เรื่อง

แอร์กน็องเดซมาแล้ว

แอร์กน็องเดซมาแล้ว!ท็อป5กองหลังค่าตัวแพงสุดในโลก

แอร์กน็องเดซมาแล้ว “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ปิดดีลคว้าตัว ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ แบ็กซ้ายทีมชาติฝรั่งเศสของ แอตเลติโก มาดริด ได้สำเร็จ

แอร์กน็องเดซมาแล้ว เมื่อวันพุธที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวสูงถึง 80 ล้านยูโร ซึ่งนั่นทำให้ แอร์กน็องเดซ ผู้มีดีกรีเป็นแข้งแชมป์โลก ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าในชาร์ตกองหลังค่าตัวแพงสุดในโลกทันที และนี่คือ 5 อันดับแรก พร้อมเรตความคุ้มค่าจากมุมมองของผู้เขียน
1. เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (จาก เซาธ์แฮมป์ตัน สู่ ลิเวอร์พูล ปี 2018) : ค่าตัว 84.5 ล้านยูโร (ประมาณ 3,042 ล้านบาท)

แอร์กน็องเดซมาแล้ว

ตอนแรกหลายๆ คนมองว่าค่าตัวเวอร์ไป แต่สุดท้าย ฟาน ไดค์ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างคุ้มค่า จนตอนนี้เป็นนักเตะที่ “หงส์แดง” ขาดไม่ได้เสียแล้ว และถือเป็นอีกหนึ่งคนสำคัญที่ช่วย ลิเวอร์พูล ก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก แบบจริงจังในฤดูกาลนี้ จนถือเป็นแคนดิเดตอันดับต้นๆ ที่จะได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี

คะแนนความคุ้มค่า : 9/10

2. ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ (จาก แอตเลติโก มาดริด สู่ บาเยิร์น มิวนิค ปี 2019) : ค่าตัว 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,880 ล้านบาท)

แอร์กน็องเดซมาแล้ว

โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับทีมชาติฝรั่งเศสในศึก เวิลด์ คัพ 2018 เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน จนคว้าแชมป์โลกมาครองได้ ส่วนการเล่นกับต้นสังกัดนั้น แอร์กน็องเดซ ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน ซึ่งด้วยความสามารถที่เล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและเซนเตอร์แบ็ก แถมเหลืออายุการใช้งานอีกเพียบ จึงไม่แปลกใจเลยที่ “เสือใต้” ยอมฟาดเงินก้อนโตเป็นสถิติใหม่ของสโมสร คว้า ดาวเตะวัย 23 ปีรายนี้ มาร่วมก๊วนไว้สู้ศึกในฤดูกาล 2019-20

คะแนนความคุ้มค่า : ยังประเมินไม่ได้

3. อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ (จาก แอธเลติก บิลบา สู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปี 2018) : ค่าตัว 65.2 ล้านยูโร (ประมาณ 2,347.2 ล้านบาท)

แอร์กน็องเดซมาแล้ว

ตอนแรกเล็ง ฟาน ไดค์ เอาไว้ แต่ถูก ลิเวอร์พูล ชิงตัวไป ทำให้ แมนฯ ซิตี้ หันไปดึง ลาป๊อร์กต์ แทน ด้วยค่าตัวที่สูงเหมือนกัน แต่ถึงกระนั้น ปราการหลังเลือดน้ำหอมวัย 24 ปี ก็ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้ที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักในแผงหลังของทีม แถมยังชอบขึ้นมาทำประตูได้บ่อยๆ ด้วย

คะแนนความคุ้มค่า : 8/10

4. แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ (จาก อาแอส โมนาโก สู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปี 2017) : ค่าตัว 58.1 ล้านยูโร (ประมาณ 2,091.6 ล้านบาท)

แอร์กน็องเดซมาแล้ว

เป็นอีกหนึ่งแข้งคุณภาพส่งออกจาก โมนาโก แถมเป็นฟูลแบ็กที่ขึ้นมาเล่นเป็นปีกได้ด้วย และมีทีเด็ดอยู่ที่การครอสบอลเข้ากลาง แต่น่าเสียดายที่ ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสวัย 24 ปีคนนี้ เจอปัญหาบาดเจ็บเล่นงานอย่างต่อเนื่อง จนเล่นไม่ค่อยคุ้มค่ากับเงินที่ แมนฯ ซิตี้ เสียไป

คะแนนความคุ้มค่า : 6/10

5. ไคล์ วอล์คเกอร์ (จาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปี 2017) : ค่าตัว 57 ล้านยูโร (ประมาณ 2,052 ล้านบาท)

แอร์กน็องเดซมาแล้ว

แมนฯ ซิตี้ ลงทุนไปเยอะมากกับแผงหลังในฝันชุดนี้ของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่ง วอล์คเกอร์ ก็เป็นหนึ่งในนั้น และที่ผ่านมาเจ้าตัวถือว่าทำผลงานได้ดีทีเดียว จนกลายเป็นขุนพลคนสำคัญของทัพ “เรือใบสีฟ้า” คนหนึ่ง แถมยังขยับไปเล่นเป็นเซนเตอร์แบ็กได้ด้วย ส่วนคุณสมบัติของการเป็นฟูลแบ็กชั้นยอดก็มีครบ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว, ความแข็งแกร่ง และการเปิดบอลที่แม่นยำ

คะแนนความคุ้มค่า : 7.5/10

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.siamsport.co.th

ใครก็เทียบ

ใครก็เทียบ ไม่ติด !เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ชูซาเน่ปีกเจ๋งสุดในโลก

ใครก็เทียบ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยก ลีรอย ซาเน่ แข้งตัวจี๊ดของทีม

ใครก็เทียบ เป็นปีกที่เจ๋งสุดในโลกตอนนี้ แต่รับเจ้าตัวยังไม่พร้อม หากหันมาเล่นตรงกลาง
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อมั่นว่า ลีรอย ซาเน่ ปีกความเร็วสูงชาวเยอรมัน เป็นผู้เล่นตำแหน่งปีก ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกเวลานี้

ซาเน่ ลงเป็นตัวสำรองก่อนยิงฟรีคิกสุดสวยช่วย แมนฯ ซิตี้ บุกไปพลิกเชือด ชาลเก้ 04 สุดมันส์ 3-2 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถึงแม้ตอนนี้บทบาทในทีมอาจจะน้อยลง เพราะ เควิน เดอ บรอยน์ กลับมาฟิตสมบูรณ์แล้ว ขณะที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ได้ลงเล่นต่อเนื่องในตำแหน่งปีกขวา

ใครก็เทียบ

ส่วน ราฮีม สเตอร์ลิง เล่นได้ทุก ตำแหน่งในแนวรุก แต่ กวาร์ดิโอล่า ยืนยันว่า สตาร์ทีมชาติเยอรมนีวัย 23 ปี ไร้คู่แข่งหากพูดถึงผู้เล่นตำแหน่งปีก “สำหรับตอนนี้ ลีรอย ยังไม่พร้อม สำหรับการเล่นตรงกลาง แต่ในอนาคตไม่แน่ การเล่นตรงกลางนั้น คุณต้องควบคุมพื้นที่ว่างให้เป็น รวมถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบข้าง ตอนนี้เขายังไม่พร้อม ซึ่งก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า

เราสามารถช่วยเขาได้ แต่ผมคิดว่า ลีรอย เป็นผู้เล่นริมเส้นที่เจ๋งสุดในโลกตอนนี้ เราอยากจะใช้งานเขาในตำแหน่งที่เขาเล่นได้แข็งแกร่งมากกว่า ผมคิดว่า จุดแข็งของเขา คือการเล่นริมเส้น และการดวลตัวต่อตัว ซึ่งจุดนี้ผมคิดว่า เขาเป็นผู้เล่น ที่ยอดเยี่ยมมากๆ” ยอดกุนซือชาวสแปนิชวัย 48 ปี กล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

เป๊ปรับแมนซิตี้

เป๊ปรับแมนซิตี้ ยังไม่แกร่งพอคว้าแชมป์ชปล.หลังเพิ่งโชว์แกร่งเอาชนะ

เป๊ปรับแมนซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รับฟอร์มการเล่นของทีมในเวลานี้ยังไม่ดีพอที่จะคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก

เป๊ปรับแมนซิตี้ หลังเพิ่งโชว์แกร่งเอาชนะ ชาลเก้ 3-2 ทั้งๆ ที่เหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมสมองเพชรของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันทัพ “เรือใบสีฟ้า” ยังทำผลงานได้ไม่ดีพอที่จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังเพิ่งโชว์ฟอร์มสุดยอดพลิกสถานการณ์ชนะ ชาลเก้ 04 ด้วยสกอร์ 3-2 ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

หลักใหญ่ใจความในแมตช์นี้ก็คือการใช้วีเออาร์ในจังหวะที่ ชาลเก้ ได้จุดโทษทำให้ทีมตีเสมอ “เรือใบสีฟ้า” และในครึ่งหลัง นิโกลัส โอตาเมนดี้ โดนไล่ออก ซึ่งในเวลานั้น แชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตกเป็นรองสกอร์ 2-1 และมีผู้เล่นเพียง 10 คน แต่สุดท้ายพวกเขารวมพลังประจัญบานพลิกยิง 2 ประตูรวดในช่วง 5 นาทีสุดท้าย แซงคว้าชัยชนะได้อย่างสุดมัน

เป๊ป เปิดใจหลังจบเกมว่า “สามประตูและผลการแข่งขันน่าเหลือเชื่อมากๆ แต่เรายังไม่พร้อมที่จะสู้เพื่อคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก การออกไปเยือน และยิงได้ 3 ประตูพร้อมกับปฏิกิริยาตอบสนองจากการเล่นเพียง 10 คนในการสู้กับทีมที่มี 11 คน พร้อมกับแนวทางการเล่นในครึ่งหลัง ผมดีใจมากๆ แต่มันยังไม่เพียงพอที่จะประสบความสำเร็จในรายการนี้”

เป๊ปรับแมนซิตี้

“เราเสีย 2 จุดโทษให้กับพวกเขา และโดนใบแดง ซึ่งหากเกิดขึ้นในช่วงรอบลึกๆ เราก็คงตกรอบไปแล้ว แต่เราเป็นทีมที่ดี และเรายิงประตูที่น่าเหลือเชื่อได้หลายลูก เราเล่นได้สุดยอดมากๆ และเริ่มต้นได้ดีจริงๆ แต่เราเสียบอลง่ายเกินไป และเราไม่ควรปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในการแข่งขันระดับนี้โดยเฉพาะการเสีย 2 จุดโทษ”

“โดยส่วนตัวแล้วแนวทางที่เราเล่นถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ แต่มันยังไม่เพียงพอ เราทำให้พวกเขามีโอกาส บางทีเรารู้ว่านี่เป็นผลการแข่งขันที่ดี และได้เรียนรู้จากสิ่งนี้ แต่ในทุกๆ รอบมันเป็นอะไรที่ยากลำบากจริงๆ”

แมนฯ ซิตี้ จะไม่มี โอตาเมนดี้ และ แฟร์นันดินโญ่ ในเกมนัดสอง เนื่องจากติดโทษแบน โดย เป๊ป เปิดใจเกี่ยวกับวีเออาร์ที่ระบุว่า โอตาเมนดี้ ทำแฮนด์บอลจนทีมต้องเสียจุดโทษว่า “มันเป็นจุดโทษ และผมเป็นแฟนตัวยงของระบบวีเออาร์ ส่วนครั้งที่สองก็สมควรเป็นจุดโทษ และใบแดงก็คือใบแดง”

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

เป๊ปเผย

เป๊ปเผย ความผิดพลาด เดียวที่อาจส่งลิเวอร์พูลแชมป์ลีก

เป๊ปเผย กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยแข้ง “เรือใบสีฟ้า”

เป๊ปเผย ต้องเก็บชัยชนะให้ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากพลาดแพ้อีกครั้ง งานนี้โอกาสที่จะไล่บี้เบียดลุ้นแชมปลีกกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์หลุดลอยออกไปเลยทีเดียว
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมสมองเพชรของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กระตุ้นลูกทีม “เรือใบสีฟ้า” ห้ามแพ้อีกครั้งเด็ดขาดในช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ เพราะหากพลาดอีกครั้งนั่นหมายความว่าโอกาสในการเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ ลิเวอร์พูล จะหลุดลอยไปทันที

แชมป์เก่าลีกผู้ดี ซึ่งแพ้ไปแล้ว 3 เกมลีกในซีซั่นนี้ กำลังไล่บี้กับทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างสูสี โดยในเวลานี้ “เดอะ เร้ดส์” มีแต้มนำเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้นและเหลือการแข่งขัน 15 แมตช์ ที่สำคัญหาก แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ในเกมลีกวันอังคารที่ 29 ม.ค.นี้ จะทำให้พวกเขาลดช่องว่างเหลือแค่ 1 แต้มเท่านั้น เนื่องจาก ลิเวอร์พูล จะเตะกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันพุธ

เป๊ปเผย

กวาร์ดิโอล่า ออกโรงเตือนแข้ง แมนฯ ซิตี้ ต้องพยายามเก็บชัยชนะต่อไปเรื่อยๆ เพื่อกดดัน ลิเวอร์พูล “สถานการณ์ของทั้งสองทีม หลังจากหรือก่อนหน้านี้ เราต้องเก็บชัยชนะให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ ทุกอย่างก็แทบจบ ทุกๆ เกมเกือบจะเป็นเกมนัดชิง และมันเหมือนการแข่งฟุตบอลถ้วยจริงๆ”

“สิ่งที่เราควรจะทำ หลังจากที่เราต้องเก็บชัยชนะ และก่อนที่เราต้องคว้าชัยชนะนะเหรอ ? ทุกๆ ทีมต้องการคว้าแชมป์และต้องการมีความสุข แต่คุณต้องรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้ ผมคิดว่ากับเกมที่เหลืออยู่ 15 แมตช์ ยังมีแต้มมากพอให้เก็บและยังมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันอีกมากมาย ซึ่งยังมีอีกหลายเกมที่เราต้องเล่น”

“แม้การแข่งขันของเราจะเปลี่ยนแปลงแบบวันต่อวัน เราต้องมองถึงสิ่งที่ นิวคาสเซิ่ล จะทำ ซึ่งนั่นเป็นแนวทางเดียว เราต้องมีความคงเส้นคงวา และพยายามเอาชนะให้ได้” อดีตนายใหญ่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค และ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ระบุ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เผยความผิดพลาดเดียวที่อาจส่งลิเวอร์พูลแชมป์ลีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยแข้ง “เรือใบสีฟ้า” ต้องเก็บชัยชนะให้ได้อย่างต่อเนื่อง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หากพลาดแพ้อีกครั้ง งานนี้โอกาสที่จะไล่บี้เบียดลุ้นแชมปลีกกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์หลุดลอยออกไปเลยทีเดียว
เป๊ป  ผู้จัดการทีมสมองเพชรของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กระตุ้นลูกทีม “เรือใบสีฟ้า” ห้ามแพ้อีกครั้งเด็ดขาดในช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ เพราะหากพลาดอีกครั้งนั่นหมายความว่าโอกาสในการเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ ลิเวอร์พูล จะหลุดลอยไปทันที

แชมป์เก่าลีกผู้ดี ซึ่งแพ้ไปแล้ว 3 เกมลีกในซีซั่นนี้ กำลังไล่บี้กับทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างสูสี โดยในเวลานี้ “เดอะ เร้ดส์” มีแต้มนำเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้นและเหลือการแข่งขัน 15 แมตช์ ที่สำคัญหาก แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ในเกมลีกวันอังคารที่ 29 ม.ค.นี้ จะทำให้พวกเขาลดช่องว่างเหลือแค่ 1 แต้มเท่านั้น เนื่องจาก ลิเวอร์พูล จะเตะกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันพุธ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
กวาร์ดิโอล่า ออกโรงเตือนแข้ง แมนฯ ซิตี้ ต้องพยายามเก็บชัยชนะต่อไปเรื่อยๆ เพื่อกดดัน ลิเวอร์พูล “สถานการณ์ของทั้งสองทีม หลังจากหรือก่อนหน้านี้ เราต้องเก็บชัยชนะให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ ทุกอย่างก็แทบจบ ทุกๆ เกมเกือบจะเป็นเกมนัดชิง และมันเหมือนการแข่งฟุตบอลถ้วยจริงๆ”

“สิ่งที่เราควรจะทำ หลังจากที่เราต้องเก็บชัยชนะ และก่อนที่เราต้องคว้าชัยชนะนะเหรอ ? ทุกๆ ทีมต้องการคว้าแชมป์และต้องการมีความสุข แต่คุณต้องรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้ ผมคิดว่ากับเกมที่เหลืออยู่ 15 แมตช์ ยังมีแต้มมากพอให้เก็บและยังมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันอีกมากมาย ซึ่งยังมีอีกหลายเกมที่เราต้องเล่น”

“แม้การแข่งขันของเราจะเปลี่ยนแปลงแบบวันต่อวัน เราต้องมองถึงสิ่งที่ นิวคาสเซิ่ล จะทำ ซึ่งนั่นเป็นแนวทางเดียว เราต้องมีความคงเส้นคงวา และพยายามเอาชนะให้ได้” อดีตนายใหญ่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค และ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ระบุ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

โดนใจ เป๊ป

โดนใจ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปลื้มแข้งซิตี้หลังยำโหดเบิร์นลี่ย์

โดนใจ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชมลูกทีมเล่นด้วยความมุ่งมั่นดีเยี่ยม หลังกระซวก เบิร์นลี่ย์ 5-0 ในศึก เอฟเอ คัพ รอบสี่ รับแฮปปี้ไม่น้อยที่ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

โดนใจ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวชื่นชมลูกทีมที่เล่นด้วยความมุ่งมั่นและดุดันไร้ปราณี หลังจากที่ทัพ “เรือใบสีฟ้า” เปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม ไล่ถล่ม เบิร์นลี่ย์ 5-0 ในศึก เอฟเอ คัพ รอบสี่ เมื่อวันเสาร์ที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา

โดนใจ เป๊ป

เกมนี้ แมนฯ ซิตี้ ได้ประตูจาก กาเบรียล เชซุส นาทีที่ 23, แบร์นาโด้ ซิลวา นาทีที่ 52, เควิน เดอ บรอยน์ นาทีที่ 61, การทำเข้าประตูตัวเองของ เควิน ลอง นาทีที่ 73 และ เซร์คิโอ อเกวโร่ นาทีที่ 85

ทำให้พวกเขาตบเท้าเข้าสู่รอบห้าได้อย่างง่ายดาย พร้อมทำสถิติชนะมา 8 นัดติดต่อกันแล้ว

“ผมรู้สึกประทับใจมากๆ กับความมุ่งมั่นของนักเตะ แน่นอนว่า เรายังต้องพัฒนาอีกในบางจุด แต่เกมนี้เราเคลื่อนที่กันดีมาก และผมก็รู้สึกดีใจที่เราผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

ซึ่งก็จะรอดูการจับสลากประกบคู่ในวันจันทร์นี้” ยอดกุนซือชาวสแปนิชวัย 48 ปี กล่าว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.siamsport.co.th

Liverpool manager Jurgen Klopp

สมปรารถนา ! เฟรงกี้ เดอ ยองกองกลางดาวรุ่งชาวดัตช์ รับฝันเป็นจริงซบบาร์ซ่า

สมปรารถนา เฟรงกี้ เดอ ยอง มิดฟิลด์ดาวรุ่งพุ่งแรง ยอมรับเคยมีโอกาสได้พูดคุยกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เรื่องย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สมปรารถนา เฟรงกี้ เดอ ยอง กองกลางดาวรุ่งชาวดัตช์ เปิดใจเหตุผลที่เลือกย้ายมาเล่นให้ บาร์เซโลน่า มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกลา ลีกา สเปน เพราะนี่คือสโมสรในฝันตั้งแต่เยาว์วัย และการได้สวมชุด “เลือดหมูน้ำเงิน” ถือเป็นการสานฝันให้เป็นจริง

สมปรารถนา
มิดฟิลด์วัย 21 ปี เพิ่งจะย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาเล่นกับ บาร์ซ่า ด้วยสนนราคา 65 ล้านปอนด์ (ราว 2,665 ล้านบาท) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดย ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ จะย้ายมาค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป ด้วยสัญญาระยะยาวถึงปี 2024

ก่อนหน้านที่ เดอ ยอง จะสลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญากับ บาร์เซโลน่า นั้น นักเตะได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป โดยเรื่องนี้เจ้าตัวยอมรับว่าเคยมีโอกาสได้พูดคุยกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ แมนฯ ซิตี้ มาแล้ว แต่สุดท้ายตัดสินใจเลือกย้ายมาอยู่กับทีมในฝัน

“ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ กวาร์ดิโอล่า เรื่องย้ายไปเล่นกับ แมนฯ ซิตี้ มีหลายสโมสรที่พยายามโน้มน้าวคุณตอนที่พวกเขาอยากได้คุณ ผมมีความสุขและภูมิใจที่พวกเขาต้องการตัวผมมากๆ บาร์เซโลน่า เป็นสโมสรในฝันของผมมาตลอด จริงๆ แล้วพวกเขาตั้งใจที่จะคว้าตัวผมเช่นกัน และผมมีโอกาสดีที่จะได้เล่นกับพวกเขา นั่นเป็นการตัดสินใจที่ง่ายที่สุด”

“ผมเคยดู บาร์เซโลน่า เล่นตอนเด็กๆ และจากนั้นผมได้รู้อะไรเยอะแยะในยุคของกวาร์ดิโอล่า รวมทั้งความสำเร็จของพวกเขา นั่นทำให้ผมกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ของพวกเขา ผมเป็นแฟนตัวยงของ เมสซี่ แม้ว่าผมจะชอบทุกๆ คนในทีมก็ตาม” เดอ ยอง กล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา       http://www.siamsport.co.th

ดอร์ทมุนต์

ดอร์ทมุนต์ ตำนานครูและศิษย์รักแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษรั้ว เสือเหลือง

ดอร์ทมุนต์ หากเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับพอล สโคลส์ คือตำนานครูและศิษย์รักแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ดอร์ทมุนต์ เป็ป กวาร์ดิโอล่า กับลิโอเนล เมสซี คือตำนานแห่งลาลีกา สเปน คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในขณะนี้วงการบุนเดสลีกาก็มีตำนาน ถือกำเนิดขึ้นมาในรั้วทีม “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เช่นกัน ซึ่งก็คือกุนซือใหญ่ ลูเซียง ฟาฟร์ กับแม่ทัพกัปตัน มาร์โค รอยส์
อย่างที่รู้กันดีกว่าสิ่งสำคัญในการทำทีมให้สำเร็จของโค้ชก็คือประสบการณ์ หลังจากที่ฟาฟร์ลับคมฝีไม้ลายมืออยู่กับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน โบรุสเซีย เมินเชนกลัดบัค และนีซ ในที่สุดเขาก็สามารถเข้ามานำพลพรรคเสือเหลืองทะยานขึ้นนำจ่าฝูงบุนเดสลีกาได้อย่างสง่างาม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการมีหนึ่งในอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในเยอรมนีในมือ ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่เขายังคุมทีมกลัดบัคเมื่อปี 2011 กุนซือชาวสวิสจอมแทคติกคนนี้แหละที่เป็นผู้จุดประกายให้มาร์โค รอยส์ แจ้งเกิดได้ในลีกสูงสุดของเยอรมนี นับเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ครูและศิษย์ที่ยอดเยี่ยม ก่อนมีอันต้องแยกย้ายกันไปตามทางวิถีทางของตนเองไปถึง 6 ปี และในฤดูกาลนี้เมื่อโชคชะตาขีดให้ลูกศิษย์และครูคู่นี้โคจรกลับมาร่วมงานกันอีกคำรบ ผลงานของดอร์ทมุนด์ก็เป็นสิ่งพิสูจน์ให้ประจักษ์ชัดแล้วว่าฟาฟร์กับรอยส์ คือการประสานงานกันที่ลงตัวสุดๆ

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ครูจะมีศิษย์รักหรือโค้ชจะมีนักเตะที่ตนเองไว้วางใจมากกว่าคนอื่นๆ หรือที่เรียกกันว่า “มือขวา” ซึ่งคนๆ นั้นมักจะได้รับหน้าที่สวมปลอกแขนในการนำทัพลงแข่ง พร้อมรับคำสั่งจากม้านั่งข้างสนามไปสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ในการแก้เกมหรือปรับปรุงทีม

ดอร์ทมุนต์

“ผมเคยร่วมงานกับโค้ชไม่กี่คน และในบรรดาโค้ชเหล่านั้น ฟาฟร์คือโค้ชที่ดีที่สุดที่ผมเคยมีมา” รอยส์กล่าวกับเว็บไซต์สมาพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี “ผ่านมานานมากแล้วจริงๆ ที่เราเคยร่วมงานกันที่กลัดบัค ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่ดีที่ได้ย้อนกลับไปมองรายละเอียดว่าเขาเคยทำอะไรไว้บ้างในฐานะโค้ช”

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ที่ 22 จาก 33 ประตูที่ดอร์ทมุนด์ทำได้ในบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้มาจากครึ่งเวลาหลัง เพราะฟาฟร์นั้นเป็นกุนซือที่มีอิทธิพลกับทีมสูง อีกทั้งยังแก้เกมอย่างเฉียบคมและถูกจุด รอยส์ ในเวอร์ชั่นที่แกร่งที่สุดก็ทำประตูในครึ่งหลังได้ถึง 5 ลูก ซึ่งเมื่อรวมกับที่ยิงในครึ่งแรกอีก 3 ประตูก็เป็น 8 ประตูเข้าไปแล้ว

ลูเซียง ฟาฟร์ถือว่าเป็นเทรนเนอร์ที่มีชื่อชั้นในเรื่องกลยุทธ์ จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีนักเตะที่เป็นกุญแจสำคัญอยู่ในสนาม ซึ่งนักเตะคนนี้แหละที่ต้องเข้าใจกลยุทธ์ของฟาฟร์เป็นอย่างดีเช่นกัน เพื่อจะพลิกเกมให้เป็นไปตามต้องการ สำหรับฟาฟร์แล้ว นักเตะคนนั้นก็คือรอยส์

“มาร์โคเป็นนักเตะประสบการณ์สูงมากแล้วในตอนนี้ และในฐานะกัปตันทีม เขาต้องเป็นแบบอย่างให้กับนักเตะคนอื่นๆ ผมและทุกคนในทีมเชื่อใจว่าเขาจะสามารถทำหน้าที่ได้ดีทั้งในและนอกสนาม” ฟาฟร์กล่าว

ก็เช่นเดียวกับศิษย์-ครูคู่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเซอร์ อเล็กซ์ กับพอล สโคลส์ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาร์เซน เวนเกอร์ กับเธียร์รี่ อองรี ที่อาร์เซนอล หรือเป็ป กับเมสซี ที่บาร์ซ่า ซึ่งในรั้วดอร์ทมุนด์เองเราก็เคยได้เห็นอะไรที่ประสบความสำเร็จแบบนี้มาแล้ว แถมยังเป็นครูกับศิษย์รักถึงสองคน นั่นก็คือเยือร์เก้น คล็อปป์ กับมาริโอ เกิตเซ่อ และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ถ้าหากดอร์ทมุนด์สามารถคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกาในฤดูกาลนี้กลับบ้านได้ คงเถียงไม่ได้เลยว่าเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่มีปัจจัยสำคัญมาจากการประสานงานระหว่างศิษย์และครูคู่นี้นี่เอง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

โชคดี

โชคดี ไม่โดนแบน ! เป๊ปถูกเอฟเอเตือนหลังโวยกรรมการ

โชคดี โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ

โชคดี เตือนเป็นครั้งแรก หลังแสดงอาการโม โหผู้ตัดสิน ในเกมชนะ ลิเวอร์พูล เมื่อวันพฤหัสบดี แต่ยังรอดตัวจาก โทษแบน เหตุเพิ่งทำผิดเป็นครั้งแรกเท่านั้น
โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐี แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ถูกสมาคม ฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ตักเตือนหลังจากแสดงกิริยาไม่เหมาะสม ใส่ผู้ตัดสินในเกมที่นำทีมเอาชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 2-1 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวัน พฤหัสบดีที่ 3 มกราคม ที่ผ่านมา

กวาร์ดิโอล่า แสดงความ ไม่พอใจผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ เป็นอย่างมาก ที่ไม่ยอมเป่าฟาวล์จังหวะที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หัวหอก ลิเวอร์พูล เข้าสกัด แฟร์นันดินโญ่ ลูกทีมของตัวเอง ในช่วงท้ายเกมจน เกือบนำไปสู่ประตูตีเสมอของทีมเยือน

โชคดี

กุนซือชาวสเปนยังคงประท้วง ไม่ยอมหยุดเมื่อ เทย์เลอร์ เข้ามาคุยด้วย ขณะที่เขากำลังถก เถียงอยู่ข้างสนามกับ มาร์ติน แอตกินสัน ผู้ตัดสินที่ 4 ในแมตช์นั้น นั่นจึง ทำให้ล่าสุด เอฟเอ ประกาศว่า กวาร์ดิโอล่า ถูกตักเตือนในระดับที่ 1 ซึ่งถือเป็นครั้ง แรกของเขาในฤดูกาลนี้

สำหรับผู้จัดการทีม, โค้ช หรือสตาฟฟ์ฝ่ายเทคนิคราย ใดก็ตามที่ถูกตักเตือนครบ 4 ครั้งพวกเขาจะถูกลงโทษแบน 1 แมตช์ด้วยกัน

โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ เตือนเป็นครั้งแรก หลังแสดงอาการโมโหผู้ตัดสินในเกมชนะ ลิเวอร์พูล เมื่อวันพฤหัสบดี แต่ยังรอดตัว จากโทษแบน เหตุเพิ่งทำผิด เป็นครั้งแรกเท่านั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว เลรอย ซาเน่ ปีกทีมชาติเยอรมนี ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับคืนสู่การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว หลังจากโชว์ฟอร์มหรูและยังสวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยให้ทีมเฉือน ลิเวอร์พูล 2-1 ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่าน รวมทั้งยัดเยียนพ่ายแพ้เกมลีกนัดแรกให้ “หงส์แดง” ในซีซั่นนี้
สำหรับประตูที่ ลิเวอร์พูล เสียต้องยอมรับว่าเป็นการทำเกมที่ดุดันของเจ้าบ้าน แต่น่าเสียดายตรงนี้ เดยัน ลอฟเรน ดันแจกความสดใสให้กับคู่แข่ง เมื่อเสียสมาธิปล่อยให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ วิ่งแซงหน้า ก่อนจะตะบันเต็มข้อบอลพุ่งราวจรวดชนิดที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ไม่มีทางป้องกันได้เลย

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว

ที่สำคัญแมตช์นี้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาต้องพัฒนาฝีเท้าอีก เพราะการเจอกับผู้เล่นระดับโลกอย่าง ซาเน่ ที่มีทั้งเทคนิค และความเร็ว ทำให้เขาไม่สามารถจัดการ ดาวเตะทีมชาติเยอรมนี ได้เลย นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เลือกที่จะเจาะทางฝั่งขวาคู่แข่ง

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ เป็นเพียง 1 แมตช์ที่ ลิเวอร์พูล เสีย 3 คะแนน แต่ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออันดับของพวกเขา และสิ่งสำคัญที่นักเตะ “หงส์แดง” ต้องจดจำเอาไว้ก็คือพวกเขายังนำอยู่ 4 คะแนน ฉะนั้นแค่ประครองตัวเอง และทำให้ดีที่สุดในเกมของตัวเอง แค่นั้นก็พอ

1. ซาเน่เล่นงานยับ

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับทัศนคติของ เลรอย ซาเน่ ในบางครั้ง แต่ ปีกทีมชาติเยอรมนี ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสร้างผลงานดีมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และในเกมพบ ลิเวอร์พูล คงทำให้ กุนซือชาวสแปนิช เห็นแล้วว่าเขาขาดนักเตะรายนี้ไม่ได้จริงๆ

อดีตสตาร์ลูกหนังชาลเก้ 04 ที่จะอายุครบ 23 ปีในสัปดาห์หน้า โชว์สเต็ปกระชากลากเลื้อยจนทำให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ต้องปั่นป่วนเอาไม่อยู่ เช่นเดียวกับ เดยัน ลอฟเรน ที่ไม่สามารถรับมือกับความรวดเร็วของปีกหัวฟูได้เลย และเขาก็มีส่วนในจังหวะสำคัญก่อนที่ อเกวโร่ จะซัดประตูสุดสวยให้เจ้าบ้านขึ้นนำ

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
แน่นอนว่าเอกลักษณ์ที่แสนโดดเด่นของ ซาเน่ ก็คือการเลี้ยงบอลครองเท้าและยังรวดเร็วอีกต่างหาก ทำให้เขาสามารถขู่แนวรับกองหลังได้ตลอด ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนของแบ็กขวา “หงส์แดง” ว่าหากเจอผู้เล่นที่มีความคล่องตัว โอกาสจะโดนเจาะก็มีเยอะมาก

ที่สำคัญการเติมเกมที่รวดเร็วเวลาที่ทีมมีโอกาสสวนกลับเป็นจุดเด่นของ ซาเน่ อยู่แล้ว และประตูชัยของ แมนฯ ซิตี้ ก็มาจากจังหวะดังกล่าว ก่อนจะจับด้วยการยิงที่เฉียบคมของ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช

2. เทคโนโลยีช่วยได้เยอะ

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
ต้องยอมรับว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ในวงการฟุตบอลถือว่าเป็นเรื่องดีมากๆ และสามารถช่วยให้การตัดสินของกรรมการมีความเที่ยงตรงยิ่งขึ้น เหมือนกับการใช้เทคโนโลยีที่เส้นประตู หรือ “โกลไลน์” เพราะหากไม่มีระบบนี้แน่นอนว่าสถานการณ์ของเกมอาจจะเปลี่ยนไป

ในนาทีที่ 19 จากจังหวะที่ จอห์น สโตน เตะบอลอัด เอแดร์สัน ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน ลูกบอลลอยหมุนติ้วบินถลาแล่นลมเข้าไปในประตู แน่นอนว่าหากใช้สายตามนุษย์ ท่านเปาแอนโทนี่ย์ เทย์เลอร์ คงเป่านกหวีดดังลั่นให้ลูกนี้เป็นประตูขึ้นนำของ “เดอะ เร้ดส์”

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ด้วยการมี โกลไลน์ ทำให้ทุกอย่างมีความเที่ยงตรง เนื่องจากเมื่อได้ดูจากภาพช้าเห็นได้ชัดว่าลูกบอลลอยข้ามเส้นไปเกือบเต็มใบแล้ว โดยน่าจะประมาณ 99.99 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังถือว่าไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” ไม่เสียประตู

ลองคิดดูเล่นหากจังหวะนั้นเป็นประตูขึ้นนำของทีมเยือน งานนี้เกมจะออกมาเป็นแบบไหน งานนี้แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนก็แล้วกัน

3. อเกวโร่คมกว่า ซาลาห์

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว

เปิดซิงลิเวอร์พูลเซร์คิโอ อเกวโร่ ทำผลงานได้เฉียบคมเหนือกว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในเกมนี้ หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มให้เห็นถึงจังหวะการยิงประตูที่เด็ดขาด รวมทั้งการมี

ส่วนร่วมกับเกม ทำให้ แมนฯ ซิตี้ สามารถไล่กดดัน ลิเวอร์พูล ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเกมจนกระทั่งหมดเวลา

หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ ยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 250 ประตู โดยแมตช์นี้ “กุน” แสดงให้เห็นถึงพลังการทำลายล้างในการตะบันลูกหนังเต็มข้อ แถมที่เด็ดกว่านั้นก็คือเจ้าตัวยิงประตูทั้งๆ ที่มีมุมเหลืออยู่นิดเดียว แน่นอนว่านี่คือศักยภาพชั้นยอดของกองหน้าระดับโลกจริงๆ

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
นอกจากจะยิงประตูได้แล้ว อดีตสตาร์ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ยังสามารถสร้างความวุ่นวายให้กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และแนวรับของ “หงส์แดง” ได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะ ลอฟเรน ที่ดูเหมือนจะเอา อเกวโร่ ไม่อยู่ และแน่นอนประตูที่เสียก็มาจากการขาดสมาธิของ แนวรับเลือดโครแอต เต็มๆ ที่ปล่อยให้คู่แข่งวิ่งตัดหน้าเข้าไปยิงประตู

4. โรเบิร์ตสัน พิสูจน์คุณค่าได้อีกครั้ง

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
เห็นได้ชัดเลยว่า แมนฯ ซิตี้ ที่มีนักเตะซูเปอร์สตาร์ค่าตัวแพงระยับอยู่เต็มทีม แต่ไม่สามารถเอาชนะ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายจอมขยันของ ลิเวอร์พูล ได้เลย แน่นอนว่า ดาวเตะเลือดสกอตติช แสดงให้เห็นแล้วว่าทำไม เจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงเลือกเขาลงเล่นอย่างต่อเนื่อง

ดาวเตะค่าตัวแค่ 8 ล้านปอนด์ (ราว 344 ล้านบาท) ที่ย้ายมาจาก ฮัลล์ ซิตี้ เมื่อ 18 เดือนก่อน สามารถเล่นได้ดีเยี่ยมไม่ต่างจาก ฟาน ไดค์ ที่ย้ายมาอยู่กับ “หงส์แดง” ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ (ราว 3,225 ล้านบาท) และเจ้าตัวมีส่วนทำให้เกมรับของทีมแข็งแกร่ง

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
เรื่องพละกำลังและความขยันไม่ต้องพูดถึง โรเบิร์ตสัน สามารถวิ่งได้ไม่มีหมด โดยเฉพาะในเกมนี้การต้องสู้กับผู้เล่นที่มีความเร็วสูงอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง เจ้าตัวทำได้ดีมากๆ และจัดการ ปีกทีมชาติอังกฤษ อยู่หมัด ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจทำไม “เป๊ป” ถึงเลือกบุกทางฝั่งซ้ายของทีมเยือน เพราะ ซาเน่ จัดการ อาร์โนลด์ ได้สบายๆ

5. ลิเวอร์พูล ยังได้ถือความได้เปรียบ

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
ความพ่ายแพ้ในเกมนี้อาจจะทำให้แฟนบอลแท้และเฉพาะกิจของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เฮสนั่น เพราะทำให้พวกเขากลับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 และมีแต้มไล่บี้ ลิเวอร์พูล จ่าฝูงเหลือ 4 คะแนนเท่านั้น แถมยังจัดการลบสถิติไร้แพ้ในเกมลีกฤดูกาลนี้ของพวกเขาลงได้สำเร็จ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th