เรื่อง

ไหวหรือไม่

ไหวหรือไม่ ? หลุยส์ ซัวเรซข้อเท้าบิดอาจส่งผลศึกไชน่าคัพ

ไหวหรือไม่ หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกคนดังของทีม มีอาการข้อเท้าขวาบิดในนัดที่ทุบ เบติส 4-1

ไหวหรือไม่ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าคนเก่งของพวกเขามีอาการข้อเท้าขวาบิดจากเกม ลา ลีกา สเปน นัดที่พวกเขาบุกไปชนะ เรอัล เบติส 4-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา

ไหวหรือไม่

นัดดังกล่าว ซัวเรซ ได้เป็นตัวจริง พร้อมกับทำประตูช่วยให้ บาร์โซลน่า หนีห่างเป็น 3-0 ได้ แต่เขาก็เหมือนจะได้รับบาดเจ็บในช่วงท้ายเกม จนต้องโดนเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ก่อนที่ “อาซูลกราน่า” จะเก็บ 3 แต้มสำคัญไปได้ “หลุยส์ ซัวเรซ นักเตะในทีมชุดใหญ่ของเรา

มีอาการข้อเท้าขวาบิด และเขาจะรับการตรวจเพิ่มเติมในวันจันทร์นี้ เพื่อดูว่าอาการของเขามันร้ายแรงแค่ไหน” แถลงการณ์ของ บาร์เซโลน่า ระบุ การที ซัวเรซ ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ทำให้ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาจะเดินทางมาเล่นทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่อง “ไชน่า คัพ 2019” ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 21-25 มีนาคมนี้ได้หรือไม่ โดยทีมชาติไทยก็เข้าแข่งรายการนี้ด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.siamsport.co.th

หลุยส์ ซัวเรซ

หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอก บาร์เซโลน่า เปิดใจ อยากแขวนสตั๊ดกับทีม

หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอก บาร์เซโลน่า เปิดใจ อยากแขวนสตั๊ดกับทีม พร้อมระบุ การได้ปิดฉากอาชีพการเล่นกับทีมอย่าง “อาซูลกราน่า” เป็นสิ่งที่นักเตะหลายคนต้องการอยู่แล้ว

หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน กล่าวว่าตนอยากอยู่กับทีมไปจนเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ หลังจากที่อนาคตของเขาเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

หลุยส์ ซัวเรซ

ซัวเรซ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ บาร์เซโลน่า อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวซึ่งเชื่อกันว่าอยู่ที่ 82.3 ล้านยูโร (ประมาณ 2,962.8 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2014 อย่างไรก็ตาม เขาจะหมดสัญญากับทีมในปี 2021 แล้ว และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการต่อสัญญากัน

หลังจากโดน สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่าถามว่าเขาอยากแขวนสตั๊ดกับ บาร์เซโลน่า หรือไม่นั้น แข้งวัย 32 ปีก็ตอบว่า “อยากสิ มีไม่กี่คนที่คิดว่ามันเป็นไปได้ แต่ส่วนตัวแล้วผมคิดว่านั่นเป็นความปรารถนาของนักเตะทุกคน การได้ปิดฉากอาชีพการค้าแข้งกับสโมสรที่ดีที่สุดของโลกถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุด แต่มันจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ เพราะก่อนหน้านี้มีเพียงไม่กี่คนที่ทำแบบนั้นได้”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.siamsport.co.th

หลุยส์ ซัวเรซ

หลุยส์ ซัวเรซ เชื่อนักเตะทุกคนอยากทำงานร่วมกับเจอร์เก้น คล็อปป์

หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอก “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า รับประทับใจผลงานของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในการปลุกปั้น “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในปัจจุบัน พร้อมระบุนักเตะทุกคนบนโลกใบนี้อยากจะทำงานร่วมกับ นายใหญ่ชาวด๊อยท์ช อย่างมาก

หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าจอมถล่มประตูของ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ ลา ลีกา สเปน กล่าวชื่นชม เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน พร้อมเชื่อมั่นว่านักเตะทุกคนในโลกนี้อยากที่จะได้ร่วมฝึกซ้อมภายใต้การกุมบังเหียนของ นายใหญ่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

หลุยส์ ซัวเรซ

ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย อำลาถิ่นแอนฟิลด์ ไปเล่นให้ “เจ้าบุญทุ่ม” เมื่อปี 2014 แต่เจ้าตัวยังคงติดต่อกับ “เดอะ เร้ดส์” อยู่เสมอ อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ไม่มีแผนที่จะดึงตัว “คิงหลุยส์” กลับมาสู่ทีม เนื่องจากสโมสรมี 3 ยอดแนวรุกอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

ซัวเรซ ซึ่งยังคงเป็นนักเตะที่สาวก “เดอะ ค็อป” ชื่อชอบ เปิดใจว่า “ใครก็ตามที่เคยเล่นให้ลิเวอร์พูล ยังคงติดต่อกับสโมสรไปตลอดชีวิต การเล่นให้กับทีมที่เล่นฟุตบอลด้วยสไตล์ที่สุดยอด และผมสนใจมากๆ ว่าพวกเขาจะเป็นยังไงในปีนี้ ผมคิดว่าเรามีการเตรียมทีมที่ดีเยี่ยมมากๆ”

เมื่อถามถึงโอกาสที่จะเล่นให้กับทีมภายใต้การกุมบังเหียนของคล็อปป์นั้น ซัวเรซ กล่าวว่า “ปัจจุบันเราทำงานให้กับสองสโมสรที่แตกต่างกัน ดังนั้นมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมในช่วงเวลานี้ แต่แน่นอนว่านักเตะทุกคนในโลกนี้อยาที่จะร่วมฝึกซ้อมภายใต้การคุมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์”

นายใหญ่ “หงส์แดง” ไม่ใช่ชาวเยอรมันคนเดียวเท่านั้นที่ ซัวเรซ ชื่นชอบในวงการลูกหนัง เพราะการที่เขาเติบโตขึ้นมากับการเห็น เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ตำนานหัวหอกทีมชาติเยอรมนี ไล่ล่าตาข่ายทำให้ ซัวเรซ ชื่อชอบ “ฉลามขาว” อย่างมาก “เขาเป็นเครื่องจักรถล่มประตูชัดๆ”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   http://www.siamsport.co.th

ลิเวอร์พูลมา3! 5 การเซ็นสัญญาเดือนมกราคมที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูลมา3 ตลาดซื้อ-ขายนักเตะเดือนมกราคมเปิดตัวขึ้นแล้ว

ลิเวอร์พูลมา3  ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีดีลใหญ่ๆเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้มากมาย มีทั้งการเซ็นสัญญาที่ยอดเยี่ยม และล้มเหลว เราจะพาไปย้อนดูว่าไปช่วงนี้มีใครกันบ้างที่ถูกยกว่าเป็นการเซ็นสัญญาดี และคุ้มค่ามากที่สุดในพรีเมียร์ลีกตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
5.เฟลิปเป้ คูตินโญ่

ลิเวอร์พูลมา3

สโมสร : จาก อินเตอร์ มิลาน ไป ลิเวอร์พูล
วันที่ : 30 มกราคม 2013
ค่าตัว : 8.5 ล้านปอนด์

หลังไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นมากนักกับ อินเตอร์ มิลาน ทำให้มิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนตัดสินใจย้ายไป ลิเวอร์พูล ในปี 2012 ด้วยค่าตัวเพียง 8.5 ล้านปอนด์ ในฐานะดาวรุ่งที่น่าจับตามอง

อย่างไรก็ตามเพียงไม่กี่ปีในถิ่น แอนฟิลด์ เขาพัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ระดับท็อปของยุโรป กลายเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของทีม โดยตลอด 6 ฤดูกาล เขาฝากผลงานไว้ที่ 54 ประตู จาก 201 ทุกรายการ ก่อนจะตัดสินใจย้ายไปบาร์เซโลน่าในเดือนมกราคม 2018 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 142 ล้านปอนด์ กลายเป็นอีกหนึ่งการเซ็นสัญญาที่คุ้มค่าที่สุดของลิเวอร์พูลในช่วงเดือนมกราคม

4.เฟอร์กิล ฟาน ไดค์

ลิเวอร์พูลมา3
สโมสร : จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ไป ลิเวอร์พูล
วันที่ : 1 มกราคม 2018
ค่าตัว : 75 ล้านปอนด์

ลิเวอร์พูลต้องทุ่มเงินมหาศาลถึง 75 ล้านปอนด์ ให้กับเซาธ์แฮมป์ตันเพื่อเป็นค่าตัวของกองหลังชาวดัตช์ และทำให้เขากลายเป็นเจ้าของสถิติค่าตัวกองหลังที่แพงสุดในประวัติศาสตร์

อย่างไรก็ตามเขาใช้เวลาไม่นานในการปรับตัวเข้ากับทีมใหม่กลายมาเป็นกุญแจสำคัญไขเกมรับให้แน่นขึ้นทันตาเห็น อ่านเกม และเล่นลูกกลางอากศได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นส่วนสำคัญทำให้ทีมเสียประตูน้อยสุดในพรีเมียร์ลีก ณ ปัจจุบัน และพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาตอบแทนผลงานได้คุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ต้นสังกัดเสียไปทุกบาททุกสตางค์

3.ปาทริซ เอวร่า

ลิเวอร์พูลมา3
สโมสร : จาก โมนาโก ไป แมนฯ ยูไนเต็ด
วันที่ : 10 มกราคม 2006
ค่าตัว : 5.5 ล้านปอนด์

แบ็กซ้ายชาวฝรั่งเศสตกเป็นเป้าหมายของหลายทีมในยุโรป หลังทำผลงานน่าประทับใจกับ โมนาโก โดยเฉพาะจากการมีส่วนร่วมในการพาสโมสรเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในปี 2004 แม้สุดท้ายจะไม่สามารถคว้าแชมป์ได้แต่จากผลงานส่วนตัวตลอด 5 ปี ในถิ่น สต๊าด หลุยส์ เดอซ์ ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่น่าจับตามอง

จนในปี 2006 เอวร่า ถูก แมนฯ ยูไนเต็ด ดึงตัวมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 5.5 ล้านปอนด์ เพื่อมาแก้ไขปัญหาแบ็คซ้ายหลัง กาเบรียล ไฮน์เซ่ ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่เจ้าตัวจะโชว์ฟอร์มเด่นขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นหนึ่งในแบ็กซ้ายที่ดีสุดในโลก เขามีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ใหญ่ๆมากมายทั้ง พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ สโมสรแลก อย่างละ 1 สมัย

2.หลุยส์ ซัวเรซ

ลิเวอร์พูลมา3
สโมสร : จาก อาแจ็กซ์ ไป ลิเวอร์พูล
วันที่ : 28 มกราคม 2011
ค่าตัว : 26.5 ล้านยูโร

หลังจากกองหน้าชาวอุรุกวัยโชว์ผลงานสุดยอดกับอาแจ็กซ์ทำ 115 ประตู จาก 159 เกมทุกรายการ ตั้งแต่ฤดูกาล 2007-11 ลิเวอร์พูลตัดสินใจดึงมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 26.5 ล้านยูโร เพื่อมาเป็นตัวตายตัวแทนของ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ที่เตรียมย้ายไปอยู่เชลซี

จากนั้นเพียงปีเดียวเท่านั้นเขาก็กลายเป็นกุญแจสำคัญของทีม และกลายเป็ขวัญใจคนใหม่ของสาวก “เดอะ ค็อป” ได้เพียงไม่นาน พร้อมเป็นเจ้าของราวัลแข้งยอดเยี่ยมประจำปีของสโมสร 2 สมัย ในฤดูกาล 2012-13 และ 2013-14 รวมถึงเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 2013-14 ที่จำนวน 31 ประตู จากการลงเล่น 33 เกม ก่อนจะย้ายไปบาร์เซโลน่าในปีถัดมา

1.เนมานย่า วิดิช

ลิเวอร์พูลมา3
สโมสร : จาก สปาตัก มอสโกว ไป แมนฯ ยูไนเต็ด
วันที่ : 5 มกราคม 2006
ค่าตัว : 7 ล้านปอนด์

หลังปราการหลังชาวเซอร์เบียโชว์ผลงานน่าประทับใจในลีกรัสเซียกับ สปาร์ตัคมอสโก ในฤดูกาล 2004-06 และในฟุตบอลโลก 2006 กับทีมชาติเซอร์เบีย ทำให้ฟอร์มไปเตะตา แมนฯ ยูไนเต็ด กระชากตัวมาด้วยค่าตัวเพียง 7 ล้านปอนด์

วิดิช ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอโดยครึ่งฤดูกาลแรก 2006-07 เขาได้ลงเล่นถึง 25 เกม เข้ามาจับคู่เล่นกับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คได้เข้าขากันสุดๆ กลายเป็นคู่เซ็นเตอร์ที่ถูกยกย่องว่าแข็งแกร่งที่สุดในยุโรป ณ ขณะนั้น เป็นส่วนสำคัญพาทีมประสบความสำเร็จมากมายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 5 สมัย และ ยฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 สมัย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

เมสซีหวดนำดาวซัลโว

เมสซีหวดนำดาวซัลโว! บาร์ซ่าแจ่มถลุงเออิบาร์ รั้งฝูงยาว

เมสซีหวดนำดาวซัลโว แชมป์เก่า บาร์เซโลน่า ผลงานในลีกยังคงยอดเยี่ยมแข็งแกร่ง

เมสซีหวดนำดาวซัลโว หลังเปิด คัมป์ นู ไล่อัดอาคันตุกะ เออิบาร์ แบบไม่ยาก 3-0 หลุยส์ ซัวเรซ เหมาสองประตู กับอีกหนึ่งลูกจาก ลิโอเนล เมสซี ขึ้นนำดาวซัลโวลีกที่ 17 ประตู พร้อมพาทีมซิวสามแต้มนำจ่าฝูงต่อไปโดยมี 43 คะแนน นำแอต.มาดริดอันดับสองถึง 5 แต้ม ในศึก ลา ลีกา สเปน นัดที่ 19 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : คัมป์ นู

เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือ “อาซูลกราน่า” กลับมาใช้ชุดใหญ่อีกครั้ง กระนั้น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ได้รับความไว้วางใจลงตัวจริงคอยประสานงานกับ ลีโอเนล เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ ฟาก เออิบาร์ ของกุนซือ โฆเซ่ หลุยส์ เมนดิลิบาร์ มีปัญหาขาด ชาร์เลส ดิอาซ กัล อีบัน รามิส ที่เดี้ยงทั้งคู่ ทำให้ เซร์จี้ เอ็นริช กับ เปโดร บีกาส ถูกส่งลงแทนเล่นแทนตามลำดับ

เมสซีหวดนำดาวซัลโว
เริ่มเกมมา เออิบาร์ ทักทายก่อน โยน ฆอร์ดาน เปิดลูกเตะมุมเข้าเขตโทษ อานาอิตซ์ อาร์บีย่า โฉบมาโหม่งหลุดเสาไปไม่เยอะ

นาที 19 แฟนบอลเจ้าบ้านได้เฮกันลั่นสนาม จากจังหวะต่อบอลขึ้นมาสุดสวยแล้วเป็น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไหลให้ หลุยส์ ซัวเรซ เอี้ยวตัวยิงบอลหนีมือ อาเซียร์ เรียสโก้ เสียบเสาไกลเด็ดขาด

เออิบาร์ หวิดทวงคืนได้จากจังหวะที่ รูเบน เปนญ่า เติมเกมขึ้นมาโยนเข้าเขตโทษ เซร์จี้ เอ็นริช สลัดหนีตัวประกบมาโหม่งหลุดออกหลัง

ช่วงท้ายครึ่งแรกรุปเกมกลับมาทันกันและหากโอกาสลุ้นประตูกันลำบาก จบ 45 นาทีแรก บาร์เซโลน่า ออกนำ เออิบาร์ อยู่ 1-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง 8 นาที บาร์เซโลน่า หนีห่าง 2-0 หลุยส์ ซัวเรซ ตบบอลคืนให้ ลีโอเนล เมสซี่ รับบอลแล้วเลี้ยงหลบหาช่องกดเรียดด้วยซ้ายเสียบเสาไกลเด็ดขาด

เท่านั้นไม่พออีก 7 นาทีต่อมา บาร์ซ่า มาได้เม็ดสาม เซร์จี้ โรเบร์โต้ เติมเกมขึ้นไปเปิดบอลเข้าเขตโทษ หลุยส์ ซัวเรซ วิ่งมาเอารับบอลแล้วบรรจงดีดสวนตัว อาเซียร์ เรียสโก้ ตุงตาข่าย บาร์เซโลน่า หนีไกล 3-0

ทีมเยือนไม่ท้อและหวิดตีไข่แตกไล่ขึ้นมาได้ โกเต้ ตัวสำรอง เติมเกมขึ้นมาเปิดบอลไปจุดนัดพบ เซร์จีร้ เอ็นริช โฉบมาโขกเล่นทางหลุดกรอบนิดเดียว

โอกาสต่อเนื่องอีกครั้งของทีมเยือน ครั้งนี้ โกเต้ เติมเกมขึ้นมาเปิดบอลไปให้ ปาโบล เด บลาซิส อีกแข้งสำรอง ได้โหม่งแต่ยังคงไม่ตรงกรอบ

ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้านผ่อินเกมลงแต่ทีมเยือนก็ไม่สามารถทวงประตูคืนได้ จบเกม บาร์เซโลน่า เปิดรังไล่ถล่ม เออิบาร์ 3-0 รั้งจ่าฝูงต่อไป

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

บาร์เซโลน่า : มาร์ค อังเดร แทร์ ชเตเก้น, เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็อง ลองเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา, อาร์ตู เมโล่, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อิวาน ราคิติช, ลีโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

เออิบาร์ : อาเซียร์ เรียสโก้, รูเบน เปนญ่า, อานาอิตซ์ อาร์บีย่า, เปโดร บีกาส,โฆเซ่ อังเคล, ปาเป้ ดิย็อป, เมาโร เอสกาลันเต้, ฟาเบียน โอเรยาน่า,โยน ฆอร์ดาน,มาร์ค กูกูเรย่า, เซร์จี้ เอ็นริช

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

เมสซี-ซัวเรสยิง! บาร์ซ่าไม่พลาดบุกเชือดเคตาเฟ่ นำฝูงต่อ

เมสซี-ซัวเรสยิง ลิโอเนล เมสซี ซัดประตูนำดาวซัลโวที่ 16 ประตู

เมสซี-ซัวเรสยิง พร้อม หลุยส์ ซัวเรซ ช่วยกันพา “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า บุกไปคว้าชัยเหนือ เคตาเฟ่ 2-1 รั้งตำแหน่งจ่าฝูงมี 40 คะแนน ทิ้ง “ตราหมี” รองจ่าฝูง 5 แต้ม ในเกม ลา ลีกา สเปน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา
สนาม : โกลีเซียม อัลฟอนโซ่ เปเรซ

เริ่มเกม ช่วง 10 นาทีแรกเป็นเจ้าถิ่นที่หวิดชิงขึ้นนำไปก่อน หลัง ไฆเม่ มาต้า แปบอลเสาแรกเข้าไป แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะฟาวล์ของเจ้าถิ่นก่อน หลัง อังเคล ไปกระแทกแนวรับบาร์ซ่า

แต่กลายเป็นว่า นาที 20 บาร์เซโลน่า ทีมเยือนได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากความผิดพลาด ดาเมี่ยน ซัวเรซ แบ็กเคตาเฟ่ โหม่งบอลไม่ดีย้อยตกหน้าบ้านตัวเองก่อนโดน เมสซี่ ถึงบอลก่อนแตะหลบ ดาบิด โซเรีย หลุดเข้าไปยิงมุมแคบเข้าไป เป็นประตูที่ 16 ในซีซั่นนี้

ก่อนจบครึ่งแรก นาที 39 แฟนบาร์ซ่าได้เฮกันอีก เมื่อ หลุยส์ ซัวเรซ เก็บบอลแถวสองได้ก่อนง้างยิงแบบไม่จับวอลเลย์ด้วยขวาเข้าไป ให้ บาร์เซโลน่า บุกนำห่างเคตาเฟ่ 2-0 และเป็นประตูที่ 12 ของอดีตดาวยิงหงส์แดงในฤดูกาลนี้

ทว่า นาที 43 เคตาเฟ่ มาตีไข่แตกได้สำเร็จ ไล่บาร์ซ่ามาเป็น 1-2 จากการประสานงานของเจ้าถิ่นบอลโยนยาวจาก อันตูเนส ทางริมเส้นด้านซ้ายมาเสาสองให้ อังเคล ถึงบอลก่อนปาดมาเสาสองให้ ไฆเม่ มาต้า ยิงเข้าไปโล่งๆ

จบครึ่งแรก เคตาเฟ่ ตามหลังแชมป์เก่า บาร์เซโลน่า 1-2

นาที 54 เมสซี่ เกือบทำประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ หลังวอลเลย์ด้วยขวาข้างไม่ถนัดเต็มๆ แต่บอลยังไปตรงตัว ดาบิด โซเรีย รับเอาไว้ได้

15 นาทีสุดท้าย เมสซี่ เกือบยิงให้ทีมนำห่างอีกเม็ด หลังหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปดวลกับ ดาบิด โซเรีย แต่เมสซี่ยิงไม่ห่างตัวไปติดเซฟของนายด่านเจ้าถิ่น

ช่วงเวลาที่เหลือยังไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม บาร์เซโลน่า บุกเชือด เคตาเฟ่ 2-1 เก็บสามแต้มรั้งจ่าฝูงต่อไป โดยมี 40 คะแนน ทิ้งอันดับ 2 อย่าง “ตราหมี” 5 คะแนน

เมสซี-ซัวเรสยิง

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เคตาเฟ่ (4-4-2) : ดาบิด โซเรีย-ดาเมี่ยน ซัวเรซ, เฌเน่ ดาโกนัม, เลอันโดร กาเบรอา, บีโตรีโน่ อันตูเนส-ดิมิทรี ฟูลกีเยร์ (โฆเซ่ โมลิน่า น.58), เมาโร อารัมบาร์รี่, เนมานย่า มักซิโมวิช, ฟรานซิสโก้ ปอร์ตีโย่ (โรเบิร์ต อบาเนซ น.84) – ไฆเม่ มาต้า, อังเคล โรดริเกซ (ซามูเอล ซาอิส น.74)

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก อันเดร, เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ลองเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา-อาร์ตูโร่ วีดาล (เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ น.70), อาร์ตูร์ (ชาร์ล อารีญ่า น.88), อิวาน ราคิติช-อุสมาน เดมเบเล่ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.84), หลุยส์ ซัวเรซ, ลิโอเนล เมสซี่

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th