฯซิตี้ ได้โอกาสก่อนในนาทีที่ 16 เมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ เปิดจากกราบขวาเข้ากลางให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา แปด้วยซ้ายจากกลางกรอบเขตโทษ แต่บอลไปติดขาของ นิค โพพ นายทวารของเบิร์นลี่ย์ ออกหลังไป

นาทีต่อมา เรือใบสีฟ้า ได้โอกาสอีกครั้ง ดานีโล่ แบ็คชาวบราซิล ยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษติดเซฟของ นิค โพพ

ผ่านมา 23 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำจากจังหวะที่ ดานีโล่ แบ็คซ้ายแทงบอลขึ้นหน้าเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายให้ กาเบรียล เชซุส กองหน้าชาวบราซิล วิ่งสอดมารับบอลแล้วพลิกตัดเข้าในแต่งหาเหลี่ยม ก่อนสับด้วยขวาทันทีบอลแฉลบขาของ นิค โพพ นายทวารของเบิร์นลี่ย์ ที่พยายามเซฟ แต่ไม่อยู่ บอลเข้าประตูไปช่วยให้ เรือใบสีฟ้า ออกนำก่อน 1-0 จนได้

เฮ8นัดติดเหมือนกัน
ก่อนหมดครึ่งแรก 4 นาที เจ้าถิ่นได้โอกาส เควิน เดอ บรอยน์ โยนลูกเตะมุมให้กับ จอห์น สโตนส์ ปราการหลังเทคตัวโหม่งหลุดเสาขวาไป หมดครึ่งแรก แมนฯซิตี้ ออกนำก่อน 1-0

กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง เบิร์นลี่ย์ เปลี่ยนเอา แจ็ค คอร์ค ลงสนามแล้วถอด ร็อบบี้ เบรดี้ ออก

กระเถิบมานาทีที่ 52 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมคเกอร์ตัวกลั่นจ่ายขึ้นหน้าออกมาทางกรอบเขตโทษด้านขวาให้กับ แบร์นาร์โด ซิลวา ดาวเตะชาวโปรตุกีส ล็อคเข้าในแล้วสับด้วยซ้าย นิค โพพ นายทวารของเบิร์นลี่ย์ รับไม่อยู่บอลปลิ้นเข้าประตูไป

จากนั้นนาทีที่ 61 เรือใบสีฟ้า ทิ้งขาด 3-0 เมื่อต่อบอลกันมาอย่างสวยงาม ก่อนที่จังหวะสุดท้าย ริยาด มาห์เรซ จะป้ายบอลออกมาให้ เควิน เดอ บรอยน์ กระหน่ำยิงจากหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา บอลพุ่งวาบเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด

ล่วงเลยมานาทีที่ 73 เรือใบสีฟ้า นำหายห่วง 4-0 จากจังหวะที่ เควิน ลอง กองหลังของเบิร์นลี่ย์ ทำบอลเข้าประตูตัวเองไป

ท้ายเกม นาที 85 เจ้าบ้านมาได้เม็ดที่ห้าปิดท้ายจากลูกที่จุดโทษ และเป็น เซร์คีโอ อเกวโร่ ที่ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ทีมซัดปิดกล่อง จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดรังไล่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ ขาดลอย 5-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 ต่อไป

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

แมนฯ ซิตี้: เอแดร์ซง – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, นิโคลัส โอตาเมนดี้, ดานีโล่ – เควิน เดอ บรอยน์ (ฟิล โฟเด้น น.75), แฟร์นานดินโญ่ (ดาบิด ซิลบา น.66), อิลคาย กุนโดกัน – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส (เซร์คีโอ อเกวโร่ “กุน” น.75), แบร์นาร์โด้ ซิลวา

เบิร์นลี่ย์: นิค โพพ – เควิน ลอง, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, เบน กิ๊บสัน – ร็อบบี้ เบรดี้ (แจ็ค คอร์ค น.46), เจฟฟ์ เฮนดริค, สตีเว่น เดอฟูร์ (แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด น.77), ชาร์ลี เทย์เลอร์, สตีเฟ่น วอร์ด – ดไวท์ แม็คนีล – มาเตจ์ วีดร้า (คริส วู้ด น.62)

ผู้ตัดสิน: แกรม สกอตต์

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

แม่นกว่า

แม่นกว่า ! เชลซีเฮดวลโทษสเปอร์สฉลุยชิงแมนซิตี้ศึกคาราบาว คัพ

แม่นกว่า “สิงห์บลูส์” เปิดตัวดาวยิงตัวใหม่อย่าง “อิกวาอิน” ชื่นมื่น หลังเชือด “ไก่เดือยทอง”

แม่นกว่า สเปอร์ส ใน 90 นาที 2-1 สกอร์รวมสองนัด 2-2 ก่อนดวลจุดโทษแม่นกว่าชนะไป 4-2 ผ่านไปชิงชนะเลิศกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนซิตี้ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่สนามเวมบลี่ย์ ในการแข่งขันฟุตบอลคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดสอง คืนวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2562
ศึกฟุตบอลคาราบาวคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดสอง “สิงห์บลูส์” เชลซี เมาริซิโอ ซาร์รี่ ใส่ผู้เล่นชุดผสม มีตัวหลักอย่าง “อาซาร์” เป็นทีเด็ด โดยก่อนเกม กอนซาโล่ อิกวาอิน ดาวยิงตัวใหม่ที่เพิ่งยืมจาก ยูเวนตุส ลงมาเปิดตัวในสนามด้วย ฝั่งทีมเยือน “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ที่กุมสกอร์ได้เปรียบจากนัดแรกหวังดึงผลเสมอให้ได้เป็นอย่างน้อย เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นายใหญ่ของทีม ขาดผู้เล่นตัวหลัก “เคน,อัลลี่” มี คริสเตียน เอริคเซ่น บัญชาเกมแดนกลาง

เริ่มครึ่งแรก “สิงห์บลูส์” เปิดหน้าลุย นาทีที่ 14 เอแด็น อาซาร์ เปิดฟรีคิกจากริมสนามฝั่งซ้าย โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กระโดดจักรยานอากาศ บอลเด้งมาหา อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ที่ขึ้นมาช่วยเกมบุก โหม่งบอลไม่เต็มหัว บอลกระดอนออกหลังไป

ถัดมานาทีที่ 27 เชลซี ได้สกอร์สำคัญ แนวรับทีมเยือนเคลียร์บอลจากลูกเตะมุมไม่ดี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ วิ่งมาส่องไกลโดยเท้าขวาเต็มแรง หน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งตรงลอดขานายด่านทีมเยือน เข้าไปอย่างแม่นยำ “สิงห์บลูส์” นำ 1-0

เริ่มครึ่งแรก “สิงห์บลูส์” เปิดหน้าลุย นาทีที่ 14 เอแด็น อาซาร์ เปิดฟรีคิกจากริมสนามฝั่งซ้าย โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กระโดดจักรยานอากาศ บอลเด้งมาหา อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ที่ขึ้นมาช่วยเกมบุก โหม่งบอลไม่เต็มหัว บอลกระดอนออกหลังไป

ถัดมานาทีที่ 27 เชลซี ได้สกอร์สำคัญ แนวรับทีมเยือนเคลียร์บอลจากลูกเตะมุมไม่ดี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ วิ่งมาส่องไกลโดยเท้าขวาเต็มแรง หน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งตรงลอดขานายด่านทีมเยือน เข้าไปอย่างแม่นยำ “สิงห์บลูส์” นำ 1-0

แม่นกว่า

เริ่มครึ่งหลังผ่านมาแค่ห้านาทีทีมเยือน แดนนี่ โรส ที่ลงมาเป็นตัวสำรองตั้งแต่ครึ่งแรก ครอสบอลจากริมเส้นด้านซ้าย ก่อนเป็น เฟร์นานโด ยอเรนเต้ เบียดโถมตัวโขกบอล ผ่านมือ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายทวารเจ้าถิ่นเข้าไปตุงตาข่าย “ไก่เดือยทอง” ตีตื้นมาเป็น 1-2 สกอร์รวมเสมอ 2-2

เชลซีมีลุ้นพังประตูอีกหลายหนนาทีที่ 58 เอแด็น อาซาร์ เลี้ยงบอลหลุดมาทางเขตโทษด้านซ้าย ก่อนเจ้าตัวได้โอกาสซัดบอลเต็มข้อ แต่บอลกลับพุ่งออกข้างไปแบบไม่น่าเชื่อ จังหวะต่อมานาทีที่ 66 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ล็อกหลบผู้เล่นทีมเยือน 2-3 คน ก่อนส่งให้ เปโดร โรดดิเกวซ ซัดริมกรอบเขตโทษ แต่ผู้รักษาประตูสเปอร์ส รับไว้ได้

เจ้าถิ่นบุกเต็มอัตราหวังปิดเกมให้ได้นาทีที่ 74 เอแด็น อาซาร์ ลากบอลจี้แนวรับทีมเยือน ก่อนโยกหนึ่งจังหวะ แล้วหวดบอลด้วยเท้าขวา บอลทิศทางได้ลุ้นสกอร์แต่กลับเฉียดเสาออกไปเพียงนิดเดียว จนแล้วจนรอดช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบ 90 นาที เชลซี ชนะ สเปอร์ส 2-1 แต่ผลรวมสองนัดเสมอ 2-2 ต้องดวลจุดโทษและเป็น เชลซี ที่แม่นกว่าชนะไป 4-2 ผ่านไปชิงชนะเลิศกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนซิตี้ ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่สนามเวมบลี่ย์

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า,เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,อันโตนิโอ รือดิเกอร์,ดาวิด ลุยซ์,เอเมอร์สัน,เอ็นโกโล่ ก็องเต้,จอร์จินโญ่,รอสส์ บาร์คลี่ย์(มาเตโอ โควาซิซ น.81),เอแด็น อาซาร์,โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์,เปโดร โรดดิเกวซ(วิลเลี่ยน น.76)
สเปอร์ส (4-3-3) :เปาโล กาซซานิก้า,แซร์ก ออริเย่ร์,โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์,แยน แฟร์ต็องเก้น,เบน เดวิส (แดนนี่ โรส น.33),เอริก ดายเออร์,แฮร์รี่ วิงค์ส,คริสเตียน เอริคเซ่น,มุสซ่า ซิสโซโก้ (ดาวิตอน ซานเชซ น.80),เอริค ลาเมล่า,เฟร์นานโด ยอเรนเต้(ลูคัส มูร่า น.68)

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

แมนซิตี้ขอเฮจี้ลิเวอร์พูล

แมนซิตี้ขอเฮจี้ลิเวอร์พูล! “เชซุส” ตัวจริงซัดฮัดเดอร์สฟิลด์

แมนซิตี้ขอเฮจี้ลิเวอร์พูล “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เน้นหนักหวังเก็บชัยเพื่อทำแต้มไล่จี้ ลิเวอร์พูล จ่าฝูง

แมนซิตี้ขอเฮจี้ลิเวอร์พูล เรือใบเตรียมส่ง กาเบรียล เชซุส ลงตัวจริงยิงต่อเนื่องเกมเยือน ฮัดเดอร์สฟิลด์ ที่สู้เพื่อหนีตกชั้น ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 20 ม.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1, เวลา : 20.30 น.
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562
ฮัดเดอร์สฟิลด์ – แมนฯ ซิตี้
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1, เวลา : 20.30 น.

สนาม : เดอะ จอห์น สมิธส์ สเตเดี้ยม
มาร์ค ฮัดสัน รักษาการกุนซือฮัดเดอร์สฟิลด์ ที่เข้ามารับงานชั่วคราวแทน เดวิด ว้ากเนอร์ ที่ออกจากตำแหน่งไป หลังพาทีมเสมอคาร์ดิฟฟ์ 0-0 ทำให้ไม่ชนะมา 10 เกมแล้ว

สภาพทีมเกมนี้ ฮัดสันไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม น่าจะยึดทีมจากยุคของว้ากเนอร์เป็นหลักต่อไป แต่ในรายของ อารอน มอย และ แดเนียล วิลเลี่ยมส์ ต้องพักยาวเหมือนเดิม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯ ซิตี้ พาทีมชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัย 5 เกมติดรวมทุกรายการ

สภาพทีมเกมนี้ เป๊ปไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม กาเบรียล เชซุส ที่ได้ลงตัวจริงก่อน เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน” แล้วทำผลงานได้ดี ก็น่าจะได้โอกาสต่อไป

แต่ในรายของ เควิน เดอ บรอยน์ ที่ฟิตสมบูรณ์แล้ว ก็มีลุ้นออกสตาร์ตเช่นกัน

แมนซิตี้ขอเฮจี้ลิเวอร์พูล

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามตัวจริง
ฮัดเดอร์สฟิลด์ (4-3-2-1) : โยนาส โลสเซิ่ล – ฟลอร็องต์ ฮาเดอร์โกนาจ์, มาเธียส ยอร์เกนเซ่น “ซานก้า”, คริสโตเฟอร์ ชินด์เลอร์, เทอเรนซ์ ค็องโกโล่ – เจสัน พันเชียน, โจนาธาน ฮ็อกก์, ฟิลิปป์ บิลลิ่ง – เอเลียส คาชุงก้า, อเล็กซ์ พริทชาร์ด – สตีฟ มูนิเอ้
ผู้จัดการทีม : มาร์ค ฮัดสัน (รักษาการ)

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, ฟาเบียน เดลฟ์ – เควิน เดอ บรอยน์, แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา – ราฮีม สเตอร์ลิง, กาเบรียล เชซุส, ลีรอย ซาเน่
ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : อังเดร มาริเนอร์

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
– แมนฯ ซิตี้ มีสกอร์รวมสูงกว่า 2.5 ตลอด 6 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
– ฮัดเดอร์สฟิลด์ แพ้มาตลอด 4 นัดเหย้าหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
– แมนฯ ซิตี้ จะมีสกอร์นำในครึ่งแรก และชนะตอนจบเกมมาตลอด 3 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
– แมนฯ ซิตี้ เอาชนะได้ตลอด 3 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
– แมนฯ ซิตี้ ไม่แพ้เลยตลอด 6 นัดหลังสุดที่พบ ฮัดเดอร์สฟิลด์ รวมทุกรายการ

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วันเดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน
19/08/18 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 6 – 1ฮัดเดอร์สฟิลด์
06/05/18 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 0 – 0ฮัดเดอร์สฟิลด์
26/11/17 พรีเมียร์ลีก ฮัดเดอร์สฟิลด์ 1 – 2แมนฯ ซิตี้
02/03/17 เอฟเอ คัพ แมนฯ ซิตี้ 5 – 1ฮัดเดอร์สฟิลด์
18/02/17 เอฟเอ คัพ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 0 – 0 แมนฯ ซิตี้
18/02/00 ชปช. ฮัดเดอร์สฟิลด์ 1 – 1แมนฯ ซิตี้
27/11/99 ชปช. แมนฯ ซิตี้ 0 – 1ฮัดเดอร์สฟิลด์

ผลงาน 5 นัดหลัง
ฮัดเดอร์สฟิลด์
12/01/19 เสมอ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
05/01/19 แพ้ บริสตอล ซิตี้ 0-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
02/01/19 แพ้ เบิร์นลี่ย์ 1-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
29/12/18 แพ้ ฟูแล่ม 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
26/12/18 แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ซิตี้
14/01/19 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
09/01/19 ชนะ เบอร์ตัน 9-0 (เหย้า) ลีก คัพ
06/01/19 ชนะ ร็อตเธอร์แฮม 7-0 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
04/01/19 ชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
30/12/18 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

คุยสัญญาใหม่ เป๊ปหวัง แว็งซองต์ ก็องปานี ตัดสินใจอยู่แมนซิตี้ต่อ

คุยสัญญาใหม่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นข่าวเปิดเจรจาสัญญาใหม่ แว็งซองต์ ก็องปานี ปราการหลังกัปตันทีม หลังแข้งเบลเยียมเหลือข้อผูกมัดกับ “เรือใบสีฟ้า” ถึงจบซีซั่นนี้เท่านั้น

คุยสัญญาใหม่ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ตกเป็นข่าวว่าได้เปิดการเจรจากับ แว็งซองต์ ก็องปานี กองหลังกัปตันทีม เรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่แล้ว จากการรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา

คุยสัญญาใหม่

ปัจจุบันดาวเตะวัย 32 ปี เหลือสัญญากับ แมนฯ ซิตี้ จนถึงจบฤดูกาลนี้เท่านั้น แต่ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมแห่งถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม หวังว่าลูกทีมจะตัดสินใจอยู่ค้าแข้งกับต้นสังกัดต่อไป

“เรากำลังพูดคุยกันในเรื่องนั้น ผมพอใจกับมัน เขาคือกัปตันทีมของเรา อยู่ที่นี่มา 11 ปีแล้ว เราเห็นได้ใน 2 เกมหลังสุด (ในลีก) ว่าเขามีคุณภาพมากมายแค่ไหน ปัญหาเดียวเท่านั้นสำหรับ แว็งซองต์ คือรื่องอาการบาดเจ็บของเขา” กวาร์ดิโอล่า กล่าว  ทั้งนี้ ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บของ ก็องปานี ทำให้เขาได้ลงเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 6 นัดเท่านั้นในฤดูกาลนี้

 

ขอบคุณแหล่งที่มา  www.siamsport.co.th