เรื่อง

หงส์แดง

หงส์เจ๋งในรัง ลิเวอร์พูล VS บาร์เซโลน่า

หงส์แดง ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดรัง แอนฟิลด์ ทำศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองฯ นัดสอง กับ บาร์เซโลน่า วันอังคารที่ 7 พฤษภาคมนี้ ซึ่งนอกจากความสามารถของตัวเองแล้ว คงต้องหวังพึ่งปาฏิหาริย์ด้วย หากต้องการพลิกสถานการณ์เป็นฝ่ายเข้าสู่รอบชิงฯ เพราะเกมแรกดันบุกไปพ่ายยับที่ คัมป์ นู 0-3

แถมเกมนี้ไม่มีสองกองหน้าตัวเก่งอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ด้วย ดูแล้วเหนื่อยใจแทน “หงส์แดง” แต่ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ และนี่คือเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจสำหรับเกมนี้
ลิเวอร์พูล ลุ้นเป็นทีมที่ “สาม”ในประวัติศาสตร์ถ้วย ยูโรเปี้ยน คัพ / แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อจาก พานาธิไนกอส

(1970/71) และ บาร์เซโลน่า (1985/86) ที่สามารถพลิกเป็นฝ่ายเข้าสู่รอบชิงฯ ได้ หลังจากที่แพ้ถึงสามลูกในเกมรอบรองฯ นัดแรก

ที่ผ่านมามีแค่ “สาม” ทีมเท่านั้น ที่พลิกตกรอบน็อกเอาต์ แชมเปี้ยนส์ ลีก

โดยที่เกมแรกชนะคู่แข่งขาดลอยระดับสามประตูหรือมากกว่าได้ก่อน ซึ่งครั้งล่าสุดก็คือ บาร์เซโลน่า ที่พลิกตกรอบก่อนรองฯ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทั้งที่เกมแรกเปิดบ้านต้อน อาแอส โรม่า 4-1 แต่นัดสองกลับออกไปพ่าย 0-3 ทำให้ บาร์ซ่า ตกรอบตามกฏประตูทีมเยือน

หงส์แดง

บาร์เซโลน่า ชนะทั้ง “สอง” ครั้งในการบุกมาเยือน ลิเวอร์พูล ที่ แอนฟิลด์ ในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยชนะ 3-1 เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2001 และชนะ 1-0 เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2007

ทำให้พวกเขาเป็นเพียงทีมเดียวที่บุกมาเก็บชัยที่ แอนฟิลด์ ได้มากกว่าหนึ่งครั้งในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก

ในการแข่งขันถ้วยยุโรปทุกรายการ ลิเวอร์พูล แพ้แค่ “หนเดียว” เท่านั้น จาก 18 เกมที่ลงเตะรอบรองฯ ในบ้านตัวเอง (ชนะ 14 เสมอ 3) โดยครั้งเดียวที่ปราชัยคือการพ่าย ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-1 ในถ้วย แฟร์ส คัพ เมื่อฤดูกาล 1970/71

ฤดูกาลนี้ บาร์เซโลน่า บุกมาเอาชนะทีมอังกฤษได้แล้ว “สอง” ครั้งในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งนั่นก็คือการอัด ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 4-2 และเชือด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ทว่าที่ผ่านมาไม่มีทีมไหนที่สามารถบุกพิชิตทีมอังกฤษได้ถึง “สาม” ครั้งภายในฤดูกาลเดียว

ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ในบ้านตัวเอง (รวมทุกรายการ) มา 19 เกมติด (ชนะ 16 เสมอ 3) ซึ่งที่ผ่านมาในยุคกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีแค่ “ครั้งเดียว” เท่านั้น ที่ไร้พ่ายที่ แอนฟิลด์ ยาวนานกว่า นั่นคือ 25 เกม ช่วงระหว่างเดือนมกราคม ปี 2016 ถึง มกราคม ปี 2017

หงส์แดง

หลังจากที่ ลิโอเนล เมสซี่ ทำประตูได้ในเกมเลกแรก ทำให้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นคู่แข่งรายที่ 32 ที่ เมสซี่ ยิงได้ในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งมีแค่ ราอูล กอนซาเลซ ตำนานหัวหอก เรอัล มาดริด เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ทำได้มากกว่า (33 ทีม)

ลิเวอร์พูล ไม่เสียประตูเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ แอนฟิลด์ มา 367 นาที

นับตั้งแต่ที่โดน คีลิยัน เอ็มบัปเป้ หัวหอก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

ยิงเมื่อเดือนกันยายน ปีก่อน ทว่าที่ผ่านมา “ลิเวอร์” ไม่เคยเก็บคลีนชีตเกม ยูโรเปี้ยน คัพ / แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่บ้านตัวเองได้ 5 นัดติดมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 1984

บาร์เซโลน่า เก็บชัยได้แค่ 5 จาก 18 เกมเยือนหลังสุดในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ (เสมอ 4 แพ้ 9) แต่ 4 จาก 5 ครั้งดังกล่าว เป็นการบุกมาอัดทีมอังกฤษ (2 ครั้งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, 1 ครั้งกับ อาร์เซน่อล และ 1 ครั้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) ส่วนอีกครั้งเป็นการบุกสอย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อเดือนเมษายน ปี 2015

 

หงส์แดงฤดูกาลนี้ เมสซี่ กดประตูในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว 12 ลูก ซึ่งน้อยกว่าฤดูกาลที่ทำได้เยอะสุดแค่ 2 ลูกเท่านั้น (14 ประตูในซีซั่น 2011/12)

เมสซี่ ทำประตูใส่ทีมอังกฤษไปแล้ว 26 ลูก ซึ่งมากกว่าทุกคนในประวัติศาสตร์รายการนี้ และถ้านับเฉพาะฤดูกาลนี้ เจ้าตัวยิงทีมจากเมืองผู้ดีไปแล้ว 6 ตุง

ดาวดังทั้งนั้น

ดาวดังทั้งนั้น!ฟาเบรกาสจัดทัพ11ยอดแข้งที่เคยเล่นด้วย

ดาวดังทั้งนั้น เชส ฟาเบรกาส กองกลางดาวดังชาวสแปนิชของ อาแอส โมนาโก ได้ทำการจัดทีมในฝันของตัวเอง

ดาวดังทั้งนั้น ด้วย 11 นักเตะที่เจ้าตัวเคยร่วมงานด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่า ส่วนใหญ่มาจากสมัยค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล, บาร์เซโลน่า และ เชลซี … ไปดูกันเลยว่า ทีมของ “เจ้าเชส” เจ๋งและเทพแค่ไหน (ระบบ : 4-4-2)
– ผู้รักษาประตู : อีเกร์ กาซียาส
แม้ไม่เคยร่วมงานกันในระดับสโมสร แต่ ฟาเบรกาส กับ กาซียาส ประสบความสำเร็จด้วยกันอย่างมากมายในการเล่นให้ทีมชาติสเปน โดยเฉพาะการได้แชมป์โลก 1 สมัย และแชมป์ยุโรป 2 สมัย

ดาวดังทั้งนั้น

– แนวรับ : ดานี่ อัลเวส, เคราร์ด ปีเก้, จอห์น เทอร์รี่ และ จอร์ดี้ อัลบา ฟาเบรกาส เลือกนักเตะที่เคยร่วมงานด้วยที่ บาร์เซโลน่า มาติดทีมถึง 3 ราย โดย อัลเวส ประจำการแบ็กขวา, ปีเก้ ยืนเป็นปราการหลังตัวกลาง และ อัลบา เล่นเป็นแบ็กซ้าย ส่วนเซนเตอร์แบ็กที่เหลืออีกหนึ่งโควตาถูกยกให้ เทอร์รี่ อดีตกัปตันทีม “สิงห์บลูส์”

ดาวดังทั้งนั้น

– คู่มิดฟิลด์ : ปาทริค วิเอร่า และ อันเดรส อิเนียสต้า ฟาเบรกาส ยกหนึ่งตำแหน่งให้กับอดีตกัปตันทีมผู้ยิ่งใหญ่ของ อาร์เซน่อล อย่าง วิเอร่า ส่วนอีกคนตกเป็นของ อิเนียสต้า ที่เจ้าตัวเคยร่วมงานด้วยทั้งตอนเล่นให้ บาร์เซโลน่า และ ทีมชาติสเปน

ดาวดังทั้งนั้น

– ปีกสองข้าง : ลิโอเนล เมสซี่ และ เอแด็น อาซาร์ ฟาเบรกาส ไม่พลาดที่จะเลือก เมสซี่ อยู่ในทีม โดยให้ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ประจำการในตำแหน่งปีกขวา และแน่นอนว่า อาซาร์ ที่เจ้าตัวเคยร่วมงานด้วยในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ลากเลื้อยตรงริมเส้นฝั่งซ้าย

ดาวดังทั้งนั้น

– คู่กองหน้า : ดีเอโก้ คอสต้า และ เธียร์รี่ อองรี ถือว่าเซอร์ไพรส์ทีเดียวที่ ฟาเบรกาส เลือก คอสต้า มาติดทีม ส่วนอีกคนแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า เป็น อองรี หลังจากที่เคยเล่นด้วยกันในทีม “ไอ้ปืนใหญ่”

ดาวดังทั้งนั้น

… เชื่อเหลือเกินว่า ฟาเบรกาส คงจะตัดสินใจลำบากไม่น้อยในการเลือกนักเตะมาติดทีมชุดนี้ เพราะขนาดยอดแข้งที่เจ้าตัวเคยเล่นด้วยอย่าง เดนนิส เบิร์กแคมป์, โรแบร์ ปิแรส, การ์เลส ปูโยล, ดาบิด บีย่า, ชาบี, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, แอชลี่ย์ โคล รวมถึง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ยังไม่ติดโผเลย …

ภาพประกอบ : dailymail.co.uk

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.siamsport.co.th

แมนยูไหวรึเปล่า

แมนยูไหวรึเปล่า?ซูเปอร์คอมฯฟันธงผลการแข่งขันรอบ8ทีมชปล.

แมนยูไหวรึเปล่า เว็บไซต์ “ทอล์คสปอร์ตดอตคอม” (talksport.com) ได้นำซูเปอร์คอมพิวเตอร์ มาทำนายผลการแข่งขันศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

แมนยูไหวรึเปล่า รอบก่อนรองชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2018-19 เรียบร้อย หลังจากที่ทราบผลการประกบคู่ เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา
แน่นอนว่า คู่เอกประจำรอบนี้หนีไม่พ้นคู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ บาร์เซโลน่า ขณะที่ ลิเวอร์พูล เจองานไม่หนักมาก เมื่อได้ ปอร์โต้ มาเป็นคู่แข่ง ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต้องเปิดศึกสายเลือดกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้าน ยูเวนตุส จ่าฝูง กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ถูกจับไปชนกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ยอดทีมแดนกังหันลม ที่โค่นแชมป์เก่าอย่าง เรอัล มาดริด มาได้ในรอบที่แล้ว

นอกจากรอบก่อนรองฯ แล้ว ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของ talksport.com ยังทำนายผลยาวไปจนถึงคู่ชิงชนะเลิศด้วย แต่จะแม่นยำแค่ไหนนั้น ลองไปดูกัน

*รอบก่อนรองชนะเลิศ* อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม VS ยูเวนตุส

– นัดแรก : อาแจ็กซ์ 1-1 ยูเวนตุส

– นัดสอง : ยูเวนตุส 2-0 อาแจ็กซ์

* สรุป : ยูเวนตุส เข้ารอบด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-1

แมนยูไหวรึเปล่า

ลิเวอร์พูล VS ปอร์โต้

– นัดแรก : ลิเวอร์พูล 3-0 ปอร์โต้

– นัดสอง : ปอร์โต้ 1-2 ลิเวอร์พูล

* สรุป : ลิเวอร์พูล เข้ารอบด้วยสกอร์รวมสองนัด 5-1

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ VS แมนเชสเตอร์ ซิตี้

– นัดแรก : สเปอร์ส 1-1 แมนฯ ซิตี้

– นัดสอง : แมนฯ ซิตี้ 3-1 สเปอร์ส

* สรุป : แมนฯ ซิตี้ เข้ารอบด้วยสกอร์รวมสองนัด 4-2

แมนยูไหวรึเปล่า

บาร์เซโลน่า VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

– นัดแรก : บาร์เซโลน่า 2-1 แมนฯ ยูไนเต็ด

– นัดสอง : แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 บาร์เซโลน่า

* สรุป : บาร์เซโลน่า เข้ารอบด้วยสกอร์รวมสองนัด 4-2

(*หมายเหตุ* : สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้มีการสับเปลี่ยนโปรแกรมให้ “ปีศาจแดง” เตะเกมแรกที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อการรักษาความปลอดภัยในเมืองแมนเชสเตอร์)

*รอบรองชนะเลิศ* แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS ยูเวนตุส

– นัดแรก : แมนฯ ซิตี้ 1-1 ยูเวนตุส

– นัดสอง : ยูเวนตุส 2-1 แมนฯ ซิตี้

* สรุป : ยูเวนตุส เข้ารอบด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-2

แมนยูไหวรึเปล่า

บาร์เซโลน่า VS ลิเวอร์พูล

– นัดแรก : บาร์เซโลน่า 2-1 ลิเวอร์พูล

– นัดสอง : ลิเวอร์พูล 2-2 บาร์เซโลน่า

* สรุป : บาร์เซโลน่า เข้ารอบด้วยสกอร์รวมสองนัด 4-3 *รอบชิงชนะเลิศ* – ยูเวนตุส ชนะ บาร์เซโลน่า 2-1

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.siamsport.co.th

โกปาฯเดือด

โกปาฯเดือด! “เอล กลาซิโก้” ยกสอง-เรอัลมาดริดบู๊บาร์ซ่า เบนซ์วัดคมเมสซี่

โกปาฯเดือด ศึก โกปา เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศ นัดสอง กลับมาชี้ชะตาที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว อีกนัด

โกปาฯเดือด หลังเกมแรกที่คัมป์ นู “ราชันชุดขาว” บุกไปเสมอกับบาร์เซโลน่า มาแบบสนุก 1-1 เกมนี้ เรอัล มาดริด เต็มสูบ คาริม เบนเซม่า และแกเร็ธ เบล หวังผ่านบาร์เซโลน่าที่แนวรุกมาสุดโหด ลิโอเนล เมสซี่ และหลุยส์ ซัวเรซ พร้อมล่าตาข่าย พลาดไม่ได้ “เอล กลาซิโก้” เวอร์ชั่นบอลถ้วยสเปน คืนวันพุธที่ 27 กุมถาพันธ์ นี้ เวลา 03.00 น.
ปรีวิวโกปา เดล เรย์ สเปน
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562
รอบรองชนะเลิศ นัดสอง
เรอัล มาดริด (ลา ลีกา) – บาร์เซโลน่า (ลา ลีกา)
เวลา 03.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)

สนาม : เอสตาดิโอ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว/ (ผลนัดแรก เสมอ 1-1)

ซานติอาโก้ โซลารี่ นายใหญ่ราชันชุดขาว ซึ่งพาทีมชนะมาหวุดหวิดในเกมลีกล่าสุด จะขาดแค่ มาร์กอส ยอร์เรนเต้ มิดฟิลด์ตัวรับเพียงรายเดียวที่บาดเจ็บ ส่วนอีสโก้นั้นฟิตสมบูรณ์จากอาการเจ็บหลังพร้อมกลับมาเป็นตัวเลือกแล้ว แม้ว่าโอกาสถูกเลือกใช้งานมีน้อยมากก็ตาม

แผงหลังเชื่อว่ามาร์เซโล่จะกลับมาเป็นตัวจริงในตำแหน่งแบ็กซ้ายแทน เซร์คิโอ เรกีลอน หลังถูกดร็อปในเกมลีกานัดล่าสุด เพราะมีข่าวโยงเรื่องย้ายทีมมาตลอด

ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟจะเป็น เซร์คิโอ รามอส ยืนร่วมกับ ราฟาแอล วาราน แบ็กขวา ดานี่ การ์บาฆาล แดนกลางไม่มีปัญหา โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช และ เอ็นริเก้ คาเซมีโร่ จะลงทำเกมร่วมกัน

ตัวรุกสามประสาน คาริม เบนเซม่า กับ ลูกัส บาซเกซ จะลงเล่นเป็นตัวจริง ส่วนอีกตำแหน่ง แกเร็ธ เบล น่าจะเบียด วินิซิอุส จูเนียร์ ลงสนาม แม้หัวหอกเวลส์จะเพิ่งมีดราม่าเรื่องการแสดงความไม่พอใจในเกมกับเลบันเต้ก็ตาม

โกปาฯเดือด

ด้าน เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซทือเจ้าบุญทุ่มยังคงทำผลงานได้มาตรฐานต่อเนื่องนำเป็นจ่าฝูงของลา ลีกาในเวลานี้ แต่ต้องรอเช็กความฟิตของ เกลม็อง ล็องเล่ต์ แต่ไม่ปัญหาเพราะ ซามูแอล อุมติตี้ พร้อมลงสนามในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟอยู่แล้ว

ส่วนในรายของ โธมัส แฟร์มาเล่น, อาร์ตู เมโล่ ล่าสุดกลับมาลงซ้อมได้แล้ว แต่เชื่อว่าเต็มที่ก็น่าจะเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น ส่วน เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น กับราฟินญ่ายังต้องพักยาวต่อไป

แนวรับถ้าล็องเล่ต์ไม่ไหวอุมติตี้จะลงยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับ เคราร์ด ปีเก้ แบ็กซ้ายเป็น จอร์ดี้ อัลบา ส่วนฝั่งขวาใช้ เนลสัน เซเมโด้ แดนกลางจะปรับมาใช้ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ลงเล่นร่วมกับ อิวาน ราคิติช และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เกมรุกใช้ ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ เป็นแกนหลัก ส่วนอีกตำแหน่งเชื่อว่า อุสมาน เดมเบเล่ จะเบียด ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลงเป็นตัวจริง

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-3) : เกย์ลอร์ นาวาส-ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่-ลูก้า โมดริช, เอ็นริเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส-ลูกัส บาซเกซ, คาริม เบนเซม่า, แกเร็ธ เบล (วินิซิอุส จูเนียร์)

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก อันเดร แทร์ ชเตเก้น-เนลสัน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูแอล อุมติตี้ (เกลม็อง ล็องเล่ต์), จอร์ดี้ อัลบา-อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เซร์จี้ โรเบร์โต้-ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อุสมาน เดมเบเล่

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

บัลเบร์เด้

บัลเบร์เด้ กุนซือ หวังคว้าชัยฉลองคุมบาร์เซโลน่า100นัด

บัลเบร์เด้ กุนซือ บาร์เซโลน่า หวังฉลองการคุมทีมครบ 100 นัด ด้วยการบุกสอย เรอัล มาดริด

ในศึก โกปา เดล เรย์ รอบตัดเชือก เลกสอง วันพุธนี้ มั่นใจเป็นเกมที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับแฟนบอลแน่นอน
เอร์เนสโต้ เฮดโค้ชชาวสแปนิชของ บาร์เซโลน่า เปิดเผยว่า ตนตั้งเป้าที่จะพาทีมบุกไปเอาชนะ เรอัล มาดริด ทีมคู่ปรับตลอดกาล ให้ได้ สำหรับศึก โกปา เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศ นัดสอง วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะถือเป็นการคุมทีม บาร์ซ่า นัดที่ 100 ด้วย

บัลเบร์เด้

ทั้งนี้ เข้ารับตำแหน่งกุนซือ บาร์เซโลน่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 และพายอดทีมแห่งแคว้นกาตาลุนญ่าคว้าแชมป์ ลา ลีกา สเปน และ โกปา เดล เรย์ ได้ทันทีตั้งแต่ฤดูกาลแรก โดยสถิติการคุมทีม 99 นัดที่ผ่านมานั้น พาทีมชนะ 67 เสมอ 23 แพ้ 9 ทำได้ 238 ประตู เสีย 80 ประตู

“ผมอยากชนะ ผมไม่ปฏิเสธเลยในเรื่องนี้ จริงๆ แล้วผมไม่รู้เลย (คุมทีมครบ 100 นัด) แต่นี่คือเกมที่สำคัญมากสำหรับเรา เพราะเป็นเกมรอบรองชนะเลิศ, เป็นเกม เอล กลาซิโก ด้วย

ซึ่งเราก็อยากจะผ่านเข้าสู่รอบชิงฯ ให้ได้ แน่นอนว่า มันจะเป็นเกมที่ยากและเป็นเกมที่เปิด เรารู้ดีถึงศักยภาพทีมคู่แข่ง ผมมั่นใจเลยว่า มันจะเป็นเกมที่น่าดูสำหรับแฟนบอล” กุนซือวัย 55 ปี กล่าว

โดยเกมแรก บาร์เซโลน่า เปิดบ้านเสมอ เรอัล มาดริด 1-1 เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

นี่ก็เก่งเกิ๊น

นี่ก็เก่งเกิ๊น ! ลิโอเนล เมสซี่ดาวยิงซุปตาร์ ทำสถิติสุดโหดหลังกด3ตุง

นี่ก็เก่งเกิ๊น ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงซุปตาร์ บาร์เซโลน่า ทำสถิติแบบเทพๆ อีกครั้ง

นี่ก็เก่งเกิ๊น ล่าสุดกดแฮตทริกหนที่ 50 ให้กับตัวเอง หลังช่วยทีมบุกไปกระซวก เซบีย่า 4-2 แต่หากนับเฉพาะใน ลา ลีกา มีสถิติเป็นรองแค่คนๆ นั้นรายเดีย
ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า ทำแฮตทริกที่ 50 ในอาชีพการเล่นฟุตบอล หลังจากที่เหมายิง 3 ประตูช่วยต้นสังกัดบุกไปพิชิต เซบีย่า 4-2 ในศึก ลา ลีกา สเปน ที่สนาม รามอน ซานเชซ ปิซฆวน เมื่อวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นี่ก็เก่งเกิ๊น

สำหรับการทำแฮตทริก 50 ครั้งของ เมสซี่ นั้น แบ่งเป็นทำกับ บาร์เซโลน่า 44 ครั้ง ส่วนอีก 6 ครั้งเกิดขึ้นในการเล่นให้กับทีมชาติอาร์เจนตินา และถ้าหากนับเฉพาะในศึก ลา ลีกา

นี่คือแฮตทริกที่ 32 ของเจ้าตัว ซึ่งถือว่ามากสุดอันดับสองในประวัติศาสตร์ ต่อจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้

อดีตยอดดาวยิง เรอัล มาดริด (ปัจจุบันอยู่กับ ยูเวนตุส) ที่ทำไป 34 ครั้ง ทั้งนี้ แฮตทริก 44 ครั้งของ เมสซี่ ที่ทำให้กับ บาร์ซ่า

แบ่งเป็นใน ลา ลีกา 32 ครั้ง, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 8 ครั้ง, โกปา เดล เรย์ 3 ครั้ง และ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ 1 ครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

เมสซี่แฮตทริก

เมสซี่แฮตทริก! บาร์ซ่าหวด3เม็ดครึ่งหลังบุกดับเซบีย่า นำฝูงโด่ง

เมสซี่แฮตทริก “เจ้าบุญทุ่ม” แม้ครึ่งเวลาแรกจะเป็นฝ่ายตามหลัง

เมสซี่แฮตทริก เซบีย่า แต่มางัดฟอร์มสุดยอดในครึ่งเวลาหลังด้วยการตะบัน 3 เม็ดรวดพลิกแซงเอาชนะเจ้าถิ่นได้อย่างสุดยอด 4-2 แถมเกมนี้ ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมบาร์ซ่าโชว์แฮตทริกรั้งดาวซัลโวที่ 25 ประตู และเป็นแฮตทริกที่ 50 ในชีวิตการค้าแข้ง พร้อมพาทีมนำจ่าฝูงต่อไปมี 57 คะแนนหนีรองฝูง แอต.มาดริด 10 แต้ม แต่แข่งมากกว่าหนึ่งนัด ในศึกบิ๊กแมตช์ ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
สนาม : รามอน ซานเชซ ปิซฆวน

บาร์เซโลน่า ทีมจ่าฝูงของลีกวาง ลีโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ในแนวรุก ด้าน เซบีย่า มี วิสซาม เบน เยแดร์ ลงล่าตาข่าย

เกมช่วงแรกยังค่อนข้างสูสี กระทั่งเล่นมาถึงนาทีที่ 22 กลับเป็น เซบีย่า ที่ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะสวนกลับ วิสซาม เบน เยแดร์ ลากจี้ขึ้นมาก่อนไหลเข้าเขตโทษฝั่งขวาให้ เฆซุส นาบาส สอดมายิงเรียดเสียบไกลไม่เหลือ

อย่างไรก็ตาม อีก 4 นาทีถัดมา บาร์ซ่า ก็ตามเอาคืน 1-1 ได้ เมื่อ อีวาน ราคิติช ได้บอลทางกราบซ้ายก่อนตั้งป้อมโยนเข้ากลางให้ ลีโอเนล เมสซี่ เอี้ยวตัววอลเลย์ด้วยซ้ายแบบไม่จับส่งบอลเข้าประตูไปอย่างสุดงาม

เกมของทั้งสองทีมเปิดแลกกันสนุก และนาทีที่ 42 เจ้าบ้านก็ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 เมื่อ ปาโบล ซาราเบีย ทะลุมาสุดเส้นหลังฝั่งขวาแล้วตวัดกลับไปหน้าประตูให้ กาเบรียล เมร์กาโด้ แปด้วยขวาตุงตาข่ายไม่เหลือ และหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ในครึ่งหลัง ทีมเยือนเดินหน้าบุกหนัก และมีโอกาสจากทั้ง อุสมาน เดมเบเล่ และ เมสซี่ แต่ก็ยิงทิ้งยิงขว้างกันไปเอง

นาทีที่ 67 บาร์เซโลน่า ตามตีเสมอ 2-2 เมื่อ โทมัส วิชลิค เตะบอลออกมาจากหน้าปากประตูไม่ดีไปเข้าทางนักเตะทีมเยือน ก่อนที่จะไปถึง เดมเบเล่ ทางด้านขวาแล้วไหลมาตรงกลางให้ เมสซี่ จับก่อนยิงด้วยขวาในเขตโทษส่งบอลโด่งเสียบสามเหลี่ยมบนเข้าไปเลย

ไม่แค่นั้น นาทีที่ 85 กลายเป็น บาร์ซ่า ที่มาพลิกแซงนำ 3-2 อีก จากจังหวะที่ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ไหลจากทางขวามาหน้าเขตโทษให้ การ์เลส อาเลนญ่า ยิงด้วยซ้ายไปแฉลบแนวรับเจ้าบ้านมาเข้าทางปืน เมสซี่ ยกบอลข้ามตัว วัชลิค อย่างเหนือชั้น และเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้

เมสซี่แฮตทริก

ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 3 ทีมเยือนมาตอกฝาโลงอีก เมื่อ เมสซี่ ดีดทะลุไปให้ หลุยส์ ซัวเรซ หลุดเดี่ยวไปกระดกข้ามหัว วัชลิค ตุงตาข่าย จบเกม บาร์เซโลน่า บุกชนะ เซบีย่า 4-2 ทิ้งห่าง แอต. มาดริด รองจ่าฝูง 10 แต้ม

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เซบีย่า : โทมัส วัชลิค, กาเบรียล เมร์กาโด้ (ฟรังโก วาซเกซ น.51), ซิมอน เคียร์, เซร์จี้ โกเมซ, มักซิมิเลี่ยน เวอเบอร์ (อิบราฮิม อมาดู น.58), เฆซุส นาบาส, เอเวร์ บาเนก้า, มาร์โก ร็อก (โรเก้ เมซ่า น.62), ควินซี่ โปรเมส, ปาโบล ซาราเบีย, วิสซาม เบน เยแดร์

บาร์เซโลน่า : มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น, เนลซอน เซเมโด้ (เซร์จี้ โรเบร์โต้ น.45), เคราร์ด ปิเก้, ซามูแอล อูมติตี้, จอร์ดี้ อัลบา, อาร์ตูโร่ วิดาล (อุสมาน เดมเบเล่ น.45), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อีวาน ราคิติช, ลีโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (การ์เลส อาเลนญ่า น.79)

ผู้ตัดสิน : อันโตนิโอ มาเตว ลาโอซ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

หงส์ยังแกร่งที่แอนฟิลด์

หงส์ยังแกร่งที่แอนฟิลด์! สถิติน่าสนใจศึก ชปล. ในคืนที่ไร้สกอร์

หงส์ยังแกร่งที่แอนฟิลด์ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมคืนสุดท้ายของเลกแรกจบลงด้วยผลเสมอแบบไร้สกอร์ทั้งสองคู่

หงส์ยังแกร่งที่แอนฟิลด์ ทั้งที่ทั้งสองสนามมีโอกาสมากมายที่จะสอยตาข่ายแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถผลิตสกอร์กันได้ อย่างไรก็ตามยังมีสถิติที่น่าสนใจเกิดขึ้นโดยเฉพาะที่สนาม แอนฟิลด์ เราไปดูกันทีละคู่เลย
หงส์ยังแกร่งที่แอนฟิลด์! สถิติน่าสนใจศึก ชปล. ในคืนที่ไร้สกอร์
โอลิมปิก ลียง 0-0 บาร์เซโลน่า

1 – นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 15 มีนาคม ปี 2016 ที่สองเกมในรอบน็อคเอ้าท์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จบลงด้วยผล 0-0

0 – ลียง ยิงไม่ตรงกรอบเลยในครึ่งหลัง และมีโอกาครอสบอลแค่ 2 ครั้งตลอดทั้งเกม

6 – ลียง เสมอเป็นเกมที่ 6 ติดต่อกันให้แล้วใน ชปล. ซึ่งเท่ากับสถิติเสมอสูงสุดในหนึ่งฤดูกาลที่ เออีเค เอเธนส์ (2002/03) และเรนเจอร์ส (2005/06) ทำได้

7 – ลียง ยังคงไม่สามารถเอาชนะ บาร์เซโลน่า ในการเจอกันทั้งหมด 7 ครั้งในแชมเปี้ยนส์ลีก (เสมอ 3 แพ้ 4)

หงส์ยังแกร่งที่แอนฟิลด์

6 – บาร์เซโลน่า ยังไร้ชัยชนะเป็นเกมที่ 6 ติดต่อกันแล้วในเกมเยือนรอบน็อคเอ้าท์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก (เสมอ 2 แพ้ 4) แถมยิงประตูไม่ได้ถึง 5 เกม

7 – เคราร์ด ปีเก้ กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 7 ที่ลงเล่นให้กับ บาร์ซ่า ในแชมเปี้ยนส์ลีก แตะหลัก 100 นัด (ชาบี เอร์นานเดซ, ลีโอเนล เมสซี่, อันเดรียส อิเนสต้า, การ์เลส ปูโยล , บิคตอร์ บัลเดส และเซร์คิโอ บุสเก็ตส์)

9 – ลีโอเนล เมสซี่ มีโอกาสยิงประตูมากถึง 9 ครั้งในเกมนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสยิงประตูที่มากที่สุดในหนึ่งเกมที่ไม่สามารถยิงประตูได้ของ ชปล. ฤดูกาลนี้

24 – เมื่อถึงนาทีที่ 22 ของเกมนี้ก็ทำให้ หลุยซ์ ซัวเรซ ยิงประตูเกมเยือนในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกไม่ได้มาเป็นเวลาครบ 24 ชั่วโมงพอดี (1440 นาที) ครั้งสุดท้ายที่ยิงได้เกิดขึ้นในการเยือน โรม่า เมื่อเดือนกันยายน ปี 2015

หงส์ยังแกร่งที่แอนฟิลด์

ลิเวอร์พูล 0-0 บาเยิร์น มิวนิค

0 – สามครั้งล่าสุดที่ บาเยิร์น มิวนิค มาเยือน แอนฟิลด์ ในรายการฟุตบอลยุโรปจบลงด้วยสกอร์ 0-0 ทั้งหมด ซึ่งก็ทำให้ เสือใต้ ยังไม่สามารถเจาะตาข่าย ลิเวอร์พูล ได้เลยทั้งหมด 4 ครั้งที่มาเยือน

0 – เป็นครั้งแรกที่ เสือใต้ ยิงไม่เข้ากรอบเลยสักครั้งใน แชมเปี้ยนส์ ลีก นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2015 ซึ่งคือเกมรอบรองชนะเลิศกับ บาร์เซโลน่า

3 – บาเยิร์น มิวนิค ยังเป็นหนึ่งในสามทีมที่ยังไร้พ่ายในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ (เล่น 7 เกม ชนะ 4 เสมอ 3 แพ้ 0) อีกสองทีมคือ โอลิมปิก ลียง และบาร์เซโลน่า

9 – บาเยิร์น ยังไร้พ่ายในฐานะทีมเยือนเป็นเกมที่ 9 ติดต่อกัน (ชนะ 6 เสมอ 3) ถือเป็นสถิติที่นานที่สุดที่พวกเขาทำได้ในรายการนี้

หงส์ยังแกร่งที่แอนฟิลด์

2 – นี่ถือเป็นครั้งที่สองที่ หงส์แดง เสมอ 0-0 กับคู่แข่งทีมเดิมติดต่อกันถึง 3 ครั้งที่แอนฟิลด์ ในทุกรายการ ซึ่งเคยเกิดขึ้นกับ สเปอร์ส ในช่วงเดือน ตุลาคม 1969 ถึง ธันวาคม 1971 (เสมอแบบไร้สกอร์ 4 นัดติดต่อกัน)

8 – อลิสซง เก็บคลีนชีทในบ้านได้เป็นนัดที่ 8 จาก 10 เกมที่ลงเล่นใน ชปล. นับตั้งแต่เปิดซีซั่นที่แล้ว (5 คลีนชีทให้ โรม่า, 3 คลีนชีทให้ ลิเวอร์พูล)

20 – ลิเวอร์พูล ยังไร้พ่ายที่แอนฟิลด์เป็นเกมที่ 20 ในฟุตบอลยุโรปทุกรายการ (ชนะ 14 เสมอ 6) และนี่ถือเป็นครั้งที่ 11 จาก 20 นัดที่เก็บคลีนชีทได้

30 – เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เจอกับ บาเยิร์น มิวนิค เป็นครั้งที่ 30 ตลอดอาชีพกุนซือของเขาซึ่งเป็นคู่แข่งที่เจอกันมากที่สุดแล้ว แต่เป็นครั้งแรกที่เสมอ 0-0

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

เจาะไม่เข้า

เจาะไม่เข้า! บาร์ซ่าเซ็งบุกเจ๊าลียงไร้สกอร์เกมแรกศึกชปล.

เจาะไม่เข้า “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ต้องผิดหวังกับผลการแข่งขันไม่น้อย

เจาะไม่เข้า หลังทำได้เพียงบุกเสมอ โอลิมปิก ลียง 0-0 ทั้งที่มีโอกาสใส่สกอร์มากมายกว่า 20 ครั้ง ต้องไปลุ้นยกสองที่สนาม คัมป์ นู วันที่ 13 มีนาคม นี้ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก) คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : กรูปามา สเตเดี้ยม

โอลิมปิก ลียง ทีมอันดับ 3 ลีก เอิง ฝรั่งเศส จะเปิด โอแอล สตาเดี้ยม, เดซีนส์ รับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า จ่าฝูงลา ลีกา สเปน ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก

”โอแอล” คว้าตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มเอฟ ในการเล่นรอบแบ่งกลุ่ม จนผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วน บาร์ซ่า เป็นแชมป์กลุ่มบี

ด้าน เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เทรนเนอร์ชาวสเปนของบาร์เซโลน่าวัย 55 ปี นำทีมลงเล่นล่าสุด เปิดคัมป์ นู ชนะ บายาโดลิด 1-0 ในลา ลีกา สเปน นัดที่ 24 เมื่อคืนวันเสาร์ 16 กุมภาพันธ์ โดยทีมไม่แพ้ 6 เกมซ้อนในการลงเล่นทุกรายการ

นาทีที่ 10 “โอแอล” ทักทายก่อนจาก มาร์ติน เทอร์เรียร์ ได้โอกาสลองซัดไกลบอลพุ่งแรงเกือบเสียบใต้คาน ยังดีที่ มาร์ค-อังเดร แทร์ ชเตเก้น ลอยตัวปัดบอลชนคานออกไป

เจาะไม่เข้า

ครึ่งแรกผ่านไป 20 นาทีสกอร์แรกของเกมยังไม่มาโดยเป็น “เจ้าบุญทุ่ม” ที่ทำได้ดีกว่าบุกกดดันต่อเนื่องมีโอกาสซัดด้วยซ้ายจ่อๆในกรอบเขตโทษของ อุสมาน เดมเบเล่ แต่ยังไม่ดีพอผ่านมือ แอนโธนี่ โลเปส นอนขวางป้องกันประตูไว้ได้

ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาทีเจ้าถิ่นของ บรูโน่ เชเนซิโอ ทำได้ดีขึ้นเปอร์เซ็นการครองบอลขยับสูสีใช้พยายามจังหวะสวนกลับเล่นงาน “เจ้าบุญทุ่ม” ส่วน ลูกทีมของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ไม่เฉียบคมในพื้นที่อันตรายทั้งที่มีโอกาสมากมาย

เจาะไม่เข้า

หมดครึ่งเวลาแรก โอลิมปิก ลียง 0 บาร์เซโลน่า 0

ครึ่งหลังนาทีที่ 52 เจ้าถิ่นได้เสียวอีกเป็น แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่ ลากลุยอยู่ในกรอบเขตโทษ ก่อนบอลหลุดมาถึง เมมฟิส เดอปาย ได้ลองหวดแบบไม่จับด้วยเท้าขวาบอลโค้งผ่านหน้าประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย

เจาะไม่เข้า

25 สุดท้ายนาทีก่อนหมดเวลา เจ้าถิ่นถอด แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่ ออกและส่ง ลูก้า ตูซาร์ ลงทำเกมแทน ทางด้าน เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ แก้เกมส่ง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลงสนามแทน อุสมาน เดมเบเล่

นาทีที่ 70 หลุยส์ ซัวเรซ ได้จังหวะอีกครั้งสอดขึ้นมายิงด้วยซ้ายจากการครอสของ จอร์ดี้ อัลบา แต่ก็ยังไม่เป็นประตูบอลหลุดเสาออกหลังไป

เจาะไม่เข้า

ก่อนหมดเวลา 5 นาที “เจ้าบุญทุ่ม” พลาดโอกาสทองอีกรอบจากจังหวะตามไปเก็บบอลสุดเส้นของ ลิโอเนล เมสซี่ ก่อนปาดเข้ากลางให้ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ซัดเต็มข้อที่กลางประตู สุดท้ายก็ยังไม่ดีพอผ่านมือ แอนโธนี่ โลเปส เช่นเคย

จบเกม โอลิมปิก ลียง 0 บาร์เซโลน่า 0 ลูกทีมของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ต้องผิดหวังไม่น้อยหลังเป็นฝ่ายกดดันกันตลอดทั้งเกมแถมมีโอกาสยิงมากกว่า 20 ครั้งแต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้ ต้องไปลุ้นกันยกสองที่สนาม คัมป์ นู ในวันที่ 13 มีนาคม นี้

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

โอลิมปิก ลียง : แอนโธนี่ โลเปส – เลโอ ดูบัวส์, มาร์เซโล่ (กัปตันทีม), เจสัน เดนาเยอร์ – เฟอร์ล็องด์ เมนดี้, ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ปาเป้ ชีค ดิย็อป (แทน เอ็นดอมเบเล่ น. 84) , อุสเซม อาอูอาร์, แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่ – ลูก้า ตูซาร์ (แทน ตราโอเร่ น. 69) – เมมฟิส เดอปาย- มาร์ติน เทอร์เรียร์ – แม็กซ์เวล กอร์เน่ต์ (แทน เทอร์เรียร์ น. 76), มุสซา เด็มเบเล่

บาร์เซโลน่า : มาร์ค-อังเดร แทร์ ชเตเก้น – เนลสัน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ล็องเกล้ต์, จอร์ดี้ อัลบา – เซร์คิโอ โรแบร์โต้ อาร์ตูโร่ วีดาล (แทน โรแบร์โต้ น. 81), เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อีวาน ราคิติช – ลิโอเนล เมสซี่(กัปตันทีม), หลุยส์ ซัวเรซ, อุสมาน เดมเบเล่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (แทน เดมเบเล่ น. 67)

ผู้ตัดสิน : คูเนย์ต ซาคีร์ (ตุรกี)

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ตัวแทน อาซาร์ 

ตัวแทน อาซาร์ เชลซีสนดึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ร่วมทัพซัมเมอร์นี้

ตัวแทน อาซาร์ เชลซี คิดที่จะดึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลาง บาร์เซโลน่า มาร่วมทีมหลังจบฤดูกาลนี้ เพื่อให้เป็นตัวแทนของ เอแด็น อาซาร์ ที่ส่อแววย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด

ตัวแทน อาซาร์  เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เล็งที่จะคว้าตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ บาร์เซโลน่า ไปร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อให้เป็นตัวแทนของ เอแด็น อาซาร์ ดาวเตะคนเก่งของทีม ตามรายงานของ ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อชื่อดังของประเทศอังกฤษ

ตัวแทน อาซาร์ 

ตอนนี้มีโอกาสสูงที่ อาซาร์ จะย้ายออกจากทีมหลังจบฤดูกาล 2018-19 หลังจากที่เจ้าตัวยังไม่ยอมต่อสัญญากับทีมสักที และไม่นานมานี้มันก็มีรายงานด้วยว่าเขาเตรียมที่จะแจ้งกับต้นสังกัดว่าต้องการย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด แล้ว หลังจากที่ชื่นชอบ “ราชันชุดขาว” มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

ถึงแม้ว่า เชลซี จะดึง คริสเตียน พูลิซิช แข้ง โบรุสเซีย ดอร์มมุนด์ มาร่วมทัพแบบล่วงหน้าได้ไปก่อนแล้ว แต่พวกเขาก็ยังต้องการแข้งที่ดีพอจะเป็นตัวแทนของ อาซาร์ มาร่วมทีมเพิ่มอีก และล่าสุด ดิ อินเดเพนเดนท์ ก็ระบุว่าคนที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” ให้ความสนใจคือ คูตินโญ่ หลังจากที่ดาวเตะชาวบราซิเลียนทำผลงานได้น่าผิดหวังในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้บางนัดเขาถึงขั้นหลุดจากการเป็นตัวจริง และส่งผลให้เกิดข่าวลือว่าเขาอาจจะคิดย้ายออกจากทีม

อย่างไรก็ตาม เชลซี ก็คงต้องทุ่มเงินก้อนโตสถานเดียวถ้าหากจะเกลี้ยกล่อมให้ บาร์เซโลน่า ยอมปล่อย คูตินโญ่ ให้พวกเขา หลังจากที่ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานของยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู เคยบอกเองว่ายังไม่อยากขายแข้งดีกรีทีมชาติบราซิล

 

ขอบคุณแหล่งที่มา   http://www.siamsport.co.th