เรื่อง

เจ้าหนูเทรนต์

เจ้าหนูเทรนต์ เปิดใจหลังกดแฮตทริกแอสซิสต์ในเกมที่ทีมเปิดบ้านยำ

เจ้าหนูเทรนต์ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ฟูลแบ็กจอมบุก ลิเวอร์พูล เปิดใจแล้วหลังกด “แฮตทริก”

เจ้าหนูเทรนต์ แอสซิสต์ในเกมที่ทีมเปิดบ้านยำ วัตฟอร์ด 5-0 เมื่อคืนวันพุธ พร้อมอวย เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยอดปราการหลังชาวดัตช์ เทพแห่งลูกกลางอากาศของจริง
เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาดาวรุ่งคนเก่งของ ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า ตนมีความสุขเป็นอย่างมากที่สามารถช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม และทำได้ถึง 3 แอสซิสต์ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดล่าสุดที่ “หงส์แดง” เปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม วัตฟอร์ด 5-0 เมื่อคืนวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

สำหรับ 3 แอสซิสต์ของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ นั้น เป็นการเปิดบอลให้ ซาดิโอ มาเน่ ทำ 2 ประตูแรกของเกม ก่อนเปิดฟรีคิกให้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โขกประตู 4-0 ซึ่งยังส่งผลให้เจ้าตัวทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่ทำได้ถึง 3 แอสซิสต์ภายในนัดเดียว ด้วยอายุเพียง 20 ปี กับ 143 วัน

เจ้าหนูเทรนต์

“แน่นอนว่า นี่คือความฝันสำหรับผู้เล่นฟูลแบ็กทุกคนในการทำแอสซิสต์ และการที่ทำได้ถึงสามแอสซิสต์นั้น มันคงเป็นสิ่งที่ผมไม่ได้พูดบ่อยๆ ผมแฮปปี้ที่สามารถสร้างโอกาสให้เพื่อนทำประตู ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับพวกเขาด้วยที่สามารถจบสกอร์ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เฟอร์จิล ที่ทำได้ถึงสองประตู ซึ่งมันเป็นการแสดงให้เห็นว่า เขาคือของจริงเรื่องลูกกลางอากาศ”

“ผมคิดว่า ช่วงครึ่งแรกเรามีพื้นที่เล่นเยอะมากตรงริมเส้น เราเลยพยายามหาโอกาสโยนบอลเข้ากรอบเขตโทษให้ได้มากที่สุด ซึ่ง ซาดิโอ เป็นคนที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดี ขณะที่ ดิว็อค (โอริกี้) ก็ตัวใหญ่ ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่จะต้องพยายามสร้างโอกาสให้พวกเขา” อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดใจกับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

สู้เต็มที่

สู้เต็มที่! เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ลั่นสเปอร์สสมควรได้3แต้ม

สู้เต็มที่ กุนซือ สเปอร์ส ประกาศลั่น “ไก่เดือยทอง” สมควรทุบ วัตฟอร์ด แล้ว

สู้เต็มที่ หลังจากที่พวกเขาสู้อย่างเต็มที่จนถึงท้ายที่สุด พร้อมระบุ ทีมของตนไม่น่าจะดึงใครมาร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมนี้
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวว่าทีมของตนสมควรเปิดรัง เวมบลีย์ เอาชนะ วัตฟอร์ด 2-1 ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมาแล้ว

เคร็ก แคธคาร์ท ส่งให้ทีมเยือนขึ้นนำในนาทีที่ 38 ก่อนที่เจ้าถิ่นจะตีเสมอได้จาก ซน ฮึง-มิน ในนาทีที่ 80 ซึ่งเกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยการเสมอกันแล้ว แต่ทัพ “ไก่เดือยทอง” ก็มาได้ประตูชัยในช่วง 3 นาทีสุดท้ายจาก เฟร์นานโด ยอเรนเต้

สู้เต็มที่

“มันเป็นช่วง 90 นาทีที่ยากลำบาก เรามาได้ประตูในช่วงท้ายเกมก็เพราะเราเดินหน้าสู้จนถึงท้ายที่สุด, ทำงานอย่างหนัก และเปลี่ยนผลการแข่งขั้นได้ ซึ่งมันก็ทำให้เรายิ้มออก เราสมควรเป็นฝ่ายชนะแล้ว บรรดานักเตะทำงานกันหนักมาก ซึ่งสาเหตุที่พวกเขาพยายามกันขนาดนี้ก็เพราะพวกเขาอยากทำเรื่องดีๆ เพื่อทีมนี้ และเพื่อสโมสรนี้ ผมต้องขอแสดงความยินดีกับพวกเขาอีกครั้ง” กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ระบุ

โปเช็ตติโน่ เสริมว่าทีมของตนไม่น่าจะคว้าใครมาร่วมทีมในช่วงเดือนมกราคมนี้ด้วย “ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย (เกี่ยวกับการเสริมทัพ) เดี๋ยวผมจะไปคุยกับ สตีฟ ฮิตเช่น หัวหน้าแมวมองของเราเพื่อถามข่าวสักหน่อย ผมคิดว่าจะมีบางคนที่ย้ายออกไป แต่ไม่คิดว่าเราจะดึงใครมาร่วมทีม ผมจะไปคุยกับเขาก็เพราะผมอยากรู้ข่าวบางอย่าง ไม่ใช่เพราะผมคิดว่าเราจะดึงใครมาร่วมทีม”

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ยอเรนเต้โหม่งชัย

ยอเรนเต้โหม่งชัย! “ไก่เดือยทอง” สเปอร์สรัวครึ่งหลังพลิกเฉือนวัตฟอร์ด

ยอเรนเต้โหม่งชัย เฟอร์นันโด ยอเรนเต้ โหม่งประตูชัยพา “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส พลิกสถานการณ์

ยอเรนเต้โหม่งชัย หลังครึ่งแรกแซงชนะ “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด 2-1 ยึดอันดับสามได้ต่อไป ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพุธที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดกลางสัปดาห์ ลอนดอนดาร์บี้แมตช์ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ จัดผู้เล่นแบบเต็มทัพ แม้ขาด “เคน-อัลลี่” แต่ได้ ซน ฮึง-มิน กลับมาจากศึกเอเชียนคัพ หวังพาทีมชนะเพื่อลืมความผิดหวังในบอลถ้วยทั้งสองรายการ ส่วน “แตนอาละวาด” วัตฟอร์ด ของ ฆาบี การ์เซีย ใส่ชื่อแนวรุก นำโดย ทรอย ดีนี่ย์ ศูนย์หน้าร่างตัน ก่อนเริ่มเกมมีการยืนระลึกถึง เอมิเลียโน่ ซาล่า หัวหอกคาร์ดิฟฟ์ ที่หายสาบสูญจากเหตุการณ์เครื่องบินหายไปจากจอเรดาห์ด้วย

เริ่มครึ่งแรกเจ้าถิ่นได้โอกาสนาทีที่ 9 มุสซ่า ซิสโซโก้ รับบอลจากแดนหลัง กระชากขึ้นหน้า จ่ายต่อให้ ซน ฮึง-มิน ล็อกบอลหนึ่งจังหวะก่อนม้วนตัวซัดไกลด้วยเท้าซ้าย บอลโค้งออกข้างเสาแบบมีลุ้น

ต่อมานาทีที่ 15 แซร์ก ออริเย่ร์ ไหลบอลให้ คริสเตียน เอริคเซ่น หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนมิดฟิลด์โคนม กระหน่ำด้วยขวาบอลติดแนวรับทีมเยือน บอลทิศทางเข้ากรอบแต่ เบน ฟอสเตอร์ นายด่านวัตฟอร์ด เซฟและรับเอาไว้ได้

ทีมเยือนลองบุกบ้างนาทีที่ 29 เกราร์ด เดโลเฟล รับบอลจากกลางสนาม ก่อนเจ้าตัวเลี้ยงหลอกล่อผู้เล่นสเปอร์ส แล้วยิงด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเฉียดเสาออกหลังแบบน่าเสียดาย

และแล้วถึงนาทีที่ 38 โฆเซ่ โฮเลบาส เปิดลูกเตะมุมมากลางประตู เคร็ก แคทคาร์ท วิ่งมาเบียด ดาวิสัน ซานเชส กองหลังเจ้าถิ่น โหม่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย แตนอาละวาดบุกนำก่อน 1-0 จบ 45 นาทีแรก สเปอร์ส ตามหลัง วัตฟอร์ด 0-1

เริ่มครึ่งหลังสเปอร์สชวดตีคืนนาทีที่ 52 ซน ฮึง-มิน จ่ายออกข้างให้ มุสซ่า ซิสโซโก้ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวา เฟอร์นันโด ยอเรนเต้ ยื่นขาแหย่บอลติดมือ เบน ฟอสเตอร์ ก่อนหัวหอกร่างโย่ง ลุกขึ้นมาซัดซ้ำแต่บอลกลับลอยข้าคานอย่างเหลือเชื่อ

ยอเรนเต้โหม่งชัย

ถัดมานาทีที่ 60 โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ เปิดบอลยาวจากแดนหลังให้ ลูคัส มูร่า ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง จับบอลลงหนึ่งครั้ง ก่อนพยายามเอี่ยวตัวยิงแต่เจ้าตัวซัดไม่โดนบอล แนวรับวัตฟอร์ด เคลียร์พ้นกรอบเขตโทษออกมาได้

ไก่ยังชวดตีเสมอนาทีที่ 68 เฟอร์นันโด ยอเรนเต้ แปะบอลต่อให้ แดนนี่ โรส ลองหวดจากริมเขตโทษฝั่งซ้าย บอลผ่านตัว เบน ฟอสเตอร์ ที่ออกมาตัดบอล แต่โชคยังดี เบน วิตมอตต์ กองหลังตัวสำรองที่ยืนขวางช่วยทีมสกัดบอลจากเส้นประตูออกมาได้

ลูคัส มูร่า รับบอลจากเพื่อน ส่งต่อให้ เฟอร์นันโด ยอเรนเต้ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ กองหลังทีมเยือนช่วยกันสกัด บอลกระเด้งมาเข้าทาง ซน ฮึง-มิน กระหน่ำด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบตาข่ายเรียบร้อย สเปอร์ส ตีเสมอ 1-1 นาทีที่ 80

อีกเจ็ดนาทีที่ต่อมา แดนนี่ โรส ครอสบอลจากริมเส้นยฝั่งซ้าย บอลโด่งมาที่ เฟอร์นันโด ยอเรนเต้ ตั้งศีรษะโขกบอล ผ่านมือ เบน ฟอสเตอร์ เสียบเสาสองไป สเปอร์ส พลิกนำ 2-1 ในนาทีที่ 87 จบเกม สเปอร์ส ชนะ วัตฟอร์ด 2-1 คว้าสามคะแนน รั้งที่สามของตารางดังเดิม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
สเปอร์ส (3-5-2):อูโก้ โยริส,โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์,ดาวิสัน ซานเชส,แยน แฟร์ต็องเก้น (เอริค ลาเมล่า น.80),แซร์ก ออริเย่ร์(ลูคัส มูร่า น.46),แฮร์รี่ วิงค์ส,มุสซ่า ซิสโซโก้ (คีแรน ทริปเปียร์ น.69),แดนนี่ โรส,ซน ฮึง-มิน,คริสเตียน เอริคเซ่น,เฟอร์นันโด ยอเรนเต้
วัตฟอร์ด (4-2-2-2):เบน ฟอสเตอร์,ดาลิว ยานมัตต์,อาเดรียน มาริอัปป้า,เคร็ก แคทคาร์ท,โฆเซ่ โฮเลบาส,ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์(เบน วิตมอตต์ น.66),เอเตียน กาปู,วิลล์ ฮิวส์,โรเบร์โต้ เปเรยร่า,เกราร์ด เดโลเฟล (ไอแซ็ค ซัคเซสส์ น.61),ทรอย ดีนี่ย์

ขบอคุณแหล่งที่มาhttp://www.siamsport.co.th

วัตฟอร์ดเจ๋ง 

วัตฟอร์ดเจ๋งบุกปราบนิวคาสเซิ่ล ทะยานรอบ 5 เอฟเอ คัพ

วัตฟอร์ดเจ๋ง “สาลิกาดง” แชมป์เอฟเอ คัพ 6 สมัย มีอันต้องกระเด็นตกรอบร่วงคาบ้านตัวเอง

วัตฟอร์ดเจ๋ง หลังเจอทีเด็ดของ วัตฟอร์ด คู่แข่งร่วมลีกบุกมาคว้าชัย 2-0 ส่งผลให้ “แตนอาละวาด” ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 ต่อไป ในเกม เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 4 คืนวันเสาร์ที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิด เซนต์ เจมส์ พาร์ค พบ วัตฟอร์ด คู่แข่งจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในฟุตบอลถ้วยรายการ เอฟเอ คัพ รอบ 4

ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือนิวคาสเซิ่ลส่ง ไอแซ็ค เฮย์เด้น, โรเบิร์ต เคเนดี้ และ โฆเซลู ลงตัวจริง

ส่วน ฆาบี กราเซีย กุนซือวัตฟอร์ดได้ วิลล์ ฮิวจ์ส, เคร็ก แค็ธคาร์ท หายเจ็บ ลงสนาม

เกมครึ่งแรก ผ่านไปเพียง 2 นาที เบน วิลม็อต ทำฟาวล์ โฆเซลู ทำให้เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกทางฝั่งขวา เจค็อบ เมอร์ฟี่ เปิดฟรีคิกระยะไกล บอลลอยโด่งมาเข้าหัว เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ โหม่งเผาขนไม่เข้ากรอบ

วัตฟอร์ด ได้ฟรีคิกนาที 12 นาธาเนียล ชาโลบาห์ ซัลโวเท้าขวาจากนอกกรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานออกไป

จากนั้นนาที 36 ชาโลบาห์ สบโอกาสตะบันเท้าขวาระยะ 30 หลา ไปติดบล็อคของ เฟร็ดดี้ วู้ดแมน

วัตฟอร์ดเจ๋ง 

จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0

ในครึ่งหลัง นาที 61 วัตฟอร์ด ได้ประตูนำ 1-0 วิลล์ ฮิวจ์ส ทำทางให้ อังเดร เกรย์ ซัดเท้าขวาในกรอบเขตโทษตุงตาข่าย

ส่วนเจ้าถิ่นมีลุ้นในจังหวะที่ แม็ตต์ ริทชี่ ผ่านบอลไปเข้าทาง ฆาเบียร์ มานกีโย่ หวดด้วยขวาในกรอบเขตโทษฝั่งขวาไปติด เอวเรโญ่ โกเมส เซฟไว้ได้ ในนาที 67

นาทีสุดท้ายทีมเยือนมาได้ประตูปิดท้ายหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โดมิงโกส กีน่า จ่ายบอลต่อให้ ไอแซ็ค ซัคเซสส์ ส่งบอลสู่ก้นตาข่าย จบเกม นิวคาสเซิ่ล แพ้คาบ้านให้ วัตฟอร์ด 0-2 ส่งผลให้ “แตนอาละวาด” ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 ต่อไป

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

นิวคาสเซิ่ล : เฟร็ดดี้ วู้ดแมน – ฆาเบีร์ มานกีโย่, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, จามาล ลาสเซลส์, เคียแรน คล้าร์ก, แม็ตต์ ริทชี่ – เจค็อบ เมอร์ฟี่, ไอแซ็ค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, โรเบิร์ต เคเนดี้ – โฆเซลู

สำรอง : มาร์ติน ดูบราฟก้า (ผู้รักษาประตู), ฟาเบียน ชาร์, ซาโลม่อน รอนดอน, อาโยเซ่ เปเรซ, ฟลอริยอง เลอเฌิน, เดอันเดร เยดลิน, คริสเตียน อัตซู

วัตฟอร์ด : เอวเรโญ่ โกเมส – ดาริล ยานมาต, เคร็ก แคธคาร์ท, มิเกล บริตอส, อดัม เมซิน่า – เบน วิลม็อต – วิลล์ ฮิวจ์ส, นาธาเนียล ชาโลบาห์, โดมิงโกส กีน่า, ไอแซ็ค ซัคเซสส์ – อังเดร เกรย์

สำรอง : ปอนตุส ดาห์ลเบิร์ก (ผู้รักษาประตู), อาเดรียน มาริยัปปา, เคราร์ด เดวโลเฟว, ทรอย ดีนี่ย์, อดัลเบร์โต้ เปนญารานด้า, มาร์ก นาบาร์โร่, เอเตียน กาปู

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

อาซาร์กด2ตุง

อาซาร์กด2ตุง ! เชลซีคืนฟอร์มบุกเชือดวัตฟอร์ด ทวงที่4คืน

อาซาร์กด2ตุง “แตนอาละวาด” สะดุดแพ้นัดแรกในรอบ 4 เกม หลังเจอทีเด็ดของ เอแด็น อาซาร์

อาซาร์กด2ตุง ที่เหมาคนเดียวสองประตูพา เชลซี บุกคว้าชัยเหนือเจ้าถิ่นวัตฟอร์ด 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญพร้อมแซงอาร์เซน่อลรั้งอันดับ 4 เหมือนเดิม ในเกม ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบ็อกซิ่ง เดย์ คืนวันพุธที่ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา
สนาม : วิคาเรจ โร้ด

“ดาร์บี้แมตช์ ลอนดอน” เจ้าถิ่น “แตนอาละวาด” ฟอร์มกลับมาเยี่ยมอีกครั้งหลังเก็บ 7 แต้มจาก 3 เกมล่าสุด (ชนะ 2 เสมอ 1) เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “สิงห์บลูส์” เชลซี ที่เกมล่าสุดพ่ายคาบ้านให้ เลสเตอร์ 0-1

โดยเกมนี้ วัตฟอร์ด ยังใช้ 11 ผู้เล่นชุดเก่งหน้าคู่เป็น เคราร์ด เดวโลเฟว และ ทรอย ดีนี่ย์ โดยมีตัวสนับสนุนทั้ง โรเบร์โต้ เปเรยร่า, เคน เซม่า, อับดูลาย ดูกูเร่ และ เอเตียน กาปู

ขณะที่ฝั่งของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เกมนี้ไม่มี อัลบาโร โมราต้า ที่ไม่ผ่านความฟิต ทำให้สามประสานเกมรุกวาง อาซาร์, เปโดร และวิลเลี่ยน โดยมี โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ อยู่บนม้านั่งสำรอง

เปิดฉากมาทีมเยือนได้ลุ้นก่อนเลย นาที 3 จากจังหวะที่ เปโดร ได้บอลทางซ้ายเลี้ยงตัดเข้ากลาง ก่อนฝากบอลให้ วิลเลี่ยน แล้ววิ่งไปอัดด้วยซ้ายบอลพุ่งหลุดกรอบออกไป

นาที 10 แฟนสิงห์หวิดได้เฮอีกครั้ง หลัง อาซาร์ ได้บอลแดนกลางก่อนจ่ายทะลุแผงหลังให้ วิลเลี่ยน สปีดไปถึงบอลก่อนแตะหลบ เบน ฟอสเตอร์ ทว่าดันยิงเลียดไปชนโคนเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ทว่าเจ้าถิ่นกลับต้องมาเสีย กาบาเซเล่ จากจังหวะดังกล่าวที่ตามสไลด์ไปป้องกันจนตัวไปกระแทกเสาอย่างแรง ก่อนที่ ฆาบี กราเซีย จะเปลี่ยนเอา อาเดรียน มาเรียปป้า

เจ้าถิ่นนานๆได้โต้ขึ้นมา นาที 27 มีลุ้นเช่นกันจากจังหวะที่ เปเรยร่า แทงบอลให้ ดูกูเร่ ล็อกหลบ รือดิเกอร์ ในกรอบเขตโทษแต่จังหวะยิงไปติดบล็อคของ จอร์จินโญ่ ที่ตามมาขวางไว้ช่วยทีมไว้ได้หวุดหวิด

นาที 37 อีกครั้งที่ “สิงห์บลูส์” หวิดโดนเจ้าถิ่นเจาะตาข่าย หลัง เดวโลเฟว ลากจี้แนวรับเชลซีก่อนไหลบอลโล่งๆให้ ทรอย ดีนี่ย์ แต่กัปตันวัย 30 ปี ดันยิงไปติด ดาวิด ลุยซ์ ที่ตามมาบล็อกออกหลังได้ทัน
อาซาร์กด2ตุง

ก่อนจบครึ่งแรก เชลซี ต้องเปลี่ยนผู้เล่นคนแรกบ้างหลัง เปโดร มีอาการเจ็บ ทำให้ ซาร์รี่ ต้องส่ง คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ดาวรุ่งวัย 18 ปี ลงไปเล่นแทน

แต่แล้วในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 45+1 เชลซี มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่แข้งสิงห์บี้แดนกลางจนบอลมาถึง โควาซิช ก่อนจะจ่ายต่อให้ อาซาร์ หลุดเข้าไปล็อกผ่าน ฟอสเตอร์ ด้วยขวา และซัดด้วยซ้ายเสาแรกเข้าไป เป็นประตูที่ 9 ของเพลย์เมกเกอร์ชาวเบลเยียมรายนี้

แฟนสิงห์ดีใจไม่กี่อึดใจ นาที 45+4 กลายเป็นแฟนบอลแตนที่เฮลั่นสนามบ้าง เมื่อ วัตฟอร์ด ไล่ตีเสมอ 1-1 ทันควัน จากจังหวะที่ โฮเลบาส เปิดเตะมุมมาให้ โรแบร์โต้ เปเรยร่า วอลเลย์แบบไม่จับด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งติดไซด์ก้อยหนีมือ เกปา เบียดเสาเข้าไปอย่างสวยงาม

จบครึ่งแรก วัตฟอร์ด เสมอกับ เชลซี 1-1

มาบู๊กันต่อในครึ่งเวลาหลัง นาที 58 เชลซี มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง อาซาร์ หลุดเข้าไปในกรอบก่อนโดน เบน ฟอสเตอร์ นายทวารเจ้าถิ่นชนล้ม และเป็น อาซาร์ ที่ลุกขึ้นมาสังหารเข้าไปไม่พลาด ช่วยให้ สิงห์บลูส์ ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 และเป็นประตูที่สองในเกมนี้ของอาซาร์มีลุ้นแฮตทริก

เกมรุกของทีมเยือน ได้ลุ้นได้เสียวกว่า นาที 73 เกือบจะหนีห่างไปอีกเม็ด หลัง อาซาร์ จ่ายเลียดเข้าไปในกรอบให้ วิลเลี่ยน จับบอลก่อนอัดด้วยซ้ายเต็มแรงบอลพุ่งชนเสาด้านนอกออกไป

ท้ายเกม ซาร์รี่ ถอดเอา ฮัดสัน-โอดอย ดาวรุ่งที่เพิ่งไปท้ายครึ่งแรกออก ก่อนส่ง เอเมอร์สัน ลงมาเล่นแทน

นาที 87 จอร์จินโญ่ หวิดมีชื่อบนสกอร์บอร์ดของตัวเองบ้าง หลังได้ซัดนอกกรอบเน้นๆ แต่บอลเหินข้ามคันไปแบบได้ลุ้น

ช่วงเวลาที่เหลือ ยังเป็น เชลซี ที่รักษาสกอร์ไว้ได้อย่างเหนียวก่อนจะจบการแข่งขันในที่สุด เป็นอันว่า วัตฟอร์ด เปิดบ้านพ่ายคารังให้ เชลซี บุกมาคว้าชัย 2-1 ทวงอันดับ 4 จากอาร์เซน่อลได้แบบทันควัน

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/