เรื่อง

สาลิกาแกร่ง

สาลิกาแกร่ง! นิวคาสเซิ่ลเปิดรังกระซวกเบิร์นลี่ย์หนีโซนแดง7แต้ม

สาลิกาแกร่ง ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ นิวคาสเซิ่ล ไม่ทำให้แฟนบอลผิด

สาลิกาแกร่ง หวังหลังเปิดรัง กระซวก เบิร์นลี่ย์ ที่ฟอร์มร้อนแรงไม่แพ้มา 8 นัดติด 2-0 จากประตูช่วงครึ่งแรกของ ฟาเบียน แชร์ และ ฌอน ลองสตาฟฟ์ พาทีมคว้าชัยสำคัญเก็บเพิ่มเป็น 31 คแนน หนีโซนตกชั้น 7 แต้ม ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ นิวคาสเซิ่ล พาทีมชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ 2-0 ในเกมล่าสุด เป็นชัยชนะนัดแรกในรอบ 4 เกม ซึ่งผลงานกระเตื้องดูมีทรงมากขึ้น ฟาก ฌอน ไดช์ กุนซือเบิร์นลี่ย์ พาทีมชนะสเปอร์ส 2-1 ในเกมล่าสุด เป็นชัยชนะ 2 นัดติดแล้ว ขยับอันดับขึ้นมาอยู่ในตัวเลขที่ปลอดภัยขึ้น แต่ยังไม่การันตีอยู่รอด จะต้องฮึดให้ได้อย่างต่อเนื่องอีก

สาลิกาแกร่ง

ผ่านไป 20 นาทีของช่วงครึ่งแรกเป็น “สาลิกาดง” เจ้าถิ่นครองบอลบุกกดดันมากกว่าแต่จังหวะยิงเข้ากรอบยังไม่มีด้วยกันทั้งคู่

นาทีที่ 23 เจ้าถิ่นมาได้ประตูออกนำจนได้จาก ฟาเบียน แชร์ กองหลังที่ดันขึ้นสูงเก็บตกบอลหน้าเขตโทษ ก่อนซัดเต็มข้อด้วยขวาระยะร่วม 30 หลาบอลพุ่งแรงชนเสาเหลี่ยมในตุงตาข่ายสวยงาม

สาลิกาแกร่ง

หลังจากนั้นนาทีที่ 38 “สาลิกาดง” มาบวกสกอร์หนห่างจากจังหวะหลุดขึ้นมาสุดเส้นของ แม็ทท์ ริทชี่ ก่อนครอสเข้ากลางให้ ซาโลมอน รอนดอน แต่บอลหลุดมาถึง ฌอน ลองสตาฟฟ์ แต่งหนึ่งทีก่อนซัดสวนตัว ทอม ฮีตัน เสียบหน้าต่างเสาสอง นิวคาสเซิ่ล 2 เบิร์นลี่ย์ 0

ช่วงนาทีที่ 44 เบิร์นลี่ย์ เกือบได้ประตูตีไข่แตกทั้งจาก โยฮันน์ กุดมุนด์สสัน และ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ ที่ได้ยิงโล่งๆทั้งคู่แต่ไม่นิ่งพอซัดบอลข้ามคานออกไปแบบน่าเหลือเชื่อ

หมดเวลาครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล 2 เบิร์นลี่ย์ 0

ครึ่งหลังเกมเปิดแลกกันอย่างสนุกมีโอกาสลุ้นทำประตูด้วยกันทั้งคู่แต่ยังไม่มีสกอร์เพิ่ม

นาทีที่ 70 เจ้าถิ่นบุกหนักและเป็น ซาโลมอน รอนดอน มีโอกาสลุ้นบ้างแต่ก็ยังไม่เฉียบคมเหมือนเคย ก่อน ฌอน ไดช์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ ขยับแก้เกมส่ง ปีเตอร์ เคร้าช์ ลงสนาม แทน แอชลี่ย์ บาร์นส์

ก่อนหมดเวลา 5 นาที เบิร์นลี่ย์ บอมแหลกให้ ปีเตอร์ เคร้าช์ เก็บบอลในแดนหน้ามีโอกาสเสียวหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ มาร์ติน ดูบราฟก้า

สาลิกาแกร่ง

จบเกม นิวคาสเซิ่ล 2 เบิร์นลี่ย์ 0 โดยลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ คว้าชัยสำคัญขยับหนีโซนแดง 7 แต้ม ส่วน ทีมเยือนของ ฌอน ไดช์ หยุดความร้อนแรงพ่ายเป็นนัดแรกในรอบ 9 เกมหลังสุด

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : มาร์ติน ดูบราฟก้า – ฆาเบียร์ มานกีโย่, ฟาเบียน แชร์, เจมาล ลาสเซลล์ส, ฟลอริยง เลอเฌิน, แม็ทท์ ริทชี่ – อโยเซ่ เปเรซ, ไอแซ็ค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, มิเกล อัลมิรอน – ซาโลมอน รอนดอน

ผู้จัดการทีม : ราฟาเอล เบนิเตซ

เบิร์นลี่ย์ (4-4-2) : ทอม ฮีตัน – ฟิล บาร์ดสลี่ย์, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, เบน มี, ชาร์ลี เทย์เลอร์ – โยฮันน์ กุดมุนด์สสัน, แจ็ค คอร์ค, เจฟฟ์ เฮนดริค, ดไวท์ แม็คนีล, – แอชลี่ย์ บาร์นส์, คริส วู้ด

ผู้จัดการทีม : ฌอน ไดช์

ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

เดอะค็อปยิ้ม

เดอะค็อปยิ้ม! แมนซิตี้ช็อกบุกพ่ายนิวคาสเซิ่ลจ่อตามลิเวอร์พูล7แต้ม

เดอะค็อปยิ้ม แมนซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โอกาสป้องกันแชมป์ยากขึ้นอีก

เดอะค็อปยิ้ม หลังบุกพ่าย นิวคาสเซิ่ล 1-2 แม้ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ออกนำเร็วตั้งแต่ 24 วินาทีแรกจาก เซร์คิโอ อเกวโร่ แต่ไม่ช่วย ส่งผลให้แต้มหยุดอยู่ที่ 56 คะแนนเท่าเดิมตามหลัง จ่าฝูง ลิเวอร์พูล 4 แต้ม และแข่งมากกว่า 1 นัด ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ สาลิกาดง อันดับ 17 ติดกับพื้นที่ตกชั้น พาทีมแพ้ วัตฟอร์ด 0-2 เกมล่าสุดในตกรอบ 4 เอฟเอ คัพ เป็นที่เรียบร้อย ส่วนฟอร์มในลีกนัดล่าสุดพวกเขาถล่ม คาร์ดิฟฟ์ ไปกระจาย 3-0

ขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ เรือใบสีฟ้า พาทีมเดินหน้าเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่องโดยล่าสุดในเอฟเอ คัพ รอบ 4 เปิดบ้านถล่ม เบิร์นลี่ย์ กระจุย 5-0 ส่วนในลีกชนะมา 4 เกมรวดสัปดาห์ก่อนบุกไปอัด ฮัดเดอร์สฟิลด์ ได้ 3-0

เดอะค็อปยิ้ม
เกมเริ่มได้ 24 วินาที “เรือใบสีฟ้า” ทะยานออกนำอย่างรวดเร็วจากการโยนยาวกลางสนามของ ดาบิด ซิลบา ให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนตัดเข้ากลางหยอดไปเสาสองให้ ดาบิด ซิลบา ที่เติมขึ้นมาช่วยแต่จังหวะสุดท้ายดันลื่นไปปะทะกับ มาร์ติน ดูบราฟก้า โชคดีบอลหลุดมาถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ เอียงตัวแปร์ด้วยซ้ายตุงตาข่าย นิวคาสเซิ่ล 0 แมนฯ ซิตี้ 1

นาทีที่ 13 นิวคาสเซิ่ล ได้โอกาสทักทายครั้งแรกจาก อาโยเซ่ เปเรซ ตัดบอลได้จาก ดานิโล่ ก่อนลากเข้าพื้นที่อันตรายได้ลองซัดด้วยขวาแต่บอลยังเบาผ่านหน้าประตูออกไป

เดอะค็อปยิ้ม
ต่อมาอีก 3 นาที เซร์คิโอ อเกวโร่ ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายจากการเล่นลูกฟรีคิกเร็วของ เควิน เดอ บรอยน์ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตู แถมให้ใบเหลือง เควิน เดอ บรอยน์ เนื่องจากไม่รอเสียงนกหวีด

นาทีที่ 21 “สาลิกาดง” สวนกลับอีกครั้งจาก อาโยเซ่ เปเรซ ลากลุยขึ้นมาทางขวาก่อนครอสเข้ากลางให้ ซาโลม่อน รอนดอน พักบอลให้ คริสเตียน อัตซู สอดมาซัดด้วยซ้ายยังดีที่จอห์น สโตนส์ ตามมาบล็อคได้ทัน

เดอะค็อปยิ้ม
ก่อนหมดเวลา 2 นาที “เรือใบสีฟ้า” เกือบบวกสกอร์เพิ่มจากการเปิดทางฝั่งซ้ายของ ดานิโล่ ให้ ลีรอย ซาเน่ เบียดขึ้นโขกแต่โดนไม่ดีบอลตกหน้าประตูและเป็น ดาบิด ซิลบา ได้ก้มโหม่งซ้ำเน้นๆ ก็ยังไม่ดีพอผ่าน ฟลอร็องต์ เลอจูเน่ ที่ยืนขวางเอาไว้ได้

หมดครึ่งเวลาแรก นิวคาสเซิ่ล 0 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม
ผ่านมา 15 นาทีของครึ่งหลัง “เรือใบสีฟ้า” ยังไม่ได้ประตูเพิ่มแถมมีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่รอช้าส่ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ลงสนามแทน เควิน เดอ บรอยน์ ที่มีจังหวะฟาวล์หลายครั้งเสี่ยงโดนใบแดง

แต่แล้วนาทีที่ 66 “สาลิกาดง” ตามตีเสมอจนได้จากลูกครอสทางฝั่งซ้ายของ แม็ตต์ ริทชี่ แนวรับ แมนฯ ซิตี้ เคลียร์ไม่ขาดบอลเข้าทาง ไอซัค เฮย์เด้น โหม่งหนุนเข้ากลางประตูและเป็น ซาโลม่อน รอนดอน ชิงจังหวะทิ้งตัวยิงบอลกระดอนพื้นเสียบตาข่ายงดงาม นิวคาสเซิ่ล 1 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม
นาทีที่ 75 “เรือใบสีฟ้า” พลาดโอกาสขึ้นนำโดยเป็น ดานิโล่ เติมขึ้นมาซัดจากลูกสูตรฟรีคิกของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา บอลพุ่งแรงได้ลุ้นแต่ไปติดหลัง จอห์น สโตนส์ อย่างน่าเสียดาย

ยังไม่หนำใจอีก 3 นาทีต่อมา “สาลิกาดง” มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะ แฟร์นันดินโญ่ เสียท่าโดน ฌอน ลองสตาฟฟ์ อ้อมมาฉกบอลก่อนโดนขัดขาทิ้งตัวลงไป และเป็น แม็ตต์ ริทชี่ รับหน้าที่สังหารไม่มีพลาด นิวคาสเซิ่ล 2 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม
หลังจากนั้นแม้ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พยายามเร่งเพื่อตามตีเสมอแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับ “สาลิกาดง” เข้าไปได้

จบเกม นิวคาสเซิ่ล 2 แมนฯ ซิตี้ 1 โดยทัพ “เรือใบสีฟ้า” พ่ายช้ำอีกครั้งแต้มหยุดอยู่ที่ 56 คะแนนตามหลังจ่าฝูง ลิเวอร์พูล 4 แต้ม และแข่งมากกว่า 1 นัด

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : มาร์ติน ดูบราฟก้า – เดอันเดร เยดลิน, ฟาเบียน ชาร์, จามาล ลาสเซลล์ส, ฟลอร็องต์ เลอจูเน่, แม็ตต์ ริทชี่ – อาโยเซ่ เปเรซ (ฮาเวียร์ มานกีโญ่ น.91), ไอซัค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, คริสเตียน อัตซู (เคเนดี้ น.87) – ซาโลม่อน รอนดอน

ผู้จัดการทีม : ราฟาเอล เบนิเตซ

แมนฯซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เอมเมอริก ลาป๊อร์กต์, ดานิโล่ (อิลคาย กุนโดกัน น.83) – เควิน เดอ บรอยน์ (แบร์นาร์โด้ ซิลวา น.65), แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา – ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่ (กาเบรียล เชซุส น.73)

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

วัตฟอร์ดเจ๋ง 

วัตฟอร์ดเจ๋งบุกปราบนิวคาสเซิ่ล ทะยานรอบ 5 เอฟเอ คัพ

วัตฟอร์ดเจ๋ง “สาลิกาดง” แชมป์เอฟเอ คัพ 6 สมัย มีอันต้องกระเด็นตกรอบร่วงคาบ้านตัวเอง

วัตฟอร์ดเจ๋ง หลังเจอทีเด็ดของ วัตฟอร์ด คู่แข่งร่วมลีกบุกมาคว้าชัย 2-0 ส่งผลให้ “แตนอาละวาด” ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 ต่อไป ในเกม เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 4 คืนวันเสาร์ที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิด เซนต์ เจมส์ พาร์ค พบ วัตฟอร์ด คู่แข่งจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในฟุตบอลถ้วยรายการ เอฟเอ คัพ รอบ 4

ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือนิวคาสเซิ่ลส่ง ไอแซ็ค เฮย์เด้น, โรเบิร์ต เคเนดี้ และ โฆเซลู ลงตัวจริง

ส่วน ฆาบี กราเซีย กุนซือวัตฟอร์ดได้ วิลล์ ฮิวจ์ส, เคร็ก แค็ธคาร์ท หายเจ็บ ลงสนาม

เกมครึ่งแรก ผ่านไปเพียง 2 นาที เบน วิลม็อต ทำฟาวล์ โฆเซลู ทำให้เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกทางฝั่งขวา เจค็อบ เมอร์ฟี่ เปิดฟรีคิกระยะไกล บอลลอยโด่งมาเข้าหัว เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ โหม่งเผาขนไม่เข้ากรอบ

วัตฟอร์ด ได้ฟรีคิกนาที 12 นาธาเนียล ชาโลบาห์ ซัลโวเท้าขวาจากนอกกรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานออกไป

จากนั้นนาที 36 ชาโลบาห์ สบโอกาสตะบันเท้าขวาระยะ 30 หลา ไปติดบล็อคของ เฟร็ดดี้ วู้ดแมน

วัตฟอร์ดเจ๋ง 

จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0

ในครึ่งหลัง นาที 61 วัตฟอร์ด ได้ประตูนำ 1-0 วิลล์ ฮิวจ์ส ทำทางให้ อังเดร เกรย์ ซัดเท้าขวาในกรอบเขตโทษตุงตาข่าย

ส่วนเจ้าถิ่นมีลุ้นในจังหวะที่ แม็ตต์ ริทชี่ ผ่านบอลไปเข้าทาง ฆาเบียร์ มานกีโย่ หวดด้วยขวาในกรอบเขตโทษฝั่งขวาไปติด เอวเรโญ่ โกเมส เซฟไว้ได้ ในนาที 67

นาทีสุดท้ายทีมเยือนมาได้ประตูปิดท้ายหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โดมิงโกส กีน่า จ่ายบอลต่อให้ ไอแซ็ค ซัคเซสส์ ส่งบอลสู่ก้นตาข่าย จบเกม นิวคาสเซิ่ล แพ้คาบ้านให้ วัตฟอร์ด 0-2 ส่งผลให้ “แตนอาละวาด” ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 ต่อไป

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

นิวคาสเซิ่ล : เฟร็ดดี้ วู้ดแมน – ฆาเบีร์ มานกีโย่, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, จามาล ลาสเซลส์, เคียแรน คล้าร์ก, แม็ตต์ ริทชี่ – เจค็อบ เมอร์ฟี่, ไอแซ็ค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, โรเบิร์ต เคเนดี้ – โฆเซลู

สำรอง : มาร์ติน ดูบราฟก้า (ผู้รักษาประตู), ฟาเบียน ชาร์, ซาโลม่อน รอนดอน, อาโยเซ่ เปเรซ, ฟลอริยอง เลอเฌิน, เดอันเดร เยดลิน, คริสเตียน อัตซู

วัตฟอร์ด : เอวเรโญ่ โกเมส – ดาริล ยานมาต, เคร็ก แคธคาร์ท, มิเกล บริตอส, อดัม เมซิน่า – เบน วิลม็อต – วิลล์ ฮิวจ์ส, นาธาเนียล ชาโลบาห์, โดมิงโกส กีน่า, ไอแซ็ค ซัคเซสส์ – อังเดร เกรย์

สำรอง : ปอนตุส ดาห์ลเบิร์ก (ผู้รักษาประตู), อาเดรียน มาริยัปปา, เคราร์ด เดวโลเฟว, ทรอย ดีนี่ย์, อดัลเบร์โต้ เปนญารานด้า, มาร์ก นาบาร์โร่, เอเตียน กาปู

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

นิวคาสเซิ่ล

นิวคาสเซิ่ล รัว2เม็ดช่วงต่อเวลาฯบุกดับแบล็คเบิร์น ลิ่วรอบ4 เอฟเอ คัพ

นิวคาสเซิ่ล “กุหลาบไฟ” แม้จะกดสองเม็ดไล่เจ๊า นิวคาสเซิ่ล 2-2 ในช่วงเวลาปกติ

นิวคาสเซิ่ล แต่มาแผ่วในช่วงต่อเวลาพิเศษเจอหมัดเด็ดของแข้ง สาลิกาดง ตะบันสองเม็ดจาก โฆเซลู และอโยเซ่ เปเรซ ให้ทีมบุกปราบแบล็คเบิร์น 4-2 ตีตั๋วผ่านเข้าไปเปิดบ้านรับมือ วัตฟอร์ด ในรอบ 4 ต่อไป ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดรีเพลย์ เมื่อวันอังคารที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา
สนาม : อีวู้ด พาร์ค

เกม เอฟเอ คัพ รอบสาม นัดรีเพลย์ เกมนี้แบล็คเบิร์นได้กลับมาแก้ตัวเล่นในบ้านบ้าง หลังนัดที่แล้วบุกไปเสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1 ทั้งที่แบล็คเบิร์นขึ้นนำไปก่อนจาก แบร็ดลี่ย์ ดัค แต่ช่วงท้ายเกม แม็ตต์ ริทชี่ มาซัดจุดโทษให้ทีมได้แก้ตัวในเกมรีเพลย์แมตช์ที่บ้านของ “กุหลาบไฟ” บ้าง

โดยเจ้าถิ่นเกมรุกความหวังอยู่ที่ แดนนี่ เกรแฮม และ อดัม อาร์มสตรอง ขณะที่ลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ส่ง โฆเซลู หน้าเป้า และมีตัวสนับสนุนอย่าง ฌอน ลองสตาฟฟ์, แม็ตต์ ริทชี่ และจาค็อบ เมอร์ฟี่

เริ่มเกมมาได้แค่ 57 วินาที นิวคาสเซิ่ลได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 โฆเซลู ไหลบอลเข้ากลางให้ ฌอน ลองสตาฟฟ์ สับไกยิงนอกกรอบ 25 หลาบอลพุ่งเป็นจรวดเสียบสามเหลี่ยนมเข้าไป หมดสิทธิ์ที่ ราย่า นายด่านเจ้าถิ่นจะป้องกัน

นาที 22 นิวคาสเซิ่ล หนีห่างเป็น 2-0 บอลเริ่มจาก จาค็อบ เมอร์ฟี่ กระชากบอลหลุดเข้าไปยิงมุมแคบแต่ ดาบิด ราย่า ยังทุบออกมาเข้าทาง เมอร์ฟี่ อีกครั้งก่อนจะครอสมากลางประตูให้ คัลลัม โรเบิร์ตส วิ่งมากระแทกบอลด้วยขวาเข้าไปอย่างเด็ดขาด

แต่นาที 33 แบล็คเบิร์น มาตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 สำเร็จ จากจังหวะวางบอลยาวจากครึ่งสนามมาให้ แดนนี่ เกรแฮม พักบอลลงก่อนจะจ่ายทะลุแนวรับให้ อดัม อาร์มสตรอง หลุดเข้าไปก่อนดีดบอลด้วยขวาผ่านตัว วู้ดแมน เข้าไปอย่างเยือกเย็น

นิวคาสเซิ่ล

เจ้าถิ่นยิ่งเล่นยิ่งได้ใจ ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก “กุหลาบไฟ” ไล่ตีเสมอ 2-2 สำเร็จ จากลูกคอนเนอร์ทางมุมขวา แฮร์ริสัน รีด เปิดบอลมาเข้าหัว ดาร์รักห์ เลนิแฮน เซ็นเตอร์แบ็กขึ้นโขกเดี่ยวๆเข้าไป

บครึ่งแรก แบล็คเบิร์น ไล่ตีเสมอ นิวคาสเซิ่ล อย่างสนุก 2-2

ครึ่งหลัง ราฟาเอล เบนิเตซ ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกตั้งแต่นาที 46 ส่ง จามาล ลาสเซลเลส ลงไปเล่นแทน คีแรน คลาร์ก ที่มีอาการบาดเจ็บ ทว่าเล่นไปได้แค่นาที 57 เท่านั้น “เอล ราฟา” ต้องปวดขมับเมื่อ ลาสเซลเลส มีอาการเจ็บอีกรายทำให้ต้องเปลี่ยนคนที่สองเอา อิซัค เฮย์เด้น ลงไปเล่นแทน

และ เฮย์เด้น เกือบจะทำให้ “สาลิกาดง” ได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง หลัง นาที 68 แมตต์ ริทชี่ เปิดเตะมุมมาเสาแรกให้ เฮย์เด้น โฉบเสาแรกโขกไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

ช่วงท้ายเกม ยังไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบ 90 นาที เสมอกันไป 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษ ออกไปอีก 30 นาที

ท้ายช่วงต่อเวลาฯครึ่งแรก นาที 105+3 ฟาเบียน ชาร์ ซัดไกลนอกกรอบบอลพุ่งแรงไปตรงตัว วู้ดแมน แต่นายด่านเจ้าถิ่นรับพลาดบอลกระเด้งมาเข้าทาง โฆเซลู ตาามาซ้ำเข้าไปให้ “สาลิกาดง” นำห่างเป็น 3-2

จากนั้น นาที 106 สาลิกาดง โต้กลับเร็ว แมตต์ ริทชี่ หลุดจากครึ่งสนามก่อนแทงบอลให้ อโยเซ่ เปเรซ เข้าไปยิงแสกหน้า วู้ดแมน เสาแรกเข้าไปให้ นิวคาสเซิ่ล นำห่างเป็น 4-2

ก่อนจบเกมเป็น แบล็คเบิร์น พ่ายคาบ้านหลังเสมอกับ นิวคาสเซิ่ล ในเวลา 90 นาที 2-2 ก่อนต่อเวลาพิเศษทีพ สาลิกาดง จะบวกอีกสองเม็ดบดเอาชนะไปได้อย่างสนุก 4-2 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 4 รอเล่นในบ้านพบกับ วัตฟอร์ด ต่อไป

-อบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

วิลเลี่ยนฮีโร่

วิลเลี่ยนฮีโร่ ซัดสุดสวย ! เชลซีโล่งอกเบียดนิวคาสเซิ่ลเข้าวิน ยึดที่4ต่อ

วิลเลี่ยนฮีโร่ “สิงห์บลูส์” คว้าชัยชนะหนแรกในบ้านรอบ 3 เกม เสียที หลัง วิลเลี่ยน

วิลเลี่ยนฮีโร่ กลายเป็นฮีโร่ของทีมซัดประตูชัยสุดสวยพาทีมบดเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เก็บสามแต้มยึดที่ 4 ต่อไปโดยมี 47 คะแนนมากกว่า อาร์เซน่อล อันดับ 5 ถึง 6 แต้มแล้ว โดยวันเสาร์หน้า เชลซี จะบุกไปเยือน “ไอ้ปืนใหญ่” ในเกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

เชลซี ไม่มี อัลบาโร่ โมราต้า ที่ไม่สมบูรณ์ทำให้ต้องดัน เอแด็น อาซาร์ ไปเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี เปโดร โรดริเกซ และ วิลเลี่ยน ยืมขนาบด้านข้าง

ฝั่ง นิวคาสเซิ่ล ได้ ฟลอริย็อง เลอเฌิน กลับคืนตัวจริง ขณะที่กองหน้าเป็น ซาโลมอน รอนดอน แต่ โมฮาเหม็ด ดิยาเม่ เจ็บทำให้ไม่มีชื่อในเกมนี้

เริ่มเกมมา 9 นาที เชลซี ขึ้นนำเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ ดาวิด ลุยซ์ ทิ้งบอลยาวจากกลางสนามขึ้นหน้าให้ เปโดร โรดริเกซ สอดไปดึงลงในเขตโทษก่อนที่จะยกข้ามหัว มาร์ติน ดูบราฟก้า ที่ผวาออกมาเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น

จากนั้น นิวคาสเซิ่ล ก็มีลุ้นเอาคืนเหมือนกัน นาทีที่ 27 ฟลอริย็อง เลอเฌิน เก็บตกวอลเลย์ด้วยขวาหน้าเขตโทษ แต่บอลไปตรงตัว เกปา อาร์รีซาบาลาก้า และอีก 2 นาทีถัดมาจากลูกสวนกลับ ซาโลมอน รอนดอน เบียด อัซปิลิกวยต้า ไปยิงด้วยซ้ายหลุดกรอบไปเยอะ

วิลเลี่ยนฮีโร่

นาทีที่ 35 ทีมเยือนมีโอกาสทองอีกครั้ง เมื่อ รอนดอน โหม่งเช็ดให้ อโยเซ่ เปเรซ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งขวาไปยิง แต่บอลก็หลุดเสาแรกออกไปเลย

ในที่สุด ความพยายามของ นิวคาสเซิ่ล ก็เป็นผลในนาทีที่ 40 เมื่อ แม็ตต์ ริทชี่ เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายไปให้ เคียแรน คล้าร์ก เทกตัวโหม่งเสียบตาข่ายไม่เหลือเป็น 1-1

เอาบอลมาเขี่ยได้นาทีเดียว สิงห์บลูส์เกือบนำอีกครั้ง เมื่อ จอร์จินโญ่ เปิดให้ วิลเลี่ยน หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายไปยิงสวน ดูบราฟก้า แต่บอลหลุดเสาแรกออกไป หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 1-1

เข้าสู่ครึ่งหลัง นาทีที่ 57 เชลซี มาขึ้นนำอีกครั้งจนได้เป็น 2-1 จากจังหวะที่ อาซาร์ ได้บอลก่อนไหลเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ วิลเลี่ยน ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากหาช่องแล้วปั่นด้วยขวาส่งบอลเสียบเสาไกลสวยงาม

สิงห์บลูส์เกือบหนีห่าง จากจังหวะที่ ลุยซ์ วางยาวจากแดนตัวเองให้ วิลเลี่ยน ทะลุมากระดกหวังจะให้ข้ามหัว ดูบราฟก้า แต่คราวนี้นายด่านทีมเยือนกระโดดปัดออกหลังไปได้

ช่วงเวลาที่เหลือ ทีมเยือนก็ยังฮึดไม่ขึ้น และเจ้าถิ่นเองก็เล่นแบบเน้นรักษาสกอร์ จบเกม เชลซี เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/