เรื่อง

เจาะไม่เข้า

เจาะไม่เข้า! บาร์ซ่าเซ็งบุกเจ๊าลียงไร้สกอร์เกมแรกศึกชปล.

เจาะไม่เข้า “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ต้องผิดหวังกับผลการแข่งขันไม่น้อย

เจาะไม่เข้า หลังทำได้เพียงบุกเสมอ โอลิมปิก ลียง 0-0 ทั้งที่มีโอกาสใส่สกอร์มากมายกว่า 20 ครั้ง ต้องไปลุ้นยกสองที่สนาม คัมป์ นู วันที่ 13 มีนาคม นี้ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก) คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : กรูปามา สเตเดี้ยม

โอลิมปิก ลียง ทีมอันดับ 3 ลีก เอิง ฝรั่งเศส จะเปิด โอแอล สตาเดี้ยม, เดซีนส์ รับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า จ่าฝูงลา ลีกา สเปน ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก

”โอแอล” คว้าตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มเอฟ ในการเล่นรอบแบ่งกลุ่ม จนผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วน บาร์ซ่า เป็นแชมป์กลุ่มบี

ด้าน เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เทรนเนอร์ชาวสเปนของบาร์เซโลน่าวัย 55 ปี นำทีมลงเล่นล่าสุด เปิดคัมป์ นู ชนะ บายาโดลิด 1-0 ในลา ลีกา สเปน นัดที่ 24 เมื่อคืนวันเสาร์ 16 กุมภาพันธ์ โดยทีมไม่แพ้ 6 เกมซ้อนในการลงเล่นทุกรายการ

นาทีที่ 10 “โอแอล” ทักทายก่อนจาก มาร์ติน เทอร์เรียร์ ได้โอกาสลองซัดไกลบอลพุ่งแรงเกือบเสียบใต้คาน ยังดีที่ มาร์ค-อังเดร แทร์ ชเตเก้น ลอยตัวปัดบอลชนคานออกไป

เจาะไม่เข้า

ครึ่งแรกผ่านไป 20 นาทีสกอร์แรกของเกมยังไม่มาโดยเป็น “เจ้าบุญทุ่ม” ที่ทำได้ดีกว่าบุกกดดันต่อเนื่องมีโอกาสซัดด้วยซ้ายจ่อๆในกรอบเขตโทษของ อุสมาน เดมเบเล่ แต่ยังไม่ดีพอผ่านมือ แอนโธนี่ โลเปส นอนขวางป้องกันประตูไว้ได้

ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาทีเจ้าถิ่นของ บรูโน่ เชเนซิโอ ทำได้ดีขึ้นเปอร์เซ็นการครองบอลขยับสูสีใช้พยายามจังหวะสวนกลับเล่นงาน “เจ้าบุญทุ่ม” ส่วน ลูกทีมของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ไม่เฉียบคมในพื้นที่อันตรายทั้งที่มีโอกาสมากมาย

เจาะไม่เข้า

หมดครึ่งเวลาแรก โอลิมปิก ลียง 0 บาร์เซโลน่า 0

ครึ่งหลังนาทีที่ 52 เจ้าถิ่นได้เสียวอีกเป็น แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่ ลากลุยอยู่ในกรอบเขตโทษ ก่อนบอลหลุดมาถึง เมมฟิส เดอปาย ได้ลองหวดแบบไม่จับด้วยเท้าขวาบอลโค้งผ่านหน้าประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย

เจาะไม่เข้า

25 สุดท้ายนาทีก่อนหมดเวลา เจ้าถิ่นถอด แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่ ออกและส่ง ลูก้า ตูซาร์ ลงทำเกมแทน ทางด้าน เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ แก้เกมส่ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลงสนามแทน อุสมาน เดมเบเล่

นาทีที่ 70 หลุยส์ ซัวเรซ ได้จังหวะอีกครั้งสอดขึ้นมายิงด้วยซ้ายจากการครอสของ จอร์ดี้ อัลบา แต่ก็ยังไม่เป็นประตูบอลหลุดเสาออกหลังไป

เจาะไม่เข้า

ก่อนหมดเวลา 5 นาที “เจ้าบุญทุ่ม” พลาดโอกาสทองอีกรอบจากจังหวะตามไปเก็บบอลสุดเส้นของ ลิโอเนล เมสซี่ ก่อนปาดเข้ากลางให้ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ซัดเต็มข้อที่กลางประตู สุดท้ายก็ยังไม่ดีพอผ่านมือ แอนโธนี่ โลเปส เช่นเคย

จบเกม โอลิมปิก ลียง 0 บาร์เซโลน่า 0 ลูกทีมของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ต้องผิดหวังไม่น้อยหลังเป็นฝ่ายกดดันกันตลอดทั้งเกมแถมมีโอกาสยิงมากกว่า 20 ครั้งแต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้ ต้องไปลุ้นกันยกสองที่สนาม คัมป์ นู ในวันที่ 13 มีนาคม นี้

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

โอลิมปิก ลียง : แอนโธนี่ โลเปส – เลโอ ดูบัวส์, มาร์เซโล่ (กัปตันทีม), เจสัน เดนาเยอร์ – เฟอร์ล็องด์ เมนดี้, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ปาเป้ ชีค ดิย็อป (แทน เอ็นดอมเบเล่ น. 84) , อุสเซม อาอูอาร์, แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่ – ลูก้า ตูซาร์ (แทน ตราโอเร่ น. 69) – เมมฟิส เดอปาย- มาร์ติน เทอร์เรียร์ – แม็กซ์เวล กอร์เน่ต์ (แทน เทอร์เรียร์ น. 76), มุสซา เด็มเบเล่

บาร์เซโลน่า : มาร์ค-อังเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลสัน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเกล้ต์, จอร์ดี้ อัลบา – เซร์คิโอ โรแบร์โต้ อาร์ตูโร่ วีดาล (แทน โรแบร์โต้ น. 81), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อีวาน ราคิติช – ลิโอเนล เมสซี่(กัปตันทีม), หลุยส์ ซัวเรซ, อุสมาน เดมเบเล่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (แทน เดมเบเล่ น. 67)

ผู้ตัดสิน : คูเนย์ต ซาคีร์ (ตุรกี)

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

อินทรีฟ้าขาว

อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอเจ๋งดวลโทษบุกเขี่ยอินเตอร์ชนมิลานศึกโคปปาฯ

อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ ทำผลงานในบอลถ้วยได้ดี บุกเขี่ย “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ช่วงดวลจุดโทษ 4-3

อินทรีฟ้าขาว หลังเสมอกันทั้งใน 90 นาทีและช่วงต่อเวลา ทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศดวล เอซี มิลาน ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ต่อไป ในการแข่งขันฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย รอบก่อนรองฯ คืนวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา
เริ่มครึ่งแรกเจ้าถิ่นมีโอกาสก่อนนาทีที่ 15 กองหลังลาซิโอ เคลียร์บอลออกมาหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนเป็น มาร์เซโล่ โบรโซวิช ได้โอกาสกระหน่ำด้วยขวาแต่บอลเหินข้ามคานไปแบบน่าเสียดาย

ถัดมานาทีที่ 28 หลุยส์ อัลเบร์โต้ ลากบอลจากแดนตนเอง ไหลออกข้างให้ โจคิน กอร์เรอา เลี้ยงจี้เข้ากรอบเขตโทษแล้วตบเข้ากลางให้ มิดฟิลด์เลือดกระทิง ซัดหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งตรงแต่ ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช นายด่านงูใหญ่รับไว้ได้

อินทรีฟ้าขาวยังทำได้ดีกว่านาทีที่ 31 ชิโร่ อิมโมบิเล่ รับบอลโด่งจากการสกัดไม่ดีของผู้เล่นอินเตอร์ ก่อนกลับตัวยิงบอลด้วยเท้าซ้ายหน้าปากประตู แต่ยังคงเป็นผู้รักษาประตูเจ้าบ้านใช้ตัวปิดมุมเซฟได้เช่นเดิม หมด 45 นาทีแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0

เริ่มครึ่งหลังลาซิโอโหมบุกใส่นาทีที่ 52 หลุยส์ อัลเบร์โต้ โยกหลอกแนวรับเจ้าถิ่นหนึ่งจังหวะ ก่อนปั่นบอลด้วยเท้าขวาทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย บอลทิศทางโค้งเข้ากรอบแต่ ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช กระโดดปัดพ้นประตูได้อย่างสวยงาม

ผ่านมาถึงนาทีที่ 62 ชูเอา มาริโอ ซัดไกลหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งแรงเข้ากรอบ แต่ติดมือ โธมัส สตราโคชา นายทวารทีมเยือน ล้มตัวพุ่งปัดไว้ได้ และเป็น อันโตนิโอ คันเดรว่า วิ่งเข้ามายิงซ้ำระยะเผาขนแต่บอลเหินข้ามคานไปแบบไม่น่าเชื่อ

งูใหญ่เร่งเครื่องหวังพังประตูนาทีที่ 76 มัตเตโอ โปลิตาโน่ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้าย มาธิอัส เวซิโน่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองตั้งต้นครึ่งหลัง โดดโขกบอลลอยข้ามคานไปอีกหน

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 89 ชิโร่ อิมโมบิเล่ เลื้อยบอลจากการโต้กลับเร็ว ก่อนส่งบอลตัดหลังแนวรับอินเตอร์ ให้ เฟลิเป้ ไคเซโด้ หัวหอกตัวสำรอง หลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับ ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช แต่กองหน้าร่างยักษ์ซัดบอลไม่ผ่านมือนายด่านงูใหญ่ ต่อมาช่วงทดเจ็บ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ยิงไกลจากกรอบเขตโทษด้านซ้าย แต่ ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช ยังปัดป้องไว้ได้อีกครา ส่วนเจ้าถิ่นเกือบได้เฮเช่นกัน มัตเตโอ โปลิตาโน่ ได้โอกาสเอี่ยวตัวกระหน่ำบอลแต่ผู้รักษาประตูทีมเยือนเซฟไว้ได้เหมือนเดิม จบ 90 นาที ยังเสมอกัน 0-0 ต้องต่อเวลาและเป็น ชิโร่ อิมโมบิเล่ ทำประตูได้ในนาทีที่ 108 แต่งูใหญ่มาได้จุดโทษและเป็น เมาโร อีการ์ดี้ ซัดเข้าไปในนาทีที่ 125 เสมอกัน 1-1 ต้องดวลจุดโทษเป็น ลาซิโอ ชนะไป 4-3 เข้าชน เอซี มิลาน รอบรองต่อไป

อินทรีฟ้าขาว
รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม
อินเตอร์ มิลาน (4-2-3-1):ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช,ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ,ชูเอา มิรันด้า,มิลาน สคริเนียร์,ควัดโว อซาโมอาห์,มาร์เซโล่ โบรโซวิช,อันโตนิโอ คันเดรว่า (รัดย่า นาอิงโกลัน น.106),โรแบร์โต้ กาสแลร์ดินี่ (มาธิอัส เวซิโน่ น.46),มัตเตโอ โปลิตาโน่ (เซดริก ซัวเรซ น.106),ชูเอา มาริโอ (เลาตาโร่ มาร์ติเนซ น.81),เมาโร อีการ์ดี้
ลาซิโอ (3-4-2-1):โธมัส สตราโคชา,วัลเลซ (บาสตอส น.70),ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้,สเตฟาน ราดู,อดัม มารูซิช,เซนาด ลูลิซ (ริซ่า ดูร์มิซี่ น.80),ลูคัส เลว่า,เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช,โจคิน กอร์เรอา (เฟลิเป้ ไคเซโด้ น.88),หลุยส์ อัลเบร์โต้ (มาร์โก ปาโรโล่ น.101),ชิโร่ อิมโมบิเล่

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

เคียซ่าแฮตทริก! ฟิออฯโคตรโหดถล่มโรม่า10คนยับ ลิ่วรอบรองฯโคปปา อิตาเลีย

เคียซ่าแฮตทริก ฟิออเรนติน่า โชว์ฟอร์มอย่างสุดโหด หลังเปิดบ้านไล่ถล่ม “หมาป่ากรุงโรม” โรม่า ยับเยิน 7-1

เคียซ่าแฮตทริก เกมนี้ เฟเดริโก้ เคียซ่า ตะบันแฮตทริกช่วยให้ทีมผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ ได้สำเร็จ ในศึกโคปปา อิตาเลีย รอบก่อนรองฯ เมื่อคืนวันพุธที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา
ฟิออเรนตินา เปิด อาร์เตมิโอ ฟรังคี่ รับการมาเยือนของ โรม่า ในเกมโคปปา อิตาเลีย รอบก่อนรองชนะเลิศ

เกมเปิดฉากมาได้แค่ 7 นาทีแรก เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว เควิน มิรัลลาส ครอสบอลมาหน้ากรอบแค่ 6 หลาให้ เฟเดริโก้ เคียซ่า วิ่งมาแปด้วยขวาเข้าไปง่ายๆ ฟิออฯ ขึ้นนำ 1-0

จากนั้น นาที 18 “ม่วงมหากาฬ” นำห่างเป็น 2-0 มิรัสลาส คนเดิมแทงบอลทะลุแผงหลังให้ เคียซ่า หลุดเข้าไปดวลกับ โอลเซ่น ก่อนยกชิพบอลหนีเข้าไปอย่างเหนือชั้น

กระนั้นอีกสิบนาทีต่อมา นาที 28 “หมาป่ากรุงโรม” มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มากเป็น 1-2 เอล ชาราวี ไหลสั้นๆให้ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ควบบอลเข้ากลางก่อนตะบันนอกกรอบด้วยซ้ายข้างถนัดเต็มข้อบอลพุ่งเสียบมุมตาข่ายอย่างสวยงาม

ทว่าถัดมา นาที 33 แนวรับของทีมเยือนต้องโดนฉีกเป็นชิ้นๆ เมื่อมาสังเวยประตูที่สามให้ ฟิออเรนติน่า นำห่างเป็น 3-1 บอลขึ้นทางซ้าย คริสเตียโน่ บิรากี กระชากหนีแนวรับทีมเยือนเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนจะหักจากเส้นหลังมาเสาแรกให้ หลุยส์ มูเรียล ยิงไปแฉลบแนวรับโรม่าเข้าไป

เคียซ่าแฮตทริก

จบครึ่งแรก ฟิออเรนติน่า นำห่าง โรม่า 3-1

ครึ่งหลัง รูปเกมของทัพหมาป่ายังไม่ดีขึ้น ยังเป็นแข้งเจ้าถิ่นที่ครองบอลและใช้โอกาสได้มากกว่า และนาที 66 มาได้ประตูนำโด่ง 4-1 หลุยส์ มูเรียล จ่ายบอลเนียนๆให้ มาร์โก เบนัสซี่ หลุดเข้าไปยิงด้วยขวาเสาแรกเข้าไป

สถานการณ์ของ โรม่า ต้องเลวร้ายลงไปอีก เมื่อต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ในนาที 72 หลัง เอดิน เชโก้ ดาวยิงตัวเก่งออกอาการหัวเสีย อารมณ์เข้าไปด่าทอผู้ตัดสินทำให้ เชิ้ตดำควักใบแดงไล่ออกจากสนามไป

จากนั้นแค่ 2 นาที เจ้าถิ่นที่ได้เปรียบตัวผู้เล่นที่มากกว่ามาพังตาข่ายประตูที่ห้า คราวนี้ มาร์โก เบนัสซี่ หลุดขึ้นไปทางซ้ายก่อนปาดมาหน้าประตูให้ เฟเดริโก้ เคียซ่า โฉบบอลตัดหน้าแนวรับโรม่า แล้วหวดวอลเลย์ด้วยขวาผ่านตัว โอลเซ่น เข้าไปอย่างเต็มแรง ฟิออฯ นำโด่งถึง 5-1 แแถมเป็นแฮตทริกของดาวยิงทีมชาติอิตาลีรายนี้อีกด้วย

ทีมเยือนเลวกันได้เหลวแหลกไม่มีชิ้นดี นาที 79 มาได้โดนอีกลูกให้ วิโอล่า ทิ้งไป 6-1 เอดิมิลสัน แฟร์นานเดส จ่ายให้ โจวานนี่ ซิเมโอเน่ หลุดเข้าไปแปเล่นทางด้วยขวาเข้าไปอย่างง่ายๆ

ท้ายเกม นาที 89 โจวานนี่ ซิเมโอเน่ มาบวกประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ บอลยาวจาก จอร์แดน แวร์กตูต์ ตักข้ามแนวรับให้อดีตหอกเจนัวหลุดเข้าไปยิงสวนตัวโอลเซ่น ก่อนจบเกม ฟิออเรนตินา ไล่ถล่ม โรม่า ที่เหลือแค่ 10 คน ถล่มทลาย 7-1 ตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศสำเร็จ โดยจะพบผู้ชนะระหว่างแชมป์เก่า ยูเวนตุส หรืออตาลันต้า

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

แข้งในฝัน

แข้งในฝัน!บิ๊กลียงหวังดึงโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ร่วมทัพหลังจบซีซั่น

แข้งในฝัน ฌอง-มิเชล โอลาส บอสใหญ่ โอลิมปิก ลียง รับอยากกระชากตัว โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

แข้งในฝัน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หัวหอกรูปหล่อ เชลซี มาร่วมก๊วนช่วงซัมเมอร์นี้ แจงเป็นนักเตะที่ตนอยากได้มาตั้งแต่กลางปีก่อนแล้ว
ฌอง-มิเชล โอลาส ประธาน โอลิมปิก ลียง สโมสรดังแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ตัวเขาหวังที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าร่างใหญ่ของ เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้

ชิรูด์ ไม่สามารถก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงในทัพ “สิงห์บลูส์” ได้ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก อาร์เซน่อล เมื่อช่วงเดือนมกราคมปีก่อน และการมาของ กอนซาโล่ อิกวาอิน หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินา (จาก ยูเวนตุส แบบยืมตัว) ยิ่งทำให้โอกาสได้ลงสนามของเจ้าตัวน้อยลงไปอีก

แข้งในฝัน
ล่าสุด โอลาส ยอมรับว่า อยากจะได้ตัว ชิรูด์ มาร่วมทีม และเคยทาบทามไปยัง เชลซี แล้ว เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา “ผมฝันที่จะได้เขามาร่วมทีมตั้งแต่ปีก่อน ตอนนั้นผมถึงขั้นโทรศัพท์ไปสอบถาม อาร์แซน เวนเกอร์ (กุนซือ อาร์เซน่อล ณ เวลานั้น) ด้วยตัวเองเลย เชราร์ อุลลิเย่ร์ ก็รู้จักเขาเป็นอย่างดีเช่นกัน เราพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ตอนอยู่ที่ มอสโก กับทีมชาติฝรั่งเศสช่วงสู้ศึก เวิลด์ คัพ แต่หลายๆ อย่างมันไม่เป็นใจ”

“ตอนนี้เรามีขุมกำลังในแดนหน้าที่ดีมากๆ แต่ถ้ามีใครย้ายออกไป ชิรูด์ ก็จะเป็นที่สนใจของเราทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่้เขาเป็นนักเตะในสไตล์ที่แตกต่างจากที่เรามี หลังจบฤดูกาลนี้ ชิรูด์ จะเป็นที่สนใจแน่นอน แต่ตอนนี้มันเร็วเกินไปที่จะพูด เราต้องรอดูการตัดสินใจของโค้ชด้วยตอนจบฤดูกาล แต่ผมชอบเขา (ชิรูด์) นะ เขาเป็นคนที่ดีด้วย”

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

มาเพื่อสร้าง ! ทัศนคติ โซลชา ทำเพื่ออนาคตแมนยูเท่านั้น

มาเพื่อสร้าง ตอนนี้ถ้าถามสาวก “เร้ด อาร์มี่” ทุกคนว่าอยากได้ใครมาเป็นผู้จัดการทีมคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถาวร

มาเพื่อสร้าง แน่นอนว่าพวกเขาคงตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” เพราะชายคนนี้เข้ามาเปลี่ยนแปลง “ผีแดง” จากรถบัสน่าเบื่อให้กลายร่างเป็น “อสูรร้าย” ที่น่าเกรงขามของคู่แข่งทุกทีม !!
โซลชา เข้ามากุมบังเหียนในฐานะ “ซูเปอร์ซับ” เหมือนที่เคยทำมาตลอดตอนเป็นนักเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเขาได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในการนำ “ผีแดง” ก้าวขึ้นมาติดท็อปโฟร์ให้ได้ หลัง โชเซ่ มูรินโญ่ ทำผลงานได้สุดย่ำแย่จนทีมแทบจะหมดลุ้นคว้าโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว

กุนซือชาวนอร์เวย์ได้นำปรัชญาในแบบฉบับของแมนฯ ยูฯ กลับคืนสู่ทีมอีกครั้ง การเล่นฟุตบอลแบบเอ็นเตอร์เทน การเดินหน้ากล้าได้กล้าเสีย และการวางแท็คติกที่รัดกุมที่ไม่เน้นต่อบอลหลายจังหวะ รวมทั้งการเล่นสวนกลับแบบรวดเร็วอย่างที่แฟนบอลทั่วโลกเคยเห็นสมัยที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุมบังเหียน

มาเพื่อสร้าง
ผลงานล่าสุดในการปราบ อาร์เซน่อล ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 4 ทำให้ทีมคว้าชัยชนะ 8 เกมรวดจากการเล่นทุกรายการ (พบ เบิร์นลี่ย์ เกมลีก วันอังคารนี้) และแน่นอนว่าตอนนี้มีเสียงเรียกร้องจากแฟนบอล และอดีตนักเตะของทีมให้บอร์ดบริหารยื่นข้อเสนอคุมทีมถาวรกับ “น้าลูกอม”

อย่างไรก็ตามเรื่องสัญญาถาวรของ โซลชา ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น แถมยังมีรายงานออกมาว่าบอร์ดบริหารไม่รีบร้อนที่จะจับ อดีตหัวหอกฉายา “เพชฌฆาตหน้าทารก” เซ็นสัญญาคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะต้องการดูผลงานของเขาจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ซะก่อน

มาเพื่อสร้าง
แม้ว่าสถานการณ์ในการคุมทีมจะไม่แน่นอน แต่กุนซือวัย 45 ปี ซึ่งนำ “ผีแดง” สร้างสถิติเก็บชัย 100 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ที่เขากุมบังเหียน ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น แถมยังมองการณ์ไกลเกี่ยวกับการสร้างทีมให้แข็งแกร่งเพื่อต้อนรับฤดูกาลใหม่ แม้ตนเองอาจะอยู่หรือไม่อยู่กุมบังเหียนในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็ตาม

โซลชา ให้เหตุผลว่าตอนนี้กำลังเล็งที่จะดึงนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาเตรียมความพร้อมที่จะได้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ไม่ว่าจะในฤดูกาลหน้า และซีซั่นต่อๆไป “สิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังจะทำนั่นก็คือการสร้างทีมในฤดูกาลหน้า ไม่ว่าจะมีผมอยู่หรือไม่ก็ตาม มันไม่สำคัญ ผมอยู่ที่นี่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับซีซั่นหน้า”

มาเพื่อสร้าง
“เรามีนักเตะที่มีพรสวรรค์อยู่หลายคนในทีมเยาวชนซึ่งคุณอยากจะไปดู และได้เห็นอะไรบางอย่างก่อนที่จะมีการเล่นในฤดูกาลหน้า เพื่อให้สโมสร และทีมอยู่ในสถานการณ์ที่ดีเมื่อจบฤดูกาล รวมทั้งเราจะทำยังไงให้ทีมแข็งแกร่งสำหรับในฤดูกาลหน้า”

“มันเป็นเรื่องของช่วงเวลาที่เหมาะสม เรามีทั้ง อเล็กซิส ซานเชซ, ฆวน มาต้า และ โรเมลู ลูกกู ซึ่งไม่ค่อยได้ลงเล่นมากนักในช่วงที่ผ่านมา ฉะนั้นพวกเขาเป็นสามผู้เล่นที่คุณจะต้องพยายามเตรียมความพร้อมให้กับพวกเขาพอสมควร”

มาเพื่อสร้าง
เมื่อ โซลชา พูดแบบนี้นั่นคงดูเหมือนว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะกระโดดเข้าร่วมวงหานักเตะใหม่ในช่วงตลาดพ่อค้าแข้งรอบ 2 ในฤดูหนาวนี้ที่จะปิดในวันพฤหัสบดีที่ 31 ม.ค.นี้ โดยเหตุผลก็เพราะ กุนซือหน้าทารก พอใจกับขุมกำลังที่มีอยู่ในเวลานี้ ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องซื้อใครเข้ามาเพิ่ม

“ตอนนี้ผมได้เห็นทุกๆ คนที่อยู่กับสโมสร ไม่มีการเจรจากับใครทั้งนั้น แต่ยังมีเวลาอีก 2-3 วันแต่ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องการเจรจาฉะนั้นอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แต่นี่เป็นเรื่องดีหากตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวเพราะนักเตะสำคัญของเรายังคงอยู่กับทีมต่อไป”

มาเพื่อสร้าง
มัตเตโอ ดาร์เมียน มีข่าวจะย้ายกลับไปเล่นในอิตาลีบ้านเกิด โดยมี อินเตอร์ มิลาน กับ ยูเวนตุส สนใจอยากเซ็นสัญญากับเขา ขณะที่ อันเดรียส เปเรยร่า มีข่าวถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวเนื่องจากไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก

สำหรับกรณีนี้ โซลชา เผยว่า เปเรยร่า ยังไม่ได้ย้ายไปไหนทั้งนั้น “ไม่เลย ผมมองไม่เห็นการที่จะส่งเขาไปเล่นแบบยืมตัวเพราะ อันเดรียส ทำผลงานได้ดีมากๆในช่วงฝึกซ้อมตั้งแต่ที่ผมกลับมาอยู่กับทีม เขาเป็นนักเตะที่ผมมีโอกาสส่งลงสนามให้กับเราบางเกมในช่วงนี้ไปจนถึงจบฤดูกาล”

มาเพื่อสร้าง
โซลชา กำลังทำผลงานไปได้สวยในการคุมแมนฯ ยูฯ และเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วเกี่ยวกับปรัชญาในการเป็นโค้ชของเขาที่มีมากกว่าการเน้นเกมบุก โดย นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ ยังมีไหวพริบแยมยลในการวางแท็กติคในเกมชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ อาร์เซน่อล

“ผมชอบแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่คุณต้องการ เราได้ผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม มีฟอร์มการเล่นที่สุดยอด และพัฒนาการต่างๆ ที่ผมได้เห็นจากหลายๆ มุมมองจากเกมพบ ท็อตแน่มไปจนถึงเกมกับอาร์เซน่อล แนวทางที่เราพัฒนาโครงสร้างการทำทีม ไอเดียต่างๆ”

มาเพื่อสร้าง
“เราได้รู้จักกันและกันมากขึ้น และพวกเขาได้รู้จักผมดียิ่งขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมต้องการจากทีม สำหรับในช่วงไม่กี่เกมที่ผ่านมา มีหลายคนพูดกันเกี่ยวกับเรื่องการเล่นเกมบุก แต่ยังมีส่วนอื่นๆ ที่ผมมีความสุขเกี่ยวกับผลงานของทีม เราไม่พลาดโอกาสมากนักจากโอกาสที่เราสร้างขึ้นมา”

จากผลงานแบบนี้แน่นอนว่าแฟนบอลพันธุ์แท้ “ผีแดง” คงไม่ยอมอยู่เฉยๆ ที่จะปล่อย โซลชา พลาดคุมทีมถาวรเด็ดขาด แต่หากมองอีกมุมหนึ่งทักษะคติของ “น้าลูกอม” แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีที่มีต่อแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ว่าสถานการณ์ของเขาจะเป็นเช่นไร ก็ไม่คิดกดดันทีมด้วยการขู่เหมือนกุนซือหรือนักเตะหลายๆ คนในยุคปัจจุบัน

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เผยความผิดพลาดเดียวที่อาจส่งลิเวอร์พูลแชมป์ลีก

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยแข้ง “เรือใบสีฟ้า” ต้องเก็บชัยชนะให้ได้อย่างต่อเนื่อง

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หากพลาดแพ้อีกครั้ง งานนี้โอกาสที่จะไล่บี้เบียดลุ้นแชมปลีกกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีสิทธิ์หลุดลอยออกไปเลยทีเดียว
เป๊ป  ผู้จัดการทีมสมองเพชรของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กระตุ้นลูกทีม “เรือใบสีฟ้า” ห้ามแพ้อีกครั้งเด็ดขาดในช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ เพราะหากพลาดอีกครั้งนั่นหมายความว่าโอกาสในการเบียดแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ ลิเวอร์พูล จะหลุดลอยไปทันที

แชมป์เก่าลีกผู้ดี ซึ่งแพ้ไปแล้ว 3 เกมลีกในซีซั่นนี้ กำลังไล่บี้กับทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างสูสี โดยในเวลานี้ “เดอะ เร้ดส์” มีแต้มนำเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้นและเหลือการแข่งขัน 15 แมตช์ ที่สำคัญหาก แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ในเกมลีกวันอังคารที่ 29 ม.ค.นี้ จะทำให้พวกเขาลดช่องว่างเหลือแค่ 1 แต้มเท่านั้น เนื่องจาก ลิเวอร์พูล จะเตะกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ในวันพุธ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
กวาร์ดิโอล่า ออกโรงเตือนแข้ง แมนฯ ซิตี้ ต้องพยายามเก็บชัยชนะต่อไปเรื่อยๆ เพื่อกดดัน ลิเวอร์พูล “สถานการณ์ของทั้งสองทีม หลังจากหรือก่อนหน้านี้ เราต้องเก็บชัยชนะให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ ทุกอย่างก็แทบจบ ทุกๆ เกมเกือบจะเป็นเกมนัดชิง และมันเหมือนการแข่งฟุตบอลถ้วยจริงๆ”

“สิ่งที่เราควรจะทำ หลังจากที่เราต้องเก็บชัยชนะ และก่อนที่เราต้องคว้าชัยชนะนะเหรอ ? ทุกๆ ทีมต้องการคว้าแชมป์และต้องการมีความสุข แต่คุณต้องรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้ ผมคิดว่ากับเกมที่เหลืออยู่ 15 แมตช์ ยังมีแต้มมากพอให้เก็บและยังมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันอีกมากมาย ซึ่งยังมีอีกหลายเกมที่เราต้องเล่น”

“แม้การแข่งขันของเราจะเปลี่ยนแปลงแบบวันต่อวัน เราต้องมองถึงสิ่งที่ นิวคาสเซิ่ล จะทำ ซึ่งนั่นเป็นแนวทางเดียว เราต้องมีความคงเส้นคงวา และพยายามเอาชนะให้ได้” อดีตนายใหญ่ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค และ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ระบุ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

อาร์เซน่อล ดวล แมนยู สุดสูสี!เกร็ดน่าสนใจบิ๊กแมตช์เอฟเอคัพ

อาร์เซน่อล ดวล แมนยู คู่ไฮไลต์ของศึก เอฟเอ คัพ รอบสี่ หนีไม่พ้นการโคจรมาดวลกันระหว่างสองยักษ์ใหญ่

อาร์เซน่อล ดวล แมนยู ที่จะฟาดแข้งกันในวันศุกร์ที่ 25 มกราคมนี้ ณ สังเวียนแข้ง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ซึ่งด้วยเรื่องของศักดิ์ศรีทำให้มั่นใจเหลือเกินว่า ทั้งสองทีมจะใส่กันอย่างเต็มที่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน แต่ก่อนจะไปลุ้นกัน มาดูเกร็ดน่าสนใจของเกมคู่นี้กันดีกว่า
– อาร์เซน่อล เป็นแชมป์รายการนี้มากที่สุด 13 สมัย รองมาก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด 12 สมัย

– ทั้งสองทีมเคยเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเท่ากันที่ 20 ครั้ง

อาร์เซน่อล ดวล แมนยู
– เคยดวลกันมา 14 ครั้งในถ้วย เอฟเอ คัพ ซึ่งปรากฏว่า ทั้ง อาร์เซน่อล และ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่างคว้าชัยได้เท่ากันที่ 7 ครั้ง (รวมถึงชัยชนะในเกมรอบชิงฯ)

– นี่คือหนที่สามที่ อาร์เซน่อล มีโอกาสเปิดบ้านดวลกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก เอฟเอ คัพ ซึ่งสองหนที่ผ่านมา “ไอ้ปืนใหญ่” คว้าชัยได้หมด (ชนะ 5-0 เมื่อเดือนมกราคม 1937 และ 2-1 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 1988)

อาร์เซน่อล ดวล แมนยู
– “ไอ้ปืนใหญ่” คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้ทั้งสามครั้ง เมื่อได้ “ปีศาจแดง” เป็นทางผ่าน (รอบห้า ซีซั่น 2002-03, รอบชิงฯ ซีซั่น 2004-05 และ รอบก่อนรองฯ ซีซั่น 2014-15)

– แมนฯ ยูไนเต้ด แพ้แค่หนเดียวเท่านั้น จาก 14 เกมหลังสุดที่เตะในรอบสี่ เอฟเอ คัพ ซึ่งครั้งเดียวที่แพ้คือการพ่าย ลิเวอร์พูล 1-2 ที่ แอนฟิลด์ เมื่อฤดูกาล 2011-12

อาร์เซน่อล ดวล แมนยู
– อาร์เซน่อล เก็บชัยชนะได้ถึง 12 จาก 13 เกมหลังสุดในศึก เอฟเอ คัพ ยามเจอกับทีมระดับ พรีเมียร์ลีก ด้วยกัน และครั้งเดียวที่แพ้คือการปราชัยต่อ วัตฟอร์ด คาบ้าน 1-2 เมื่อฤดูกาล 2015-16

– ฆวน มาต้า มิดฟิลด์ตัวเก่ง “ปีศาจแดง” มีส่วนร่วมถึง 11 ประตู ในการลงเล่นเป็นตัวจริง 10 เกมในศึก เอฟเอ คัพ ยามเจอกับทีมระดับ พรีเมียร์ลีก ด้วยกัน (ยิง 3, แอสซิสต์ 8)

อาร์เซน่อล ดวล แมนยู
– มีใบแดงเกิดขึ้นถึง 5 ใบ จาก 8 เกมหลังสุดที่ อาร์เซน่อล ดวลกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในศึก เอฟเอ คัพ โดย 3 ใบเป็นของ “ไอ้ปืนใหญ่” (เนลสัน วีวาส เมื่อเดือนเมษายน 1999, โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส เมื่อเดือนพฤศภาคม 2005 และ เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2008) ส่วนอีก 2 ใบเป็นฝั่ง “ปีศาจแดง” (รอย คีน เมื่อเดือนเมษายน 1999 และ อังเคล ดิ มาเรีย เมื่อเดือนมีนาคม 2015)

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ราชันสีน้ำเงิน ชาลเก้ ฟอร์มถือว่ายังแย่อยู่ เกมนี้ได้เล่นเป็นเจ้าบ้าน

ราชันสีน้ำเงิน ชาลเก้เฝ้าถิ่นดวลเดือดโวล์ฟฯชิงสามแต้มPPTVถ่ายสด

ราชันสีน้ำเงิน จัด สตีเว่น สเคอร์ซิบสกี้ หัวหอกตัวเก่ง ประกาศศักดาลั่นฉะทีมเยือน “หมาป่าเมืองเบียร์” โวล์ฟสบวร์ก ที่ผลงานร้อนแรงเกินห้ามใจ ในการแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน คืนวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562 พีพีทีวี ถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป
ปรีวิวฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน
วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562
ชาลเก้ (14) – โวล์ฟสบวร์ก (6)
เวลา : 00.00 น. ถ่ายทอดสด : พีพีทีวี
สนาม : เฟลตินส์ อารีน่า

”ราชันสีน้ำเงิน” ภายใต้การคุมทีมของ โดเมนิโก เทเดสโก้ ฟอร์มในลีกน่าผิดหวังรั้งกลุ่มครึ่งล่างของตาราง

และสภาพทีมยังเต็มไปด้วยปัญหาหมดสิทธิ์ใช้งาน ฮัมซ่า เมนดิล (ข้อเท้า), อามีน อารีต์ (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง), ฟรังโก้ ดิ ซานโต (เอ็นกล้ามเนื้อ), กีโด้ บวร์กชตัลเลอร์ (สะโพก), ซูอัต เซอร์ดาร์ (แผ่นหลัง), บรีล เอ็มโบโล่ (กล้ามเนื้อ) และ มาร์ค อูธ (เร่งความฟิต) ทั้งหมด

ราชันสีน้ำเงิน
การจัดทัพปรับอีกครั้งใช้ระบบ 4-2-2-2 คู่กองหน้าทดลองวาง มาร์ค อูธ จับคู่ สตีเว่น สเคอร์ซิบสกี้ และใช้ อเล็กซานดาร์ เชิพ์ฟ คอยปั้นเกมรุกร่วมกับ เยฟเกน โคโนเปลียนก้า

ข้ามมาดู ”หมาป่าเมืองเบียร์” ภายใต้การคุมทีมของ บรูโน่ ลาบบาเดีย ฟอร์มดีขึ้นเยอะจนขึ้นมาอยู่ครึ่งบนของตาราง โดยสภาพทีมกลุ่มแข้งเจ็บที่ชวดใช้งานคือ โจชูอา กีลาโวกี (ต้นขา) และ อิ๊กนาซิโอ กามาโช่ (เรียกความฟิต) ทั้งหมด

ขุมกำลัง 11 คนแรก ลาบบาเดีย จะยึดชุดเดิมที่กำลังลงตัวในระบบเหลี่ยมเพชร ใช้ เรนาโต้ สเตฟเฟ่น คอยปั้นเกมรุกร่วมกับ อัดเมียร์ เมห์เมดี้ หน้าเป้าจัด วูท เวกฮอร์สท์ ประจำการ แดนกลางมี ยานนิค แกร์ฮาร์ดท์ คุมเกมร่วมกับ มักซิมิเลี่ยน อาร์โนลด์

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
ชาลเก้ (4-2-2-2 ) : ราล์ฟ เฟห์รมันน์ – ดาเนียล คาลิจิวรี่, ซาลิฟ ซาเน่, มาติย่า นาสตาซิช, บาสเตียน อ็อคซิพก้า – เบนฌาแม็ง สตอมบูลี่, เซบาสเตียน รูดี้ – อเล็กซานดาร์ เชิพ์ฟ, เยฟเกน โคโนเปลียนก้า, มาร์ค อูธ, สตีเว่น สเคอร์ซิบสกี้
โวล์ฟสบวร์ก (4-1-2-3) : เคิน คาสเทิ่ลส์ – วิลเลี่ยม, โรบิน คน็อคเค่, จอห์น บรู๊คส์, เฌอโรม รุสซิยง – โจชูอา กีลาโวกี – เอลวิส เรกเบชาย, มักซิมิเลี่ยน อาร์โนลด์ – เรนาโต้ สเตฟเฟ่น, วูท เวกฮอร์สท์, อัดเมียร์ เมห์เมดี้
ผู้ตัดสิน : มานูเอล กราเฟ่

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

บาร์เซโลน่า

บาร์เซโลน่า ต้องการชัยชนะเรียกศรัทธา ส่งซัวเรซ – เมสซี่ ยืนคู่รอกระหน่ำเออิบาร์

บาร์เซโลน่า หลังพ่ายบอลถ้วยกลางสัปดาห์ ส่งหน้าคู่ระดับพระกาฬ “ซัวเรซ-เมสซี่”

บาร์เซโลน่า รอรับ เออิบาร์ ที่ห้านัดหลังไม่ชนะใครเลย ในการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562
ปรีวิว ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562
บาร์เซโลน่า (1) – เออิบาร์ (13)
เวลา : 00.30 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2
สนาม : คัมป์ นู

เกมนี้ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือเจ้าบุญทุ่ม เตรียมเปลี่ยนทีมครั้งใหญ่หลังจากพักตัวจริงเกินครึ่งทีมในนัดบุกแพ้ เลบันเต้ ในโกปาฯ แนวรุก เมสซี่,ซัวเรซ จะลงมาเป็นสามประสานร่วมกับ อุสมาน เดมเบเล่ อีกครั้ง แดนกลางเชื่อว่า บัลเบร์เด้ จะพัก อาร์ตูโร่ วีดาล ไว้ และให้โอกาส อาร์ตู เมโล่ กลับมาเป็นตัวจริง ทำให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยังต้องรอโอกาสต่อไปตามเดิม แนวรับ เซร์จี้ โรเบร์โต้ จะกลับมาเป็นแบ็กขวาตัวจริง

บาร์เซโลน่า
ส่วน ปีเก้ กับ เกลมงต์ ล็องเล่ต์ ยืนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟโดยมี จอร์ดี้ อัลบา ยืนแบ็กซ้าย ด้านตัวที่เจ็บยังมี ซามูแอล อุมติตี้, โธมัส แฟร์มาเล่น และ ราฟินญ่า

ฟาก โฆเซ่ หลุยส์ เมนดิลิบาร์ กุนซืออาคันตุกะ มีปัญหาในการจัดทีมเล็กน้อยเมื่อ ชาร์เลส ดิอ๊าซ กองหน้าบราซิเลียนเจ็บหัวเข่าลงเล่นไม่ไหว เช่นเดียวกับ อีกบัน รามิส กองหลังจอมเก๋าที่กล้ามเนื้อตึง

ในแนวรุก เซร์จี้ เอ็นริช จะลงยืนหัวหอกตัวเป้า โดยมี ฟาเบียน โอเรยาน่า ลากเลื้อยฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายยังคงเป็น มาร์ค กูกูเรย่า ที่แม้ว่าจะยืมตัวมาจาก บาร์เซโลน่า แต่ตามข้อตกลงระหว่างทั้งสองสโมสรสามารถส่งลงเล่นได้

แนวรับ เปาโล โอลิเวร่า จะลงยืนเซนเตอร์กับ อานาอิตซ์ อาร์บีย่า ส่วนแบ็กซ้าย-ขวา ยังเป็น โฆเซ่ อังเคล กับ รูเบน เปนญ่า ตามเดิม

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
บาร์เซ  (4-3-3) มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น- เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, เกลมงต์ ล็องเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา- อาร์ตู เมโล่, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อิวาน ราคิติช-อุสมาน เดมเบเล่, หลุยส์ ซัวเรซ, ลิโอเนล เมสซี่
เออิบาร์ (4-2-3-1) อาเซียร์ เรียสโก้-รูเบน เปนญ่า, อานาอิตซ์ อาร์บีย่า, เปาโล โอลิเวร่า, โฆเซ่ อังเคล-ปาเป้ ดิย็อป, เมาโร เอสกาลันเต้- ฟาเบียน โอเรยาน่า, โยน ฆอร์ดาน, มาร์ค กูกูเรย่า- เซร์จี้ เอ็นริช

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ตราหมียังยวบ

ตราหมียังยวบ!แอต.มาดริดสถิติข่มส่งกรีซมันน์ตะบันเลบันเต้

ตราหมียังยวบ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นายใหญ่ “ตราหมี” แอต.มาดริด ยังคงต้องปวดหัวหนักในการจัดทัพหลังตัวหลักเดี้ยงหลายราย

ตราหมียังยวบ ส่วนแนวรุกยังคงใช้ อองตวน กรีซมันน์ เช่นเคย ทางด้าน ปาโก้ โลเปซ กุนซือผู้มาเยือนพร้อมสู้ มี โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส บัญชาทัพลุย ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน วันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562
แอต.มาดริด (2) – เลบันเต้ (11)
ถ่ายทอดสดเวลา 18.00 น. : บีอิน สปอร์ตส์ 2
สนาม : เอสตาดิโอ ว่านต๋า เมโตรโปลิตาโน่

ตราหมียังยวบ

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นายใหญ่ตราหมี ยังคงมีปัญหาในการจัดทีมเหมือนเช่นเคย โดยเกมนี้ ซาอูล ญิเกซ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ติดโทษแบนลงสนามไม่ได้ ทำให้แบ็กซ้ายต้องลุ้นความฟิตของ ลูกัสเอร์นานเดซ

หากไม่ไหวจะต้องโยกแบ็กขวาอย่าง ซานติอาโก้ อาเรียส มาเล่น เนื่องจาก ฟิลิเป้ หลุยส์ กาสมีร์สกี้ แบ็กซ้ายอีกรายก็ยังบาดเจ็บ ในแผงมิดฟิลด์จะไม่มี เกลซง มาร์ตินส์ ปีกโปรตุกัสที่เข้ารับการผ่าตัดจมูกหลังจากเกิดอาการหายใจติดขัด แต่ไม่มีปัญหาเพราะ โตมาร์ เลอมาร์ กับ โกเก้ พร้อมลงเล่นอยู่แล้ว

เช่นเดียวกับ โตมัส ปาร์เตย์ ที่จะลงคุมเกมตรงกลางร่วมกับ โรดรี้ ในแดนหน้า ดีเอโก้ คอสต้า ยังบาดเจ็บอยู่ เกมนี้ กรีซมันน์ จะลงยืนคู่กับ อังเคล กอเรอา

ฟาก ปาโก้ โลเปซ กุนซือผู้มาเยือนจะไม่มี เซร์คิโอ ปอสตีโก้ เซนเตอร์ตัวเก่งที่โดนใบแดงไล่ออกเกมที่แล้ว ทำให้ เชม่า โรดริเกซ จะได้ลงยืนตัวจริงแทน

ข่าวดีคือในแนวรุกจะได้ รูเบน โรชีน่า เพลย์เมกเกอร์พ้นโทษแบนลงมาทำเกมอีกครั้ง โดยจะยืนหลังคู่หัวหอกอย่าง โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส และ โรเคร์ มาร์ตี้

ส่วนในรายของ อันโตนิโอ ลูน่า และ อาร์มานโด้ ซาดิกู กองหน้ายังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แอต.มาดริด (4-4-2) ยาน โอบลัค-ฆวนฟราน ตอร์เรส, สเตฟาน ซาวิช, ดีเอโก้ โกดิน, ลูกัส เอร์นานเดซ (ซานติอาโก้ อาเรียส)-โกเก้, โตมัส ปาร์เตย์, โรดรี้, โตมาร์ เลอมาร์- อังเคล กอเรอา, อองตวน กรีซมันน์

เลบันเต้ (3-4-1-2) ออยเอร์ โอลาซาบัล-เชม่า โมดริเกซ, เอริค กาบาโก้, โรเบร์ ปีเอร์-เฆซอน, โฆเซ่ กัมปานญ่า, เอร์นีส บาร์ดี้, โตนโญ่ การ์เซีย-รูเบน โรชีน่า-โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส, โรเคร์ มาร์ตี้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th