เรื่อง

หงส์แดง

หงส์เจ๋งในรัง ลิเวอร์พูล VS บาร์เซโลน่า

หงส์แดง ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ ทำศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองฯ นัดสอง กับ บาร์เซโลน่า วันอังคารที่ 7 พฤษภาคมนี้ ซึ่งนอกจากความสามารถของตัวเองแล้ว คงต้องหวังพึ่งปาฏิหาริย์ด้วย หากต้องการพลิกสถานการณ์เป็นฝ่ายเข้าสู่รอบชิงฯ เพราะเกมแรกดันบุกไปพ่ายยับที่ คัมป์ นู 0-3

แถมเกมนี้ไม่มีสองกองหน้าตัวเก่งอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ด้วย ดูแล้วเหนื่อยใจแทน “หงส์แดง” แต่ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ และนี่คือเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจสำหรับเกมนี้
ลิเวอร์พูล ลุ้นเป็นทีมที่ “สาม”ในประวัติศาสตร์ถ้วย ยูโรเปี้ยน คัพ / แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อจาก พานาธิไนกอส

(1970/71) และ บาร์เซโลน่า (1985/86) ที่สามารถพลิกเป็นฝ่ายเข้าสู่รอบชิงฯ ได้ หลังจากที่แพ้ถึงสามลูกในเกมรอบรองฯ นัดแรก

ที่ผ่านมามีแค่ “สาม” ทีมเท่านั้น ที่พลิกตกรอบน็อกเอาต์ แชมเปี้ยนส์ ลีก

โดยที่เกมแรกชนะคู่แข่งขาดลอยระดับสามประตูหรือมากกว่าได้ก่อน ซึ่งครั้งล่าสุดก็คือ บาร์เซโลน่า ที่พลิกตกรอบก่อนรองฯ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทั้งที่เกมแรกเปิดบ้านต้อน อาแอส โรม่า 4-1 แต่นัดสองกลับออกไปพ่าย 0-3 ทำให้ บาร์ซ่า ตกรอบตามกฏประตูทีมเยือน

หงส์แดง

บาร์เซโลน่า ชนะทั้ง “สอง” ครั้งในการบุกมาเยือน ลิเวอร์พูล ที่ แอนฟิลด์ ในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยชนะ 3-1 เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2001 และชนะ 1-0 เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2007

ทำให้พวกเขาเป็นเพียงทีมเดียวที่บุกมาเก็บชัยที่ แอนฟิลด์ ได้มากกว่าหนึ่งครั้งในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก

ในการแข่งขันถ้วยยุโรปทุกรายการ ลิเวอร์พูล แพ้แค่ “หนเดียว” เท่านั้น จาก 18 เกมที่ลงเตะรอบรองฯ ในบ้านตัวเอง (ชนะ 14 เสมอ 3) โดยครั้งเดียวที่ปราชัยคือการพ่าย ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-1 ในถ้วย แฟร์ส คัพ เมื่อฤดูกาล 1970/71

ฤดูกาลนี้ บาร์เซโลน่า บุกมาเอาชนะทีมอังกฤษได้แล้ว “สอง” ครั้งในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งนั่นก็คือการอัด ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 4-2 และเชือด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ทว่าที่ผ่านมาไม่มีทีมไหนที่สามารถบุกพิชิตทีมอังกฤษได้ถึง “สาม” ครั้งภายในฤดูกาลเดียว

ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ในบ้านตัวเอง (รวมทุกรายการ) มา 19 เกมติด (ชนะ 16 เสมอ 3) ซึ่งที่ผ่านมาในยุคกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีแค่ “ครั้งเดียว” เท่านั้น ที่ไร้พ่ายที่ แอนฟิลด์ ยาวนานกว่า นั่นคือ 25 เกม ช่วงระหว่างเดือนมกราคม ปี 2016 ถึง มกราคม ปี 2017

หงส์แดง

หลังจากที่ ลิโอเนล เมสซี่ ทำประตูได้ในเกมเลกแรก ทำให้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นคู่แข่งรายที่ 32 ที่ เมสซี่ ยิงได้ในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งมีแค่ ราอูล กอนซาเลซ ตำนานหัวหอก เรอัล มาดริด เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ทำได้มากกว่า (33 ทีม)

ลิเวอร์พูล ไม่เสียประตูเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ แอนฟิลด์ มา 367 นาที

นับตั้งแต่ที่โดน คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หัวหอก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

ยิงเมื่อเดือนกันยายน ปีก่อน ทว่าที่ผ่านมา “ลิเวอร์” ไม่เคยเก็บคลีนชีตเกม ยูโรเปี้ยน คัพ / แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่บ้านตัวเองได้ 5 นัดติดมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 1984

บาร์เซโลน่า เก็บชัยได้แค่ 5 จาก 18 เกมเยือนหลังสุดในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ (เสมอ 4 แพ้ 9) แต่ 4 จาก 5 ครั้งดังกล่าว เป็นการบุกมาอัดทีมอังกฤษ (2 ครั้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, 1 ครั้งกับ อาร์เซน่อล และ 1 ครั้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ส่วนอีกครั้งเป็นการบุกสอย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อเดือนเมษายน ปี 2015

 

หงส์แดงฤดูกาลนี้ เมสซี่ กดประตูในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว 12 ลูก ซึ่งน้อยกว่าฤดูกาลที่ทำได้เยอะสุดแค่ 2 ลูกเท่านั้น (14 ประตูในซีซั่น 2011/12)

เมสซี่ ทำประตูใส่ทีมอังกฤษไปแล้ว 26 ลูก ซึ่งมากกว่าทุกคนในประวัติศาสตร์รายการนี้ และถ้านับเฉพาะฤดูกาลนี้ เจ้าตัวยิงทีมจากเมืองผู้ดีไปแล้ว 6 ตุง

เจ้าหนูเทรนต์

เจ้าหนูเทรนต์ เปิดใจหลังกดแฮตทริกแอสซิสต์ในเกมที่ทีมเปิดบ้านยำ

เจ้าหนูเทรนต์ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็กจอมบุก ลิเวอร์พูล เปิดใจแล้วหลังกด “แฮตทริก”

เจ้าหนูเทรนต์ แอสซิสต์ในเกมที่ทีมเปิดบ้านยำ วัตฟอร์ด 5-0 เมื่อคืนวันพุธ พร้อมอวย เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยอดปราการหลังชาวดัตช์ เทพแห่งลูกกลางอากาศของจริง
เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาดาวรุ่งคนเก่งของ ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า ตนมีความสุขเป็นอย่างมากที่สามารถช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม และทำได้ถึง 3 แอสซิสต์ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดล่าสุดที่ “หงส์แดง” เปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม วัตฟอร์ด 5-0 เมื่อคืนวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

สำหรับ 3 แอสซิสต์ของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ นั้น เป็นการเปิดบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ ทำ 2 ประตูแรกของเกม ก่อนเปิดฟรีคิกให้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โขกประตู 4-0 ซึ่งยังส่งผลให้เจ้าตัวทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่ทำได้ถึง 3 แอสซิสต์ภายในนัดเดียว ด้วยอายุเพียง 20 ปี กับ 143 วัน

เจ้าหนูเทรนต์

“แน่นอนว่า นี่คือความฝันสำหรับผู้เล่นฟูลแบ็กทุกคนในการทำแอสซิสต์ และการที่ทำได้ถึงสามแอสซิสต์นั้น มันคงเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้พูดบ่อยๆ ผมแฮปปี้ที่สามารถสร้างโอกาสให้เพื่อนทำประตู ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับพวกเขาด้วยที่สามารถจบสกอร์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เฟอร์จิล ที่ทำได้ถึงสองประตู ซึ่งมันเป็นการแสดงให้เห็นว่า เขาคือของจริงเรื่องลูกกลางอากาศ”

“ผมคิดว่า ช่วงครึ่งแรกเรามีพื้นที่เล่นเยอะมากตรงริมเส้น เราเลยพยายามหาโอกาสโยนบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ได้มากที่สุด ซึ่ง ซาดิโอ เป็นคนที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดี ขณะที่ ดิว็อค (โอริกี้) ก็ตัวใหญ่ ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่จะต้องพยายามสร้างโอกาสให้พวกเขา” อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดใจกับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

ซาลาห์หวัง

ซาลาห์หวัง กระทุ้งประตูที่50ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่จะดวลกับ วัตฟอร์ด วันพุธนี้

ซาลาห์หวัง ลิเวอร์พูล หวังกระทุ้งประตูที่ 50 ในเกม พรีเมียร์ลีก

ซาลาห์หวัง นัดที่จะดวลกับ วัตฟอร์ด วันพุธนี้ แต่ยันชัยชนะของทีมคือสิ่งที่สำคัญสุด
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กองหน้าคนเก่งของ ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า ตนตั้งเป้าที่จะทำประตูที่ 50 ในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้ได้ ในเกมที่ “หงส์แดง” มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ ดวลกับ วัตฟอร์ด วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์นี้

เวลานี้ ซาลาห์ ทำไปแล้ว 49 ประตูในเกม พรีเมียร์ลีก ซึ่งถ้าหากเจ้าตัวทำได้ในเกมวันพุธนี้ ก็จะกลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูถึงหลัก 50 ลูกเร็วสุดในประวัติศาสตร์ จากการลงเล่นเพียง 64 เกมเท่านั้น

ถือเป็นการทุบสถิติเดิมของ อลัน เชียเรอร์ ตำนานหัวหอก แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ยิงถึงหลัก 50 ลูก ภายใน 66 เกม

ซาลาห์หวัง

“มันคงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมถ้าผมทำประตูที่ 50, 51 และ 52 ได้ ผมกระหายที่จะทำประตูและเล่นให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อยู่แล้ว แน่นอนว่า การทำสถิติเป็นอะไรที่สุดยอด แต่สำหรับผมแล้วตอนนี้ พรีเมียร์ลีก คือสิ่งที่สำคัญสุด นี่คือสัปดาห์ที่สำคัญมาก เพราะเราต้องลงเตะสามเกมภายในแปดวัน

ซึ่งถ้าเราสามารถทำได้ดีและยังคงนำเป็นจ่าฝูง ก็คงจะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรา หลังจากนั้นก็จะเหลือเกมให้ลงเตะอีกเก้านัด ซึ่งมันก็ยังพอมีเวลาให้เราได้ฟื้นตัว” สตาร์ทีมชาติอียิปต์วัย 26 ปี กล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

ค้านสายตา ! เจอร์เก้น คล็อปป์ เซ็งเชิ้ตดำเป่าแย่ทำเจ๊าเวสต์แฮม

ค้านสายตา ! เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ออกอาการเซ็งกับการเป่าของเชิ้ตดำที่ตัดสินได้ค้านสายตาตนในช่วงครึ่งหลังของเกมที่เจ๊ากับ เวสต์แฮม แต่รับ “หงส์แดง” เล่นได้ไม่ดีเท่าไหร่

ค้านสายตา ! เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล แสดงความไม่พอใจที่กรรมการตัดสินแปลกๆ หลายครั้งในสายตาของตนในช่วงครึ่งหลัง จนส่งผลให้ “หงส์แดง” ทำได้เพียงบุกไปเสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ถึงสนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ค้านสายตา

ลิเวอร์พูล ขึ้นนำก่อนจากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ผ่านบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ ทำประตูในนาทีที่ 22 อย่างไรก็ตาม ที่จริงจังหวะนี้ไม่ควรจะเป็นประตู เพราะก่อนที่จะจ่ายให้ มาเน่ นั้น ตัวของ มิลเนอร์ ล้ำหน้าอยู่ ซึ่ง คล็อปป์ มองว่าจังหวะนี้ส่งผลให้กรรมการตัดสินแบบไม่เป็นใจกับทีมของตนเท่าไหร่ในช่วงครึ่งหลัง เหมือนเพื่อจะเป็นการชดเชยความผิดพลาดในช่วงครึ่งแรก

กุนซือชาวเยอรมันเผยว่า “เราเล่นได้ดีหลายช่วง เราทะลุผ่านช่องขึ้นมาได้ และทำประตูได้ ซึ่งผมมารู้ในภายหลังว่ามันเป็นจังหวะล้ำหน้า สิ่งนี้คงจะอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในครึ่งหลังได้นิดหน่อย เพราะผมคิดว่ากรรมการรู้ถึงเรื่องนั้น (การให้ ลิเวอร์พูล ได้ประตูในจังหวะล้ำหน้า) ในตอนพักครึ่ง”

“เขาต้องรู้ถึงเรื่องนั้นในตอนพักครึ่งแน่ๆ แล้วคุณก็ได้เห็นการตัดสินแปลกๆ หลายครั้ง มันไม่ใช่การตัดสินที่เป็นจังหวะสำคัญมากมายอะไรก็จริง แต่มันก็เป็นการทำลายจังหวะการขึ้นเกมอย่างชัดเจน และมันไม่ได้ช่วยเราเลย ถ้าผมทำพลาดในครึ่งแรกแล้วล่ะก็ ผมก็คงไม่อยากทำพลาดมากกว่าเดิมหรอก”

อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ ก็ยอมรับว่าทีมของตนเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควร “แน่นอนว่ามันไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเรา เพราะวันนี้เราเจอกับคู่แข่งที่หินสุดๆ เราสมควรเสมอแล้วล่ะ ซึ่งเราก็จะน้อมรับมันด้วยความยินดี เราจะรอดูกันว่าในสุดสัปดาห์นี้จะมีใครที่พร้อมลงเล่นบ้าง และเราจะเดินหน้าต่อไป เราต้องยอมรับสิ่งนั้น (แรงกดดัน) เราต้องเล่นให้ดีขึ้น นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมสนใจ คืนนี้มีนักเตะบางคนที่ไม่ได้เล่นด้วยฟอร์มที่ดีที่สุด แต่มันเคยเกิดเรื่องแบบนี้มาแล้ว และมันจะเกิดขึ้นอีกครั้งแน่ ซึ่งเราก็จะรับมือกับมันให้ได้”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.siamsport.co.th

เอาไหม ติโม แวร์เนอร์ ลิเวอร์พูล ต้องรีบตัดสินใจ ไม่งั้น..

เอาไหม ติโม แวร์เนอร์ เป็นข่าวพัวพันกันดีนัก! ไลป์ซิก วางหมากแก้เกมแล้ว หาก “หงส์แดง” อยากได้ตัว ติโม แวร์เนอร์ ไปเสริมแผงกองหน้าจริงๆ จะต้องทำยังไง  บีบให้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจต้องรีบทำอะไรสักอย่างถ้าจะเอาตัวแน่แล้ว

เอาไหม ติโม แวร์เนอร์  ลิเวอร์พูล อาจจะต้องพร้อมจ่ายเงินค่าตัวถึง 60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,520 ล้านบาท) เลยทีเดียว หากต้องการจะคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ กองหน้า แอร์เบ ไลป์ซิก มาร่วมทีมด้วยจริงๆ ตามที่กำลังเป็นข่าวพัวพันกันอยู่ในเวลานี้

เอาไหม ติโม

บิลด์ สื่อดังเมืองเบียร์ รายงานข่าวเมื่อวันอังคารที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา ว่า ไลป์ซิก เสนอสัญญาฉบับใหม่ให้หัวหอกทีมชาติเยอรมันพิจารณาไปแล้ว แถมมีค่าฉีกสัญญา 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,520 ล้านบาท) รวมอยู่ด้วยเช่นกัน

ว่ากันว่า แวร์เนอร์ วัย 22 ปี ยังลังเลว่าจะฝากอนาคตไว้กับ “หงส์แดง” ดีหรือไม่ โดยยังมี บาเยิร์น มิวนิค และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พร้อมเป็นทางเลือกหากยังประสงค์จะลงเล่นในเวที บุนเดสลีกา ต่อไป แต่สุดท้ายเจ้าตัวอาจเซ็นต่อสัญญากับ ไลป์ซิก ออกไปอีก ซึ่งจะส่งผลทำให้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องจ่ายแพงขึ้นไปอีกหากต้องการจะกระชากตัวมาเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   http://www.siamsport.co.th

 

เป๊ปเผย

เป๊ปเผย ความผิดพลาด เดียวที่อาจส่งลิเวอร์พูลแชมป์ลีก

เป๊ปเผย กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยแข้ง “เรือใบสีฟ้า”

เป๊ปเผย ต้องเก็บชัยชนะให้ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหากพลาดแพ้อีกครั้ง งานนี้โอกาสที่จะไล่บี้เบียดลุ้นแชมปลีกกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์หลุดลอยออกไปเลยทีเดียว
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมสมองเพชรของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กระตุ้นลูกทีม “เรือใบสีฟ้า” ห้ามแพ้อีกครั้งเด็ดขาดในช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ เพราะหากพลาดอีกครั้งนั่นหมายความว่าโอกาสในการเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ ลิเวอร์พูล จะหลุดลอยไปทันที

แชมป์เก่าลีกผู้ดี ซึ่งแพ้ไปแล้ว 3 เกมลีกในซีซั่นนี้ กำลังไล่บี้กับทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างสูสี โดยในเวลานี้ “เดอะ เร้ดส์” มีแต้มนำเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้นและเหลือการแข่งขัน 15 แมตช์ ที่สำคัญหาก แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ในเกมลีกวันอังคารที่ 29 ม.ค.นี้ จะทำให้พวกเขาลดช่องว่างเหลือแค่ 1 แต้มเท่านั้น เนื่องจาก ลิเวอร์พูล จะเตะกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันพุธ

เป๊ปเผย

กวาร์ดิโอล่า ออกโรงเตือนแข้ง แมนฯ ซิตี้ ต้องพยายามเก็บชัยชนะต่อไปเรื่อยๆ เพื่อกดดัน ลิเวอร์พูล “สถานการณ์ของทั้งสองทีม หลังจากหรือก่อนหน้านี้ เราต้องเก็บชัยชนะให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ ทุกอย่างก็แทบจบ ทุกๆ เกมเกือบจะเป็นเกมนัดชิง และมันเหมือนการแข่งฟุตบอลถ้วยจริงๆ”

“สิ่งที่เราควรจะทำ หลังจากที่เราต้องเก็บชัยชนะ และก่อนที่เราต้องคว้าชัยชนะนะเหรอ ? ทุกๆ ทีมต้องการคว้าแชมป์และต้องการมีความสุข แต่คุณต้องรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้ ผมคิดว่ากับเกมที่เหลืออยู่ 15 แมตช์ ยังมีแต้มมากพอให้เก็บและยังมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันอีกมากมาย ซึ่งยังมีอีกหลายเกมที่เราต้องเล่น”

“แม้การแข่งขันของเราจะเปลี่ยนแปลงแบบวันต่อวัน เราต้องมองถึงสิ่งที่ นิวคาสเซิ่ล จะทำ ซึ่งนั่นเป็นแนวทางเดียว เราต้องมีความคงเส้นคงวา และพยายามเอาชนะให้ได้” อดีตนายใหญ่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค และ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ระบุ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เผยความผิดพลาดเดียวที่อาจส่งลิเวอร์พูลแชมป์ลีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยแข้ง “เรือใบสีฟ้า” ต้องเก็บชัยชนะให้ได้อย่างต่อเนื่อง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หากพลาดแพ้อีกครั้ง งานนี้โอกาสที่จะไล่บี้เบียดลุ้นแชมปลีกกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์หลุดลอยออกไปเลยทีเดียว
เป๊ป  ผู้จัดการทีมสมองเพชรของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กระตุ้นลูกทีม “เรือใบสีฟ้า” ห้ามแพ้อีกครั้งเด็ดขาดในช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ เพราะหากพลาดอีกครั้งนั่นหมายความว่าโอกาสในการเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ ลิเวอร์พูล จะหลุดลอยไปทันที

แชมป์เก่าลีกผู้ดี ซึ่งแพ้ไปแล้ว 3 เกมลีกในซีซั่นนี้ กำลังไล่บี้กับทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างสูสี โดยในเวลานี้ “เดอะ เร้ดส์” มีแต้มนำเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้นและเหลือการแข่งขัน 15 แมตช์ ที่สำคัญหาก แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ในเกมลีกวันอังคารที่ 29 ม.ค.นี้ จะทำให้พวกเขาลดช่องว่างเหลือแค่ 1 แต้มเท่านั้น เนื่องจาก ลิเวอร์พูล จะเตะกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันพุธ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
กวาร์ดิโอล่า ออกโรงเตือนแข้ง แมนฯ ซิตี้ ต้องพยายามเก็บชัยชนะต่อไปเรื่อยๆ เพื่อกดดัน ลิเวอร์พูล “สถานการณ์ของทั้งสองทีม หลังจากหรือก่อนหน้านี้ เราต้องเก็บชัยชนะให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ ทุกอย่างก็แทบจบ ทุกๆ เกมเกือบจะเป็นเกมนัดชิง และมันเหมือนการแข่งฟุตบอลถ้วยจริงๆ”

“สิ่งที่เราควรจะทำ หลังจากที่เราต้องเก็บชัยชนะ และก่อนที่เราต้องคว้าชัยชนะนะเหรอ ? ทุกๆ ทีมต้องการคว้าแชมป์และต้องการมีความสุข แต่คุณต้องรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้ ผมคิดว่ากับเกมที่เหลืออยู่ 15 แมตช์ ยังมีแต้มมากพอให้เก็บและยังมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันอีกมากมาย ซึ่งยังมีอีกหลายเกมที่เราต้องเล่น”

“แม้การแข่งขันของเราจะเปลี่ยนแปลงแบบวันต่อวัน เราต้องมองถึงสิ่งที่ นิวคาสเซิ่ล จะทำ ซึ่งนั่นเป็นแนวทางเดียว เราต้องมีความคงเส้นคงวา และพยายามเอาชนะให้ได้” อดีตนายใหญ่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค และ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ระบุ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

เหลืออีก หลายนัด

เหลืออีก หลายนัด มาเน่ลั่นลิเวอร์พูลไม่มีเหลิงแม้นำจ่าฝูง

เหลืออีก หลายนัด ซาดิโอ มาเน่ ปีกชาวเซเนกัลของ ลิเวอร์พูล ระบุ “หงส์แดง” จะไม่คึกจนถึงขั้นเหลิงแน่นอน พร้อมเผย การที่ทีมของตนได้พักยาวถือว่าเป็นเรื่องดีพอตัว

เหลืออีก หลายนัด  ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยืนยันว่าทีมของตนจะไม่มีทางเหลิงจนเกินไปแน่นอน แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะนำเป็นจ่าฝูงของลีกก็ตาม

เหลืออีก หลายนัด

“หงส์แดง” ทำผลงานในลีกได้ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ จนเก็บไปแล้ว 60 คะแนน จากการลงเล่น 23 นัด นำหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมในอันดับ 2 อยู่ 4 แต้ม ซึ่งหลายคนก็เชื่อว่า ลิเวอร์พูล อาจจะได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปีก็ได้

มาเน่ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรว่า “แน่นอนว่าถ้าเราชนะเราก็จะมีความมั่นใจที่ดี แต่เราจะไม่มั่นใจมากเกินไปแน่ เรารู้ว่ามันสามารถเกิดอะไรได้บ้าง เรายังเป็นนักฟุตบอลอาชีพอยู่ และเราจะยังพยายามดูไปแบบนัดต่อนัด ฤดูกาลแข่งขันมันยาวนาน และเรายังต้องเล่นอีกหลายนัด การทำให้ตัวเองกดดันมันไม่ช่วยอะไรหรอก ทำไมถึงไม่พยายามชนะไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบฤดูกาลกันล่ะ ?”

“มันเป็นเรื่องดีสำหรับเราที่ได้พักสักหน่อย (ลิเวอร์พูล ได้พักยาวตั้งแต่เกมชนะ คริสตัล พาเลซ เมื่อวันเสาร์ที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา โดยจะลงเล่นอีกครั้งในเกมกับ เลสเตอร์ วันที่ 30 มกราคมนี้) และได้นักเตะบางคนหายเจ็บกลับมาช่วยทีม เพราะตอนนี้มีหลายคนที่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน ยังไงก็ตาม เราก็ยังมีทีมที่แข็งแกร่งอยู่ และนักเตะคนอื่นๆ ก็จะทุ่มเทเต็มที่เพื่อทีมแน่นอน”

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   http://www.siamsport.co.th

โปเช็ตติโน่ กุนซือ

โปเช็ตติโน่ กุนซือ โวขุมกำลังฮ็อทสเปอร์เจ๋งกว่า ลิเวอร์พูล

โปเช็ตติโน่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยังเชื่อมั่นในขุมกำลังของทีมเพราะทุกวันนี้ยังมีลุ้นแชมป์ครบทุกรายการในฤดูกาลนี้ พร้อมแขวะบรรดาเกจิลูกหนังที่ยกย่องขุมกำลังลิเวอร์พูล เนื่องจากทุกวันนี้ “หงส์แดง” มีเหลือลุ้นแชมป์แค่สองรายการเท่านั้น

โปเช็ตติโน่ กุนซือ อาร์เจนไตน์ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยืนยันขุมกำลัง “ไก่เดือยทอง” ยังคงแข็งแกร่ง และเหนือกว่า ลิเวอร์พูล เพราะทุกวันนี้ต้นสังกัดยังมีลุ้น 4 รายการขณะที่ “หงส์แดง” ตกรอบฟุตบอลถ้วยภายในประเทศไปหมดแล้ว

โปเช็ตติโน่ กุนซือ

จากรายงานล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่า เดเล่ อัลเลี่ หมดสิทธิ์ลงสนามให้กับต้นสังกัดจนถึงเดือนมีนาคม เนื่องจากได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า เช่นเดียวกับ แฮร์รี่ เคน ที่มีปัญหาบาดเจ็บก่อนหน้านี้ ทำให้ตอนนี้ สเปอร์ส ต้องเจอกับปัญหาใหญ่เนื่องจากทีมขาดนักเตะกำลังหลักไป

ที่สำคัญพวกเขามีคิวต้องดวลกับ เชลซี ในเกมคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัด 2 วันพฤหัสบดีที่ 24 ม.ค.นี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) ก่อนจะปะทะแข้งกับ คริสตัล พาเลซ ในเกมเอฟเอ คัพ วันอาทิตย์ที่ 27 ม.ค. รวมทั้งมีคิวลงเล่นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย พบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ขณะที่ ลิเวอร์พูล ตอนนี้เหลือแค่ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก (รั้งจ่าฝูงนำห่าง สเปอร์ส 9 คะแนน) และ แชมเปี้ยนส์ ลีก (พบ บาเยิร์น มิวนิค) โดยช่วงที่ผ่านมามีหลายสื่อระบุว่า สเปอร์ส มีขุมกำลังยังไม่แข็งแกร่งมากพอ ที่จะรับมือกับการลุ้นแชมป์ทั้ง 4 รายการ แต่งานนี้ โปเช็ตติโน่ เชื่อว่าทีมของตนแข็งแกร่ง และพร้อมเจอกับทุกสถานการณ์

“ตอนนี้ผมเห็น ลิเวอร์พูล อยู่ที่ดูไบ และบรรดาผู้เชี่ยวชาญนักวิเคราะห์บอกว่า ลิเวอร์พูล มีขุมกำลังที่ดีเยี่ยมเช่นเดียวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่เรายังมีลุ้น 4 รายการ จะมีอะไรเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้

(วันพฤหัสบดี) และวันอาทิตย์ (เอฟเอ คัพ พบ คริสตัล พาเลซ) ผมยังมีความสุขกับขุมกำลังในทีมของผม” โปเช็ตติโน่ กล่าว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    http://www.siamsport.co.th

ซาลาห์เหมาสอง

ซาลาห์เหมาสอง! ลิเวอร์พูลโล่งแซงพาเลซหืดจับ นำแมนซิตี้7แต้ม

ซาลาห์เหมาสอง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ออกอาการเป่าปากเหมือนกัน

ซาลาห์เหมาสอง หลังต้องเป็นฝ่ายตามหลังในครึ่งแรกก่อนจะงัดฟอร์มพลิกกลับมาแซงเอาชนะ คริสตัล พาเลซ แบบหืดจับ 4-3 เกมนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงคนเดียวสองประตู พร้อมนำเป็นดาวซัลโวที่ 16 เม็ด แถมเก็บสามแต้มรั้งจ่าฝูงโดยนำ “เรือใบสีฟ้า” 7 คะแนนก่อนแต่แข่งมากกว่าหนึ่งนัด
สนาม: แอนฟิลด์, (ลิเวอร์พูล)

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพรีเมียร์ เกมนี้วาง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ นาบี เกอีต้า ช่วยกันทำเกมสนับสนุน โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เข้าทำประตู

สลับมาดู “ดิ อีเกิ้ลส์” คริสตัล พาเลซ ความหวังอยู่ที่สามประสานแดนหน้าทั้ง แอนดรอส ทาวน์เซนด์, จอร์แดน อายิว และ วิลฟรีด ซาฮา

ออกสตาร์ทครึ่งแรกมาได้ 8 นาที หงส์แดง บุกเข้าใส่ทันที มีโอกาสก่อนจากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ จ่ายทะลุให้ โฌแอล มาติ๊ป ยิงด้วยขวากลางกรอบเขตโทษ แต่ ฮูเลี่ยน สเปโรนี่ ผู้รักษาประตูจอมเก๋าวัย 39 ปี ปัดออกหลังไปได้ทัน

ซาลาห์เหมาสอง
ห้านาทีให้หลัง เจ้าถิ่นได้ลุ้นต่อเนื่อง ฟาบินโญ่ เปิดบอลให้กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กระทุ้งด้วยขวาจากนอกเขตโทษ บอลเฉี่ยวกรอบประตูออกไป

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 22 ลิเวอร์พูล บดต่อเนื่อง เจมส์ มิลเนอร์ โยนลูกเตะมุมให้กับ ซาดิโอ มาเน่ ขึ้นโหม่งในกรอบเขตโทษ ติดเซฟของ ฮูเลี่ยน สเปโรนี่

อย่างไรก็ตาม พาเลซ ที่แทบไม่ได้บุกเลย มาได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะที่ วิลฟรีด ซาฮา กระชากขึ้นทางกราบซ้าย ก่อนโยกหลอก เจมส์ มิลเนอร์ แล้วตบจากสุดเส้นหลังด้านซ้ายเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ โฉบมาแปด้วยซ้ายจากกลางกรอบเขตโทษ บอลเสียบเสาแรกเข้าประตูไปในนาทีที่ 34

ซาลาห์เหมาสอง
สามนาทีต่อมา เจ้าบ้านได้ฟรีคิก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน โยนเข้ามาให้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ขึ้นโขกในกรอบเขตโทษ บอลหลุดเสาขวาไป

ก่อนหมดครึ่งแรกแค่นาทีเดียว หงส์แดง บดต่อ ฟาบินโญ่ จ่ายให้กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน สับด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่ไม่ผ่านมือของ ฮูเลี่ยน สเปโรนี่ นายทวารทีมเยือน หมดครึ่งแรก คริสตัล พาเลซ บุกมานำก่อน 1-0

กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งเวลาหลังได้แค่นาทีเดียว ลิเวอร์พูล ไล่ตามตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ มามาดู ซาโก้ กับ พาทริค ฟาน อานโฮลท์ สองกองหลังของพาเลซ ไม่เข้าใจกันในจังหวะสกัดบอล ก่อนที่ ฟาน อานโฮลท์ หวดทิ้งออกมาเข้าทางของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมเจ้าถิ่น ไหลออกมาทางด้านหลังให้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ จับแล้วตะบันด้วยขวาจากนอกเขตโทษ บอลไปแฉลบผู้เล่นของพาเลซ เด้งมาเข้าทางของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ กระดกบอลด้วยซ้ายจากระยะแค่ 6 หลา น้ำหนักพอดีเสียบมุมขวาเข้าประตูไป

ซาลาห์เหมาสอง
กระเถิบมานาทีที่ 53 หงส์แดง แซงนำ 2-1 เมื่อ นาบี เกอีต้า จ่ายขึ้นหน้าเข้าไปในกรอบเขตโทษด้านซ้ายให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เกี่ยวบอลมาซัดด้วยขวาบอลแฉลบขาของ เชกู กูยาเต้ กองกลางตัวรับของพาเลซที่พยายามพุ่งมาขวาง บอลเปลี่ยนทางเสียบเสาไกลเข้าไป

ล่วงเลยมานาทีที่ 65 คริสตัล พาเลซ ไม่ยอมง่ายๆ ไล่ตามตีเสมอ 2-2 จากจังหวะที่ ลูก้า มิลิโวเยวิช กัปตันทีมโยนลูกเตะมุมจากทางฝั่งซ้ายไปเสาสองให้ เจมส์ ทอมกิ้นส์ ปราการหลังเทคตัวขึ้นโหม่งบอลย้อนศรเสียบเสาแรกเข้าไป และเป็นประตูแรกของทอมกิ้นส์ ในศึกพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้

ซาลาห์เหมาสอง
เจ็ดนาทีต่อมา หงส์แดง เปลี่ยนเอา แซร์ดาน ชากิรี่ ลงเล่นแทน นาบี เกอีต้า

ขยับมานาทีที่ 75 เจ้าบ้านมาได้ประตูขึ้นนำ 3-2 จากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ตวัดเปิดจากสุดเส้นหลังด้านขวาเข้าไปในกรอบเขตโทษ ฮูเลี่ยน สเปโรนี่ นายทวารวัย 39 ของพาเลซ ออกมาปัดบอลไม่ดี ปลิ้นจะเข้าประตูตัวเอง แต่เป็น โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ ดาวเตะอียิปต์ ที่พุ่งมาชาร์จจ่อๆเข้าไปตุงตาข่าย และเป็นประตูที่สองของซาล่าห์ ในเกมนี้ มีลุ้นทำแฮตทริคแล้ว

ท้ายเกมนาทีที่ 87 หงส์แดง ถอด ฟาบินโญ่ ที่บาดเจ็บออกมาพัก แล้วส่ง อดัม ลัลลาน่า ลงเล่นแทน

ซาลาห์เหมาสอง
สองนาทีต่อมา ลิเวอร์พูล ต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ ไปหวด วิลฟรีด ซาฮา จนร่วง ผู้ตัดสินไม่รอช้าแจกใบเหลืองที่สองให้ มิลเนอร์ กลายเป็นใบแดงถูกไล่ออกไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+3 ลิเวอร์พูล นำห่าง 4-2 เมื่อ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ตวัดบอลจากริมเส้นด้านซ้ายให้ ซาดิโอ มาเน่ กระชากเข้าไปทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนปั่นด้วยขวาบอลเสียบเสาไกลเข้าไป

ซาลาห์เหมาสอง
จากนั้นช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+5 พาเลซ ไล่มา 3-4 เมื่อ คอนเนอร์ วิคแฮม เปิดให้กับ มักซ์ เมเยอร์ ยิงด้วยซ้ายจากกลางกรอบเขตโทษ บอลเสียบมุมซ้ายเข้าไป

เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้อีก จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดรังเชือด พาเลซ ไปสุดมัน 4-3 เก็บสามแต้มสำคัญ ผงาดนำเป็นจ่าฝูงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th