เรื่อง

ผีแดง

ผีแดง สะกิดม้าลายขอเซ้งต่อ ดีบาล่า 85 ล้านปอนด์

ผีแดง สื่อชื่อดังในประเทศอิตาลีประโคมข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ติดต่อไปยัง ยูเวนตุส เพื่อเจรจาคว้าตัวกองหน้าอย่าง เปาโล ดีบาล่า

หลังหมดลุ้นโควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว ทำให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จำเป็นต้องผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ โดยจะมีนักเตะบางคนถูกขายออก และมีหลายรายย้ายเข้ามา

ข่าวจากฝั่งประเทศอิตาลีระบุว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เข้าสอบถาม ยูเวนตุส ถึงความเป็นไปได้ที่ ดีบาล่า จะย้ายมาค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

ในระยะหลัง กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามจาก มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี นั่นทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่เจ้าตัวจะถูกขายทิ้ง โดย ยูไนเต็ด พร้อมจ่ายที่ราคา 85 ล้านปอนด์

ซาร์รี่เก้าอี้ร้อน

ซาร์รี่เก้าอี้ร้อน ! ป็อกบาโชว์-แมนยูคืนฟอร์มบุกเชือดเชลซี ลิ่ว8ทีมเอฟเอ คัพ

ซาร์รี่เก้าอี้ร้อน เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือจอมอมควันของเชลซีอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากส่อโดนเด้งปลดตำแหน่ง

ซาร์รี่เก้าอี้ร้อน หลังโดน “ปีศาจแดง” ที่กลับมางัดฟอร์มเก่งไล่ขย่มซิวชัยคาเดอะ บริดจ์ 2-0 เกมนี้ ปอล ป็อกบา โชว์ลีลาสุดแจ่มทั้งยิง ทั้งจ่ายพาทีมบุกมาปราบแชมป์เก่า พร้อมพา แมนฯยูไนเต็ด ทะยานเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

แชมป์เก่า “สิงห์บลูส์” ผ่าน เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ มาได้ในรอบที่แล้วด้วยการเปิดรังซิวชัย 3-0แต่พวกเขาต้องมาเล่นอย่างย่ำแย่ในเกมลีกด้วยการบุกไปพ่าย บอร์นมัธ 0-4 และแมนฯซิตี้ 0-6 แม้ว่าล่าสุดจะคว้าชัยในเกม ยูโรปา ลีก ที่บุกไปซิวชัยเหนือ มัลโม่ มาได้ 1-2 แต่สถานการณ์ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ในการคุมทีมยังต้องพิสูจน์ในเกมรับมือ “ปีศาจแดง”

วันนี้อีกแมตช์ ขณะที่อาคันตุกะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เสียสถิติไร้พ่ายหลังเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เปิดรังพ่ายให้เปแอสเช 0-2 อย่างผิดคาด ซึ่งก่อนหน้านี้ 11 เกมพวกเขาไม่แพ้ทีมใดยิ่งผลงานสุดหรูใน เอฟเอ คัพ รอบที่แล้วบุกไปปราบ อาร์เซน่อล แชมป์สูงสุดของรายการนี้ได้ 3-1 การจัดทัพวันนี้ของทั้งสองทีม เจ้าถิ่นแนวรุกตามคาดสามประสานทั้ง

เปโดร โรดริเกซ, กอนซาโล่ อิกวาอิน และเอแด็น อาซาร์ ลงกันครบ ส่วนทางฝั่งทีมเยือนที่ไร้ทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด และอ็องโตนี่มาร์กซิยาล ที่บาดเจ็บ ส่งสามตัวรุกอย่าง ฆวน มานูเอล มาต้า, โรเมลู ลูกากู และมาร์คัส แรชฟอร์ด

เปิดฉากครึ่งแรกมาได้แค่ นาทีเศษๆ ทีมเยือนหวิดได้ลุ้นขึ้นนำก่อน เมื่อ ลูกากู ครอสบอลทางด้านซ้ายมาในเขต 6 หลา บอลจะถึงแรชฟอร์ดที่ยืนโล่งๆอยู่แล้ว แต่ดาวิด ลุยซ์พุ่งมาสกัดบอลออกหลังไปแบบหวุดหวิด “ผีแดง” ได้ลุ้นอย่างต่อเนื่อง อีก 2 นาทีต่อมา ป็อกบา กระดกบอลเข้ากลางให้ ลูกากู วอลเลย์บอลข้ามคานได้แบบได้เสียว

นาที 6 เจ้าบ้านได้ลุ้นโอกาสแรก ก็องเต้ พาบอลขึ้นบอลก่อนไหลออกขวาให้ เปโดร ครอสไปแฉลบ ลุค ชอว์ บอลเปลี่ยนทางเข้ากรอบทางเสาแรกแต่ดีที่ โรเมโร่ ยังยืนตำแหน่งดีรับเข้าซองไว้ได้สบาย

พรรคสิงห์บลูส์พอเริ่มตั้งเกม เกือบชิงขึ้นนำไปก่อน นาที 11 เอร์เรร่า ไปหวดโควาซิช หน้ากรอบเขตโทษ และเป็น ดาวิด ลุยซ์ ที่วิ่งมาอัดฟรีคิกกว่า 25 หลาบอลพุ่งหนีกำแพงทางเสาไกล โรเมโร่ ยังไวพุ่งทุบออกไปได้ทัน แม้จังหวะต่อมา เปโดร จะตามซ้ำหวดวอลเลย์เต็มแรงแต่บอลยังไปติดอกนายด่านผีแดงตามตะครุบรับไว้ได้

เกมเริ่มหนักขึ้น นาที 15 เนมานย่า มาติช เข้าไปดีเลย์ฟาวล์ใส่ อาซาร์ จากจังหวะโต้กลับ จนผู้ตัดสินวิ่งมาชูใบเหลืองแรกของเกม จากนั้นไม่ถึงนาที อิกวาอิน ได้หลุดเข้าไปยิงมุมแคบแต่บอลก็ออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น

    เจ้าถิ่นโหมบุกใส่อย่างบ้าคลั่ง 2 นาทีต่อมา แฟนสิงห์บลูส์หวิดได้เฮ อัซปิลิกวยต้า ครอสสเข้ากลางมาสุดสวยให้ อิกวาอิน ขึ้นเทกโขกบอลหลุดเสาแรกไปนิดเดียว      นาที 19 เป็นโอกาสของลูกทีมโซลชา บ้าง คราวนี้มาได้ฟรีคิกทางด้านซ้ายนอกกรอบ มาร์คัส แรชฟอร์ด วิ่งมาอัดด้วยขวาบอลพุ่งตกพื้นแต่ยังไปเข้ามือ เกป้า    
นาที 25 เจ้าถิ่นเกือบทำพลาดแบบง่ายๆ หลัง อัซปิลิกวยต้า ส่งบอลคืนหลังให้ เกป้า แต่นายทวารค่าตัวแพงดันจับบอลไม่อยู่บอลพุ่งจะเข้าโกลตัวเองแต่ดีที่เจ้าตัวยังแก้ตัวตามมาเคลียร์บอลออกไปก่อนที่แรชฟอร์ดจะตามเข้ามาชาร์ตได้ทัน

นาที 32 แฟนปีศาจแดงได้เฮกันลั่น เมื่อ แมนฯยูไนเต็ด บุกมาขึ้นนำ 1-0 ฆวน มาต้า จ่ายบอลออกข้างให้ ป็อกบา ทางซ้ายก่อนมิดฟิลด์แชมป์โลกจะโยกหลอกแล้วเปิดด้วยขวามาเสาไกลให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ที่หนีการประกบของ มาร์กอส อลอนโซ่ วิ่งโหม่งบอลย้อนตัว เกป้า เข้าไปอย่างสวยงาม

ซาร์รี่เก้าอี้ร้อน

นาที 40 แนวรับผีแดงมาทำเสียวเมื่อมาทำพลาดปล่อยให้ อิกวาอิน ได้บอลกระชากเข้าไปในกรอบดีที่แข้งปีศาจแดงยังลงมาช่วยดีเลย์ก่อนที่บอลจะทะลักมาถึง อาซาร์ กระชากถึงเส้นหลังก่อนเปิดบอลออกหลังไป นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก แฟนสิงห์บลูส์เงียบกันกริบคาเดอะ บริดจ์ เมื่อลูกทีมของโซลชาพังประตูที่สองหนีห่าง

บอลเริ่มจาก ป็อกบา ไหลออกขวาให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก่อนที่ดาวยิงเท้าหนักจะครอสบอลไปที่จุดนัดพบให้ ป็อกบา ที่วิ่งมาเทกตัวโขกเบียดทั้ง รือดิเกอร์ และอัซปิลิกวยต้า โหม่งบอลจมก้นตาข่ายไปอย่างเด็ดขาด

จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมานำแชมป์เก่า เชลซี 2-0

ครึ่งหลัง “ปีศาจแดง” ไม่พูดพร่ำทำเพลงเปิดเกมรุกเข้าใส่ นาที 49 มาร์คัส แรชฟอร์ด พาบอลแหวกแข้งเจ้าถิ่นขึ้นทางกราบซ้ายก่อนครอสเลียดบอลจะถึง ลูกากู อยู่แล้วแต่ดาวิด ลุยซ์ วิ่งมาตัดบอลก่อนจะไปชนช่วงต้นหัวไหล่ อัซปิลิกวยต้า แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าเป็นแฮนด์บอล ทำสัญญาณให้เล่นต่อ

แชมป์เก่าไม่มีอะไรต้องเสีย เปิดเกมรุกโต้กลับหวังจะยิงคืนให้เร็ว นาที 55 ก็องเต้ พาบอลขึ้นมาก่อนแทงทะลุจะถึง เปโดร อยู่แล้วแต่ ลุค ชอว์ กลับตัวก่อนเหยียดขาสไลด์บอลออกหลังไปหวุดหวิด

นาที 57 ซาร์รี่ แก้เกมด้วยการเปลี่ยนผู้เล่นเป็นคนแรก ส่ง วิลเลี่ยน ลงมาทำเกมเกมรุกแทน เปโดร โรดริเกซ นาที 66 แข้งเจ้าถิ่นประท้วงหาจุดโทษหลังเข้าไปต่อว่า เควิน เฟรนด์ เชิ้ตดำกรณี รือดิเกอร์ เพื่อนร่วมทีมโดน คริส สมอลลิง เหนี่ยวล้มในเขตโทษ แต่หลังจากผู้ตัดสินได้รับสัญญาณจากห้อง VAR ชี้ให้เล่นต่อไม่เป็นจุดโทษแต่อย่างใด

ทัพสิงห์บลูส์ยังเดินหน้าบุกเรื่อยๆ นาที 70 มาได้ลูกฟรีคิกลุ้นหน้าบ้านของปีศาจแดงบ้าง แต่จังหวะนี้ วิลเลี่ยน ปั่นบอลข้ามกำแพงหลุดกรอบออกไปแบบไม่ได้ลุ้น

ถัดมา แมนฯยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวสองรายติดๆ ส่ง อเล็กซิส ซานเชซลงมาเล่น ลูกากู ในนาที 73 ก่อนอีกสองนาทีถัดมา โซลชา จะถอดเอา ฆวน มาต้า ออกแล้วส่ง อันเดรียส เปเรยร่า ลงไปเล่นแทน

ช่วงท้ายเกมแม้ว่าแข้งเจ้าถิ่นจะพยายามเพื่อทวงประตูตีไข่แตกแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับ “ปีศาจแดง” ได้สำเร็จ จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาปราบแชมป์เก่า เชลซี 2-0 ทะยานเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

มูโดนอีกแล้ว

มูโดนอีกแล้ว ! ลูกากูเผยป็อกบาสุขที่สุดร่วมงาน โอเล่ กุนนาร์โซลชา

มูโดนอีกแล้ว โรเมลู ลูกากู หัวหอกร่างใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยทุกวันนี้

มูโดนอีกแล้ว ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์เลือดเฟร้นช์ เต็มไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มทุกครั้งเวลาที่ลงซ้อม เชื่อที่เพื่อนร่วมสังกัดเป็นแบบนี้เพราะได้ทำงานร่วมกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ชาวนอร์เวย์
โรเมลู ลูกากู กองหน้าชาวเบลเยียมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชั่วคราว มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ ปอล ป็อกบา กองกลางแชมป์โลก กลับมามีความสุขอีกครั้ง หลังต้องประสบปัญหามาตลอดสมัยที่ทำงานร่วมกับ โชเซ่ มูรินโญ่

ป็อกบา ไม่เคยมีความสุขเลยภายใต้การกุมบังเหียนของ มูรินโญ่ โดยก่อนหน้านี้พี่ชายของเขาออกมายืนยันว่า ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส เคยพิจารณาเรื่องอนาคตในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปนับตั้งแต่ที่ โซลชา เข้ามาทำหน้าที่แทน “เฮียมู”

โซลชา ปั้น “ปีศาจแดง” กลับมาแกร่งอีกครั้งด้วยการเก็บชัยชนะ 9 เกมและเสมอ 1 แมตช์ จาก 10 เกมที่ทำหน้าที่ให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ขณะเดียวกัน ป็อกบา ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดกลายเป็นแกนหลักของทีมแถมซัดไปแล้ว 6 ประตูกับ 5 แอสซิสต์ภายใต้การคุมทัพของนายใหญ่ชาวนอร์เวย์

มูโดนอีกแล้ว

ลูกากู เผยว่าตอนนี้ ป็อกบา เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเวลาที่อยู่ในสนามซ้อม และใบหน้าก็เต็มไปด้วยความสุขมากกว่าช่วงต้นซีซั่นนี้ “ตอนฝึกซ้อมเรามักจะพูดกันว่า ปอล ดูมีความสุขมากๆ และจากนั้นเขาก็เอาแต่หัวเราะ ทุกๆ คนมองแต่เรื่องในด้านบวก ทุกๆ คนยิ้มแย้มแจ่มใส และตอนนี้เราต้องรักษาสิ่งนี้ต่อไป”

“ทุกๆ คนกลับมาอยู่ในระดับของพวกเขาทั้ง ปอล, มาร์คัส (แรชฟอร์ด) และตัวผม เมื่อผมได้ลงเล่นผมพยายาม และทำผลงานให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อองโตนี่ย์ (มาร์กซิยาล) รวมทั้งทุกๆ คนด้วย สปิริตแห่งการแข่งขันได้ออกมาจากนักเตะทุกคน ตอนที่เริ่มฝึกซ้อมเราจะแบ่งทีมเล่นบอลโต๊ะเล็กกันแบบ 6 ต่อ 6, 8 ต่อ 8”

“คุณจะเห็นได้ว่านักเตะทุกคนอยากพิสูจน์ตัวเองเพื่อผู้จัดการทีม พวกเขาอยากฉกฉวยโอกาสของพวกเขา และในช่วงระหว่างเกมเรารู้ว่านักเตะแต่ละคนรู้ว่าว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือทีม และเรารู้ว่าทัศนคติแบบนี้จะนำเราไปสู่ฟอร์มที่สุดยอด” กองหน้าทีมชาติเบลเยียม กล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

สถิติพัง

สถิติพัง! แมนยูรอดตายไล่เจ๊าเบิร์นลีย์ทดเจ็บหืด หยุดสถิติชนะรวดโซลชา

สถิติพัง โอเล่ กุนน่าร์ โซลชา อดทำสถิติเป็นกุนซือที่เปิดตัวชนะติดต่อกันมากที่สุด

สถิติพัง หลัง วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ เป็นฮีโร่ยิงประตูในช่วงทดเจ็บให้ “ผีแดง” ทำได้แค่ไล่เจ๊า เบิร์นลีย์ สุดมันส์ 2-2 หยุดสถิติชนะรวดในพรีเมียร์ลีกไว้ที่ 6 นัด พร้อมรั้งอันดับที่ 6 แต่โดน “ปืนใหญ่” ทิ้งห่างออกไป 2 แต้มในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนวันอังคารที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2562
แมนฯยูไนเต็ด 2-2 เบิร์นลีย์

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

“ปีศาจแดง” ฟอร์มสุดยอดมากหลังคว้าชัยมา 8 เกมติดต่อกันทุกรายการ และคืนนี้หาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาทีมคว้าชัยได้อีกนัด จะทำให้กุนซือชาวนอร์เวย์กลายเป็นผู้จัดการทีมคนแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ออกสตาร์คุมทีมแล้วเก็บชัยในลีกได้ 7 นัดติดต่อกัน เหนือกว่า คาร์โล อันเชล็อตติ และเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เคยทำเอาไว้ที่ 6 เกม

เจ้าบ้าน แมนฯยูไนเต็ด ยังคงใช้งานหัวหอก โรเมลู ลูกากู ต่อเนื่องหลังจากโชว์ฟอร์มเยี่ยมในเกมเอฟเอ คัพ ที่ผ่านมา ด้านแนวรุกริมเส้นปรับมาใช้ ฆวน มาต้า และมาร์คัส แรชฟอร์ด ขณะที่ทีมเยือน จัดกองหน้าตัวเก่งทั้ง แอชลี่ย์ บาร์นส์ และ คริส วู้ด ลงสนาม

สถิติพัง

เริ่มเกมมาแค่ 10 นาที ผีแดง พลาดได้ประตูขึ้นนำแบบน่าเสียดายจากจังหวะที่ โรเมลู ลูกากู จ่ายบอลให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ ทอมมี่ ฮีตัน แต่ปรากฎว่า แรชฟอร์ด จิ้มบอลออกไปแบบเหลือเชื่อ

ผีแดง เหมือนจะเจาะทีมเยือนไม่เข้า โอกาสยิงเน้นๆค่อนข้างน้อย ทำให้นาทีที่ 40 ฆวน มาต้า ต้องหันมาลองส่องไกลจากนอกเขตโทษบ้างแต่บอลหลุดกรอบทางด้านขวามือออกไป

สถิติพัง
ครึ่งหลัง ผีแดง ได้เปิดฉากลุยก่อนและเป็น ฆวน มาต้า ได้โอกาสในนาทีที่ 46 จากจังหวะสับไกบริเวณหัวกะโหลกแต่บอลไปเข้ามือของ ทอมมี่ ฮีตัน

นาทีที่ 51 กลายเป็นเบิร์นลีย์ ที่เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำ 1-0 หลัง เปเรยร่า โดน แจ็ค คอร์ก แย่งบอลไปแล้วจ่ายให้ แอชลี่ย์ บาร์นส์ ยิงเสยตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม

เจ้าบ้านยังโหมบุกหนักและได้โอกาสทองนาทีที่ 54 แอชลีย์ ยัง จ่ายเข้ากลางให้ ลูกากู เข้าฮอสแต่ ทอมมี่ ฮีตัน เซฟบนเส้นออกหลังไปแบบเหลือเชื่อ

สถิติพัง
เบิร์นลีย์ ทำช็อคเจ้าบ้านอีกรอบหลังได้ประตูนำห่าง 2-0 นาทีที่ 81 คริส วู้ด ได้เทคตัวขึ้นโหม่งเสียบมุมประตู ชนิด ดาบิด เด เคอา ได้แต่ยืนมอง

ผีแดง ใสตีไข่แตกได้สำเร็จหลังได้จุดโทษนาทีที่ 87 มาร์คัส แรชฟอร์ด โดนผู้เล่น เบิร์นลีย์ดึงล้มลงในเขตโทษ และเป็น ปอล ป็อกบา สังหารประตูไล่ตี้ตื้นขึ้นมา

สถิติพัง
เจ้าบ้านได้เฮช่วงทดเจ็บนาทีที่ 92 หลัง อเล็กซิส ซานเชซ ได้ขึ้นโหม่งแต่บอลไปติดเซฟของ ทอมมี่ ฮีตัน ก่อน ลินเดอเลิฟ จะซ้ำบอลเข้าประตูไป

จบเกม แมนฯยูไนเต็ด รอดตายแบบหวุดหวิดไล่ตีเสมอ เบิร์นลีย์ 2-2 ทำให้รั้งอันดับที่ 6 ต่อไปแต่โดน อาร์เซน่อล ทำแต้มห่างออกไป 2 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-3-3) : ดาบิด เด เคอา – แอชลี่ย์ ยัง, ฟิล โจนส์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์ – อันเดรียส เปเรยร่า (เจสซี่ ลินการ์ด น.63), เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา – ฆวน มาต้า, โรเมลู ลูกากู (อเล็กซิส ซานเชซ น.67), มาร์คัส แรชฟอร์ด

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

เบิร์นลี่ย์ (4-4-2) : ทอมมี่ ฮีตัน – ฟิล บาร์ดสลี่ย์, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, เบน มี, ชาร์ลี เทย์เลอร์ – เจฟฟ์ เฮนดริค, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, แจ็ค คอร์ก, ดไวท์ แม็คนีล (โยฮันน์ เบิร์ก กุ๊ดมุนด์สสัน น.81)- แอชลี่ย์ บาร์นส์, คริส วู้ด

ผู้จัดการทีม : ฌอน ไดช์

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ลูกากู-ลินการ์ด สุดจัด

ลูกากู-ลินการ์ด สุดจัด! ตัดเกรดแข้งแมนยูโหดบุกดับอาร์เซน่อล

ลูกากู-ลินการ์ด สุดจัด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงฟอร์มร้อนแรงซิวชัยเป็นนัดที่ 8 ติดต่อกันในทุกรายการ

ลูกากู-ลินการ์ด สุดจัด หลังบุกไปเอาชนะ อาร์เซน่อล 3-1 พร้อมตบเท้าเข้ารอบ 5 เอฟเอ คัพต่อไป เกมนี้ต้องชมแนวรุกของผีแดงที่ทำเกมสวนกลับได้ยอดเยี่ยม มีนักเตะได้ไป 8 คะแนนถึง 2 คน ขณะที่แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ของเกมนี้คว้าไป 8.5 คะแนน เราไปดูคะแนนแข้งผีแดงกัน
แมนฯยูไนเต็ด

เซร์คิโอ โรเมโร่ 7
มีจังหวะซุปเปอร์เซฟให้เห็นในครึ่งหลัง นอกนั้นไม่ใช่งานยากสำหรับเจ้าตัวเท่าไหร่

แอชลี่ย์ ยัง 6
มีส่วนต้องรับผิดชอบกับประตูที่เสีย แต่ครึ่งหลังป้องกันเกมรับได้ดีขึ้น ขยันไล่บอลคู่แข่ง

วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ 7
เป็นอีกครั้งที่เขาเป็นหัวใจของเกมรับจริงๆ ป้องกันเกมบุกของปืนใหญ่ได้ดี อ่านเกมค่อนข้างขาด

เอริค ไบยี่ 6
ประตูที่เสียเขาก็มีส่วนผิด หลังโดนตีไข่แตกก็เหมือนจะเป๋ไปสักพัก แต่ครึ่งหลังกลับมาแก้ตัวเล่นได้เยี่ยม

ลุค ชอว์ 7
ช่วยเกมรับได้เยอะ บล็อคลูกยิงได้ดี ส่วนเกมบุกเติมได้ถูกจังหวะหลายครั้ง

อันเดร์ เอร์เรร่า 7.5
ฟอร์มยังสุดยอดเช่นเคย ตัดเกม จ่ายบอลทำได้ยอดเยี่ยม แดนกลางขาดเขาไม่ได้จริงๆ

เนมานย่า มาติช 7
ป้องกันเกมบุกของปืนใหญ่ได้ดี โดยเฉพาะในครึ่งหลัง ถอยลงไปช่วยในกรอบเขตโทษตลอด

ลูกากู-ลินการ์ด สุดจัด

เจสซี่ ลินการ์ด 8.5
แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ของเกมนี้ นอกจากจะยิงประตูได้แล้ว ยังวิ่งไปทั่วสนาม ช่วยทั้งเกมรับเกมรุกตลอด การหาตำแหน่งของเขาทำได้ยอดเยี่ยมจริงๆ

ปอล ป็อกบา 8
มีส่วนสำคัญในเกมบุกของผีแดงค่อนข้างมาก โดยเฉพาะจังหวะสวนกลับในครึ่งหลังที่เขาเป็นศูนย์กลางเกมบุก

อเล็กซิส ซานเชซ 6.5
ซัดประตูทีมเก่าได้สำเร็จเป็นประตูเบิกร่องของเกม แต่โดยรวมยังช่วยเกมบุกผีแดงไม่ได้มากนัก ครึ่งหลังหายไปจากเกม จนถูกเปลี่ยนตัวออก

โรเมลู ลูกากู 8
ได้โอกาสกลับมาเป็นตัวจริงและทำผลงานไม่ผิดหวัง จัดไป 2 แอสซิสต์สุดสวย ช่วยพักบอลในจังหวะสวนกลับได้ดี

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

มาร์คัส แรชฟอร์ด 6.5 (ลงมาแทน โรเมลู ลูกากู นาทีที่ 72)
ลงมาใช้ความเร็วปั่นป่วนแนวรับปืนใหญ่ได้

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 7 (ลงมาแทน อเล็กซิส ซานเชซ นาทีที่ 72)
ลงมาแล้วซัดประตูปิดกล่องให้กับทีม

ฟิล โจนส์ – (ลงมาแทน เจสซี่ ลินการ์ด นาทีที่ 88)
ลงมาช่วงท้ายเกมแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

กิ๊กส์เชื่อ

กิ๊กส์เชื่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาได้คุมแมนยูถาวรหากติดท็อปโฟร์

กิ๊กส์เชื่อ  นายใหญ่ทีมชาติเวลส์ ฟันธงหาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพื่อนเก่าเพื่อนเกลอนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

กิ๊กส์เชื่อ ติดท็อปโฟร์ฤดูกาลนี้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่บอร์ดบริหารจะมองข้ามในการมอบสัญญากุมบังเหียน “ปีศาจแดง” แบบถาวรให้กับเขา
ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีกพ่อมด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ ต้องนำ “ปีศาจแดง” ติดอันดับท็อปโฟร์ในฤดูกาลนี้ให้ได้ เพื่อโอกาสที่ผู้บริหารจะมอบสัญญากุมบังเหียนยอดทีมแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แบบถาวร

ปัจจุบัน “เร้ด เดวิลส์” รั้งอยู่อันดับ 6 มีคะแนนเท่ากับ อาร์เซนอ่ล และตามหลัง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี อันดับ 4 เพียงแค่ 3 แต้มเท่านั้น โดย แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้อย่างสุดยอดนับตั้งแต่ที่ โซลชา เข้ามาทำงานแทน โชเซ่ มูรินโญ่ ที่โดนไล่ออกช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ผลงานของ โซลชา ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ เมื่อเก็บชัยชนะ 6 แมตช์รวดในเกมพรีเมียร์ลีก ส่งผลให้ แมนฯ ยูฯ กลับมามีลุ้นทำอันดับไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดย กิ๊กส์ ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่กุมบังเหียนทีมชาติเวลส์ เชื่อว่าหากอดีตเพื่อนร่วมสังกัดนำทีมบรรลุเป้าหมายติดท็อปโฟร์ได้ ก็มีโอกาสที่จะได้นั่งเก้าอี้นายใหญ่แมนฯ ยูไนเต็ด แบบถาวร

กิ๊กส์เชื่อ

“อนาคตของ โซลชา ยังต้องดูกันยาวๆ แต่เขาทำผลงานได้เยี่ยมมากๆ ถ้าเขาทำผลงานได้แบบนี้แล้วทำไมจะไม่ได้รับโอกาสล่ะ เพราะเขามีประสบการณ์ทำงานร่วมกับ ไมค์ ฟีแลน เขาผูกพันกับสโมสร, ไมเคิ่ล (คาร์ริค) และทีมสตาฟฟ์โค้ช แน่นอนว่า โอเล่ ทำผลงานได้ดี นักเตะก็ดูมีความสุข แฟนบอลก็เช่นกัน”

“ทุกๆ อย่างภายในทีมมีแต่ดียิ่งขึ้น ดังนั้นคุณต้องรักษาสถานการณ์แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ บางทีหากเขาทำผลงานจบท็อปโฟร์ และโชว์ฟอร์มได้ดีในเกมเอฟเอ คัพ หรือ แชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนว่ามันคงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะไม่ได้ทำงานนี้ต่อ” กิ๊กส์ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทัพ “ผีแดง” ช่วงระหว่างปี 1996-2007 กล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

บิ๊กแซม

บิ๊กแซม ให้เหตุผลสำคัญ มาร์คัส แรชฟอร์ดอาจจบอาชีพเร็ว

บิ๊กแซม อัลลาร์ไดซ์ อดีตกุนซือจอมฉาว ฟันธง มาร์คัส แรชฟอร์ด

บิ๊กแซม หัวหอกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสิทธิ์จบอาชีพพ่อค้าแข้งเร็วกว่ากำเนิด เพราะสภาพร่างกายกรำศึกหนักมาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ฉะนั้นเมื่ออายุสามสิบกว่าอาจจะมีสภาพร่างกายและจิตใจย่ำแย่
แซม อัลลาร์ไดซ์ อดีตผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ เชื่อ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าตัวเก่ง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องพบกับความยากลำบากในการเล่นฟุตบอลตอนอายุ 30 ปีแน่นอน หลังจากนักเตะต้องกรำศึกหนักมาตั้งแต่วัยละอ่อน

แรชฟอร์ด เพิ่งอายุครบ 21 ปีเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่นักเตะลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษไปแล้ว 98 แมตช์ พร้อมกับตะบันตาข่ายคู่แข่งไปแล้ว 25 ประตู โดยงานนี้ อัลลาร์ไดซ์ ยอมรับว่ารู้สึกกังวลเกี่ยวกับสภาพร่างกายของนักเตะเพราะถูกใช้งานอย่างหนักจนอาจจะพังก่อนวัยอันควร

บิ๊กแซม

“บิ๊กแซม” เผยกับ “ทอล์คสปอร์ต” สื่อดังในอังกฤษ ว่า “มันคงเป็นอะไรที่ยากลำบากสำหรับเขาที่จะต้องลงเล่นตอนอายุ 30 ปี เพราะสภาพร่างกายและจิตใจรวมทั้งความอ่อนล้าทำให้เขาต้องพบกับเรื่องยากลำบาก เขามีเวลาได้พักแค่ 3 สัปดาห์ต่อปี มันก็แค่นั้นแหละ ไม่มีช่วงปรีซีซั่นอีกต่อไป พวกเขาต้องเล่นทัวร์นาเมนต์พวกนั้นต่อทันที”

“เขาจะต้องเดินทางไปรอบโลก และเล่นให้ประเทศของเขา แม้ว่าเขาจะไม่เคยบาดเจ็บหนักก็ตาม แต่ด้วยวัย 25 ปี เขาคงจะพร่ำบ่นเรื่องสภาพร่างกายที่สึกหรอ หัวเข่ากับข้อเท้า, สะโพก และหลัง จะเริ่มมีปัญหา แน่นอนตอนนี้คงไม่มีอะไรมาหยุดเขาในการลงสนาม แต่ผมคิดว่าเมื่ออายุมากขึ้นสิ่งนี้จะทำให้อาชีพของเขาจบเร็วเกินไป” อัลลาร์ไดซ์ กล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

หนูแรชร้อนแรง

หนูแรชร้อนแรง! ตัดเกรดแข้งแมนยูเฮต่อเนื่องสอยไบรท์ตัน

หนูแรชร้อนแรง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังเดินหน้าเก็บชัยเป็นเกมที่ 7 ติดต่อกันแล้วหลังเปิดบ้านทุบ ไบรท์ตัน ได้สำเร็จ

หนูแรชร้อนแรง เหล่าบรรดานักเตะแนวรุกต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่มีผู้เล่นหนึ่งรายที่ฟอร์มโดดเด่นมากในเกมรุกและยังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง จนได้ไปถึง 8.5 แต้ม อย่างไรก็ตามแนวรับยังคงมีปัญหาหลังเสียประตูอีกแล้ว เราไปคะแนนแข้งผีแดงแต่ละคนกัน
ดาบิด เด เคอา 6
ประตูที่เสียไปคงโทษเขาไม่ได้ โดนลูกบอมบ์บ่อยๆมีออกมาตัดบอลพลาดอยู่เหมือนกัน

แอชลีย์ ยัง 6
เติมเกมรุกสนุก แต่ทว่าลูกครอสยังไม่ค่อยเข้าเป้าเท่าไหร่ เกมรับมีหลุดบ้างบางจังหวะ

วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ 8
มีจังหวะโยนบอลยาวสวยๆให้เพื่อนร่วมทีมจนเกือบได้ประตู เกมรับทำได้ยอดเยี่ยม รักษาฟอร์มได้ต่อเนื่อง

ฟิล โจนส์ 6
เกมรับยังพอใช้ได้ แต่ยังไม่นิ่งเท่า ลินเดอเลิฟ แถมเป็นคนโหม่งพลาดจนทีมเสียประตู

หนูแรชร้อนแรง

ดีโอโก้ ดาโลต์ 6
แม้จะทำแอสซิสต์ให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่เกมรับยังดูไม่ค่อยนิ่ง ลูกที่เสียเขาก็ประกบพลาด

เนมานย่า มาติช 7
เป็นคนจ่ายบอลยาวสุดสวยให้ ปอล ป็อกบา ก่อนจะได้จุดโทษ ช่วยเกมรับกับ อังเดร เอร์เรร่า ได้ดี

อังเดร เอร์เรร่า 7.5
ยังคงตัดเกมและครองแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม ฟอร์มสม่ำเสมอมากๆ

ปอล ป็อกบา 8
เป็นคนเรียกจุดโทษและยิงปลดล็อคประตูแรก อาจจะไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดแต่โดยรวมยังน่าประทับใจ

เจสซี่ ลินการ์ด 6.5
ยังเคลื่อนที่หาตำแหน่งได้เยี่ยม มีโอกาสทองอยู่เหมือนกันแต่ยิงพลาดไป ครึ่งหลังฟอร์มดร็อปลงไป

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 7
มีโอกาสทองหลุดเดี่ยวเข้าไปแต่ยิงติดเซฟ ทำเกมบุกได้ดีหลายครั้งแต่มักจะตายเมื่อเข้าเขตโทษ

มาร์คัส แรชฟอร์ด 8.5
ทำเกมรุกดีแถมยังซัดประตูสุดเหนือชั้น ฟอร์มช่วงนี้หยุดไม่อยู่จริงๆ ยิงในลีกเป็นเกมที่ 4 ติดต่อกัน

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

ฆวน มาต้า 6 (ลงมาแทน เจสซี่ ลินการ์ด นาทีที่ 75)
ลงมาช่วยครองบอลปิดเกมเป็นส่วนใหญ่

โรเมลู ลูกากู 6 (ลงมาแทน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล นาทีที่ 83)
ลงมาช่วยเกมรับได้ดีบางจังหวะ

มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน – (ลงมาแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด นาทีที่ 94)
ลงมาช่วงท้ายเกมแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ผีแดง ความสุขกลับมา : ผ่า 5 ประเด็น โซลชา นำทัพแมนยูพิฆาตสเปอร์ส

ผีแดง ความสุขกลับมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังคงทำให้แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผีแดง ความสุขกลับมา เต็มไปด้วยรอยยิ้มอีกเกม หลังสามารถนำทัพบุกปราบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 ที่สนามเวมบลีย์ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมสร้างสถิติเก็บชัยชะ 6 เกมรวดจากทุกรายการนับตั้งแต่กุมบังเหียน “ผีแดง”
สำหรับ 3 คะแนนในเกมนี้ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับ ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช ที่โชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟจนนับไม่ถ้วน รวมทั้งผลงานชั้นยอดจาก ปอล ป็อกบา ในการแอสซิสต์สุดแม่นยำให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ควงตะบึนซัดประตูโทนในช่วงท้ายครึ่งแรก

ผีแดง ความสุขกลับมา

แน่นอนว่าผลงานดีมีคุณภาพที่นำความสุขคืนสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทำให้เกิดคำถามขึ้นในหัวของบอร์ดบริหารแล้วว่า พวกเขาจะเพิกเฉยเกี่ยวกับการยื่นสัญญาถาวรให้กับ โซลชา ตามที่กระแสสาวก “เร้ด อาร์มี่” ต้องการ หรือจะทู่ซี้สรรหานายใหญ่คนใหม่หลังจบซีซั่นนี้ต่อไป

1. ศึกวัดกึ๋นสองกุนซือไฟแรง
นับตั้งแต่ที่ โชเซ่ มูรินโญ่ โดนปลดออกจากตำแหน่ง ข่าวลือที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากได้ตัว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ เข้ามากุมบังเหียนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ขนาด “ผีแดง” ตัดสินใจแต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามารับเผือกร้อน ข่าวกับ “พอช” ก็ไม่เคยสร่างซา

สำหรับตอนนี้ โซลชา ทำผลงานดีมีคุณภาพด้วยการคืนความสุขสู่ใบหน้าของสาวก “เร้ด อาร์มี่” ด้วยสถิติเริ่ดหรูอลังการชนะ 6 เกมรวดจากการเช่นทุกรายการ ซึ่งเป็นกุนซือคนแรกที่ทำได้ในหน้าประวัติศาสตร์ของ “ปีศาจแดง” งานนี้ทำให้บรรดาแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด เรียกร้องให้บอร์ดบริหารควรมอบสัญญาถาวรให้กับ “น้าโอเล่”

ผีแดง ความสุขกลับมา

 

นอกจากชัยชนะที่คว้ามาได้อย่างยอดเยี่ยมแล้ว กุนซือชาวนอร์เวย์ ยังได้นำปรัชญาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับคืนมาอีกครั้ง ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เห็นมานานนับตั้งแต่ที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือ นั่งจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ดาบิด เด เคอา โกล์ทีมชาติสเปน ยกย่อง โซลชา ว่า นำแมนฯ ยูไนเต็ดของแท้ ! กลับคืนมาอีกครั้ง ฉะนั้นตอนนี้บอร์ดบริหาร คงยากจะเพิกเฉยในเรื่องการมอบสัญญาถาวรให้ โซลชา

ในส่วนของ โปเช็ตติโน่ ต้องยอมรับว่าเป็นโค้ชที่เก่งฉกาจจริงๆ เพราะในครึ่งหลังเห็นได้ชัดว่าเขาเปลี่ยนแท็คติกจนทำให้ สเปอร์ส สร้างโอกาสได้บานเบอะ หากมองอย่างเป็นกลางถ้าเกมนี้ไม่มีนายทวารชื่อ “เด เคอา” สกอร์คงไม่จบที่ “ผีแดง” ชนะ 1-0 แน่นอน

2. แรชฟอร์ด ฟอร์มกระฉูด
นี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ระเบิดฟอร์มสุดยอดภายใต้การกุมบังเหียนของ โซลชา โดยความรวดเร็วของนักเตะสร้างปัญหาให้กับเกมรับของ สเปอร์ส อย่างต่อเนื่อง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตอนนี้ แรชฟอร์ด กำลังเต็มไปด้วยความมั่นใจในการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด

ผีแดง ความสุขกลับมา

โซลชา ตัดสินใจใช้งาน แรชฟอร์ด ในฐานะกองหน้าเต็มตัว ด้วยความว่องไวของนักเตะสามารถทำลายเกมรับของ “ไก่เดือยทอง” ได้ไม่ยากนัก โดยเฉพาะในจังหวะที่ได้ประตู ปอล ป็อกบา เปิดบอลยาวให้ แรชฟอร์ด ที่วิ่งควบกว่า 50 หลา เข้าไปกดประตูในช่วงท้ายครึ่งแรก

สำหรับตอนนี้ แรชฟอร์ด ซัดไปแล้ว 4 ประตูจาก 5 เกมนับตั้งแต่ที่ “น้าลูกอม” กุมบังเหียน ฉะนั้นการที่ โซลชา เลือกให้ แรชฟอร์ด เล่นกองหน้าแบบเต็มตัว ยิ่งทำให้นักเตะเต็มไปด้วยความมั่นใจ และกล้าแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา ซึ่งสิ่งนั้นแสดงให้เห็นจากผลงานตลอด 6 แมตช์ที่ผ่านมาแล้ว

3. เด เคอา โคตรซูเปอร์เซฟ
ดาบิด เด เคอา ยังคงเป็นผู้เล่นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขาดไม่ได้จริงๆ หลักฐานในเรื่องนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งในแมตช์ที่ดวลกับ สเปอร์ส โดยนายด่านทีมชาติสเปน โชว์เซฟเป็นพัลวันในครึ่งหลัง และทำให้ “ปีศาจแดง” คว้า 3 คะแนนสำคัญในแมตช์นี้

ไม่ว่าจะเป็นจังหวะจากการยิงของ แฮร์รี่ เคน ก่อนจะเป็นลูกโหม่งของ เดเล่ อัลลี่ รวมไปถึงความพยายามในการทำประตูของ คริสเตียน อีริคเซ่น และการโชว์ปฏิกิริยาสุดว่องไวในจังหวะการเซฟประตูจากการยิงของ โทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ รวมทั้งการเซฟแบบติดมือจากฟรีคิกของ เคน

ผีแดง ความสุขกลับมา
เมื่อมองจากสถิติในการป้องกันประตูแมตช์นี้ โกล์ชาวสแปนิช ป้องกันไปถึง 11 ครั้ง ซึ่งเป็นการเซฟประตูที่มากที่สุดในการลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก 1 แมตช์สำหรับฤดูกาลนี้ แต่ก่อนหน้านี้ เด เคอา เคยเซฟเยอะถึง 14 ครั้งมาแล้วในแมตช์เยือน อาร์เซน่อล เมื่อฤดูกาล 2017-18

ฉะนั้นคงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม อดีตนายทวาร “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ถึงได้รับเลือกเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมที่สนามเวมบลีย์

4. ป็อกบาฮอตไม่หยุด
ใครๆ ก็คิดว่าอนาคตของ ปอล ป็อกบา กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงจะจบสิ้นลงในยุคที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีส กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อนักเตะโดนดร็อปแบบไม่ได้ผุดได้เกิดนับตั้งแต่ที่มีปัญหาขัดแย้งกับ “เฮียมู”

ผีแดง ความสุขกลับมา

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ “เฮียมู” โดนเฉดหัวออกไป และ โซลชา ได้รับการแต่งตั้งคุมทีม เขาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจะสร้าง “ผีแดง” ด้วยการมี ป็อกบา เป็นแกนหลัก ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่พูด และ มิดฟิลด์แชมป์โลก ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อระเบิดฟอร์มสุดยอดมาตลอด 6 แมตช์ที่ผ่านมา

ตอนนี้ ป็อกบา กลับมามีรอยยิ้มแห่งความสุขอีกครั้ง แถมแมตช์ล่าสุดยังโชว์สายตาที่แสนเฉียบคม และการวางบอลที่สุดแม่นยำ ในจังหวะที่เปิดบอลให้ แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปทำประตูชัยในช่วงท้ายครึ่งแรก เห็นผลงานแบบนี้แล้วแฟนบอล “ผีแดง” มีแต่แฮปปี้

5. การเปลี่ยนตัวที่ฉลาดหลักแหลม
โซลชา ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักตั้งแต่เริ่มต้นครึ่งหลัง เพราะเขาคาดหวังว่าลูกทีมจะสามารถสร้างผลงานได้ดีเหมือนกับตอนครึ่งแรก อย่างไรก็ตาม สเปอร์ส สามารถไล่กดดัน “ผีแดง” ได้อย่างต่อเนื่อง และสร้างโอกาสในการทำประตูได้หลายครั้ง ทำให้เขาจำเป็นต้องมีการปรับแท็กติค

นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ เลือกที่จะส่ง โรเมลู ลูกากู ลงมาแทน อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และขยับ เจสซี่ ลินการ์ด ไปยืนทางขวา จากนั้นก็ให้ แรชฟอร์ด กลับไปประจำตำแหน่งปีกซ้าย โดยการที่ขยับนักเตะทั้งสองคนออกไปยืนทางกราบ ทำให้ทีมกลับมาเล่นได้อันตรายอีกครั้ง และเจ้าบ้านต้องเจอกับงานหนักในการจัดการปีกทั้งสองฝั่ง

ผีแดง ความสุขกลับมา

หลังจากนั้น โซลชา จัดการส่ง ดีโอโก้ ดาโลต์ ลงมาแทน ลินการ์ด ที่มีอาการล้า และดาวเตะชาวโปรตุกีส ก็เล่นทางริมเส้นฝั่งขวาได้ดีเยี่ยม ยังไม่หมดแค่นั้นในช่วงท้ายเกม เขาได้ส่ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ลงมาแทน ป็อกบา เพื่อเป็นการพักตัวดาวเตะแชมป์โลกซึ่งมีอาการล้า และได้ใบเหลืองติดตัวด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ซานเชซไม่ธรรมดา

ซานเชซไม่ธรรมดามีดีกว่าอาซาร์-ซาลาห์ แม้จะขาดแคลนการทำประตูให้ แมนยู

ซานเชซไม่ธรรมดา อเล็กซิส ซานเชซ หัวหอกชาวชิลี

ซานเชซไม่ธรรมดา แต่นักเตะควรจะได้รับเครดิตมากกว่าถูกด่า หลังจากสถิติระบุชัดเจนว่าเป็นผู้เล่นที่สร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมได้มากที่สุดประจำฤดูกาลปัจจุบัน
มีดีกว่ายิงประตู ! อเล็กซิส ซานเชซ สร้างโอกาสเหนือกว่า อาซาร์-ซาลาห์

อเล็กซิส ซานเชซ กองหน้าฟอร์มฝืด ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้รับเครดิตมากนักนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่จากสถิติล่าสุดทำให้ทุกๆ คนต้องตะลึงเพราะ หัวหอกทีมชาติชิลี เป็นผู้เล่นที่สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้มากที่สุดเหนือกว่า เอแด็น อาซาร์ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018-19

หัวหอกเจ้าของค่าเหนื่อย 500,000 ปอนด์ (ราว 21.5 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดนวิจารณ์อย่างหนักนับตั้งแต่โยกจาก อาร์เซน่อล มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อเดือนมกราคมปีก่อน โดยผลงานของเขาไม่เข้าตาสาวก “เร้ด อาร์มี่” เลยจนกระทั่งปัจจุบันนี้

ซานเชซไม่ธรรมดา

ซานเชซ ยิงแค่ประตูเดียวเท่านั้นในฤดูกาลปัจจุบัน ที่สำคัญยังมีปัญหาเรื่องสภาพความฟิต และมีปัญหาทะเลาะกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกส ในเวลานั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้มีหลายเสียงออกมาฟันธงว่าอนาคตของ กองหน้าวัย 30 ปี คงไม่มีอนาคตกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม จำนวนประตูไม่ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของ ซานเชซ เพราะมีการเปิดเผยว่า อดีตสตาร์ บาร์เซโลน่า และ อาร์เซน่อล ยังมีดีมากกว่าแค่การส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย และเขาควรจะได้รับเครดิตจากฟอร์มการเล่นแบบนี้มากกว่าก็โดนตำหนิติเตียนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

จากการเปิดเผยสถิติในการสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ซานเชซ เป็นอันดับ 1 โดยสามารถเอชนะ อาซาร์ จาก เชลซี และ ซาลาห์ ของ ลิเวอร์พูล ร่วมทั้งนักเตะชั้นนำอีกหลายๆ คนในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ซานเชซไม่ธรรมดา

ซานเชซ จัดส่งบอลแบบถวายพานสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมสังกัดในการทำประตูได้ 6 ครั้งกับการลงสนามเพียง 505 นาทีในการลงสนามให้กับ แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมากที่สุด 20 สมัย ในซีซั่นนี้ ซึ่งเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากับ 1.07 ต่อ 90 นาที

สำหรับอันดับ 2 เป็นของ ไรอัน เฟรเซอร์ ปีกจอมพลิ้วบอร์นมัธ ซึ่งสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมถึง 17 ครั้ง โดยนักเตะเลือดสกอตต์ ที่ยังไม่พลาดลงสนามในเกมลีกให้กับต้นสังกัดในซีซั่นนี้ จากการลงสนามทั้งหมด 1,676 นาที โดยค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0.91 ต่อ 90 นาที

ขณะที่ อาซาร์ ติดอันดับ 5 โดยสร้างโอกาสให้แข้ง “สิงโตน้ำเงินคราม” จำนวน 12 ครั้งจากการลงสนาม 1,585 นาที คิดเฉลี่ยแล้วประมาณ 0.68 ต่อ 90 นาที ในส่วนของ “โม ซาลาห์” ซึ่งตะบันไปแล้ว 13 ประตูในฤดูกาลนี้ สร้างโอกาสให้แข้ง “หงส์แดง” 13 ครั้งจากการเล่น 1,759 นาที คิดเฉลี่ยเท่ากับ 0.67 ต่อ 90 นาที รั้งอันดับ 6

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th