เรื่อง

โมฮาเหม็ด

ใจชื้น คล็อปป์ ยัน ซาลาห์ อาการไม่หนักถึงขั้นเข้าโรงหมอ

โมฮาเหม็ด กุนซือหงส์แดงพอยิ้มได้หลัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่มีอาการบาดเจ็บหนักจนต้องส่งไปโรงพยาบาลในเกมที่บุกไปเฉือนเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 3-2 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกชาวอียิปต์ของ ลิเวอร์พูล ถึงกับลงไปนอนกับพื้น หลังโดนปะทะบริเวณศีรษะในเกมที่พบกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จนทีมแพทย์ต้องหามตัวออกนอกสนาม

หลังเกม เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล อัพเดตอาการบาดเจ็บลูกทีมรายนี้ โดยบอกว่า ซาลาห์ ยังคงอยู่ห้องแต่งตัวจนจบเกม และไม่มีอาการน่าเป็นห่วงแต่อย่างใด

“ตอนเขาลงไปนอนกับพื้น ทีมแพทย์เป็นคนตัดสินใจว่าจะเอาเขาออกจากสนามหรือไม่ ซึ่งหมอบอกให้นำตัวออกนอกสนาม และทางเราก็ตอบตกลง”

“ซึ่ง โม (ซาลาห์) ยังคงนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวและชมเกมอยู่ เขาดูปกติดี แต่ทางเราต้องเช็คอีกทีว่ามีอาการข้างเคียงและพร้อมลงสนามในเกมหน้าหรือไม่” กุนซือหงส์แดงกล่าว

สำหรับ ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือน บาร์เวโลน่า ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ เลกสอง ซึ่งจะแข่งกันในคืนวันอังคารที่ 7 พฤษภาคมนี้ เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ปืนเจ๋งเฮในรัง10เกมติด

ปืนเจ๋งเฮในรัง10เกมติด! อาร์เซน่อลบดนิวคาสเซิ่ล แซงแมนยู-สเปอร์สขึ้นที่3

ปืนเจ๋งเฮในรัง10เกมติด “ไอ้ปืนใหญ่” ผลงานในบ้านไม่ทำให้ผิดหวังหลังคว้าเก็บสามแต้มได้ตามคาด เมื่อบดเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-0

ปืนเจ๋งเฮในรัง10เกมติด จากประตูของ อารอน แรมซี่ย์ และอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ส่งผลให้ อาร์เซน่อล ทำสถิติในลีกด้วยการซิวชัยในบ้าน 10 นัดติดต่อกันในรอบ 20 ปี ทั้งสามคะแนนวันนี้ยังแซง “ปีศาจแดง” และสเปอร์ส ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 มากกว่าสองแต้ม ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

อาร์เซน่อล เกมนี้หากเก็บได้อย่างน้อยหนึ่งคะแนนจะแซง แมนฯยูไนเต็ด และสเปอร์ส ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ทันที ผลงานล่าสุดในพรีเมียร์ลีก เปิดบ้านไล่บดเอาชนะ “ปีศาจแดง” 2-0 ก่อนจะมาคว้าชัยในยูโรปาลีกเกมทุบแรนส์ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8ทีมสุดท้าย

อูไน เอเมรี่ ส่งสองแนวรุกอย่าง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และอเล็กซ์ อิโวบี้ เป็นคู่หน้า โดยมี เมซุต โอซิล ยืนหน้าต่ำปั้นเกม ส่วน ราฟาเอล เบนิเตซ นายใหญ่ของ “สาลิกาดง” 5 เกมในลีก ชนะถึง 3 เสมอ 1 และแพ้ 1 เกมล่าสุด บุกไปเสมอ บอร์นมัธ2-2

แมตช์นี้จัดสามแนวรุกอย่าง อาโยเซ่ เปเรซ, ซาโลมอน รอนดอน และมิเกล อัลมิรอน ครึ่งแรก นาที 13 “ปืนใหญ่” พลาดโอกาสชิงขึ้นนำไปก่อน จังหวะลูกเตะมุม โคลาซินัช เช็ดเสาแรกมาให้ แรมซี่ย์ แปบอลตุงตาข่าย

แต่ผู้ตัดสินปฎิเสธไม่ให้ประตูเนื่องจาก โซคราติส ไปทำฟาวล์ดึง ฟลอร็องต์ เลอจูเน่ แนวรับสาลิกา นาที 25 เจ้าถิ่นได้เสียวอีกที บอลขึ้นทางซ้าย อิโวบี้ แต่งเข้าขวาก่อนเปิดไปเสาสองให้ ลากาแซตต์ โหม่งแต่โดนแม็ตต์ ริทชี่ เข้ามาบีบเร็วทำให้โขกบอลหลุดกรอบไป

ปืนเจ๋งเฮในรัง10เกมติด

กระทั้งเกมผ่านมาครึ่งชั่วโมงพอดี เจ้าถิ่นมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่แรมซี่ย์ดีดบอลต่อให้ ลากาแซตต์ เลี้ยงบอลไปติดแนวรับสาลิกาบอลปลิ้นมาเข้าทาง แรมซี่ย์ อีกครั้งวิ่งมาอัดด้วยซ้ายพุ่งเลียดชนโคนเสาเข้าไป เป็นประตูที่ 4 ในลีกซีซั่นนี้ของห้องเครื่องทีมชาติเวลส์

นิวคาสเซิ่ล หลังเสียประตู แค่นาทีถัดมา นาที 31 เกือบมีลุ้นตีเสมอบ้าง หลัง แมตต์ ริทชี่ แทงบอลถึง โซโลมอน รอนดอน หลุดเข้าไปกดด้วยขวาบอลไปติดเซฟ แบร์นด์ เลโน่ ปัดออกหลังหวุดหวิด ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก น.45+1 เจ้าถิ่นชวดโอกาสได้เม็ดที่สอง

หลัง เซนัด โคลาซินัช ปาดบอลมาให้ ลากาแซตต์ ยิงโล่งหน้าประตู บอลพุ่งผ่าน ดูบราฟก้า จะเข้าอยู่แล้วแต่ แมตต์ ริทชี่ ที่ตามไปคุมเส้นโขกบอลพ้นอันตรายได้หวุดหวิด จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ขึ้นนำ นิวคาสเซิ่ล 1-0

ปืนเจ๋งเฮในรัง10เกมติด

ครึ่งหลัง ผ่านไปสิบนาที โอซิล ทำชิ่งกับ ลากาแซตต์ ก่อนอดีตจอมทัพทีมชาติเยอรมันจะหลุดเข้าไปแต่เลือกที่จะเปิดเร็วกลับมาให้ ลากาแซตต์ อีกที่แต่บอลไปถูกแนวรับนิวคาสเซิ่ลเคลียร์ออกไปได้

นาที 59 นาโช่ มอนเรอัล รับใบเหลืองแรกของเกมหลังไปเปิดปุ๊มใส่ มิเกล อัลมิรอน ถัดมาอีกนาที อูไน เอเมรี่ เปลี่ยนตัวคนแรกถอดเอา อเล็กซ์ อิโวบี้ ออกมาพักแล้วส่ง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ลงเล่นแทน โอกาสยิงเข้ากรอบครั้งแรกของครึ่งหลัง

ต้องรอถึงนาที 73 บอลจาก โอซิล แทงบอลฉีกแนวรับสาลิกาไปถึง โอบาเมย็อง หลุดเข้าไปตะบันด้วยขวาเต็มแรงแต่ก็ยังไม่ผ่าน มาร์ติน ดูบราฟก้า ทุบออกมาได้ แม้รูปเกมเจ้าถิ่นจะครองบอลได้เหนือกว่าแต่สกอร์นำแค่หนึ่งประตู ทำให้ ราฟาเอล เบนิเตซ ยังมีลุ้นยื้อแต้ม

ท้ายเกมส่งแนวรุกอย่าง โยชิโนบุ มูโตะ ลงเล่นแทน อโยเซ่ เปเรซ ขณะที่ เคเนดี้ ลงไปป่วนริมเส้นแทน แมตต์ ริทชี่

ปืนเจ๋งเฮในรัง10เกมติด

นาที 83 สุดท้าย “ไอ้ปืนใหญ่” มาได้ประตูนำห่าง 2-0 บอลจาก เกนดูซี่ ฝากบอลให้ ลากาแซตต์ ดีดบอลต่อให้โอบาเมย็อง ขึ้นโขกเช็ดบอลให้ ลากาแซตต์ หลุดเข้าไปยกบอลผ่าน ดูบราฟก้า เข้าไปอย่างเหนือชั้น เป็นสกอร์ที่ 13 ในลีกของอดีตแข้งจากลียง

จบเกม อาร์เซน่อล เปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ไปได้ 2-0 เก็บสามแต้มทะยานแซง “ปีศาจแดง” และสเปอร์ส ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 แทน มี 63 แต้มมากกว่า แมนฯยู และไก่เดือยทองอยู่สองคะแนน

ปืนเจ๋งเฮในรัง10เกมติด

รายผู้เล่นทั้งสองทีม

อาร์เซน่อล (3-4-1-2) : แบร์นด์ เลโน่ – โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, ชโคดราน มุสตาฟี่, นาโช่ มอนเรอัล – เอนสลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส, อารอน แรมซี่ย์ (โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ น.67) , มัตเตโอ เกนดูซี่, เซนัด โคลาซินัช – เมซุต โอซิล (เฮนริค มคิทาร์ยาน น.84) – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, อเล็กซ์ อิโวบี้ ( ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง น.61)

ผู้จัดการทีม : อูไน เอเมรี่

นิวคาสเซิ่ล (3-4-3) : มาร์ติน ดูบราฟก้า – ฟลอร็องต์ เลอจูเน่, จามาล ลาสเซลล์ส, พอล ดัมเม็ตต์ – เดอันเดร เยดลิน, โมฮาเหม็ด ดิยาเม่, ไอแซ็ค เฮย์เด้น (คี ซุง ยอง น.67), แม็ตต์ ริตชี่ (เคเนดี้ น.75) – อาโยเซ่ เปเรซ (โยชิโนบุ มูโตะ น.77), ซาโลมอน รอนดอน, มิเกล อัลมิรอน

ผู้จัดการทีม : ราฟาเอล เบนิเตซ

ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.siamsport.co.th

สาลิกาแกร่ง

สาลิกาแกร่ง! นิวคาสเซิ่ลเปิดรังกระซวกเบิร์นลี่ย์หนีโซนแดง7แต้ม

สาลิกาแกร่ง ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ นิวคาสเซิ่ล ไม่ทำให้แฟนบอลผิด

สาลิกาแกร่ง หวังหลังเปิดรัง กระซวก เบิร์นลี่ย์ ที่ฟอร์มร้อนแรงไม่แพ้มา 8 นัดติด 2-0 จากประตูช่วงครึ่งแรกของ ฟาเบียน แชร์ และ ฌอน ลองสตาฟฟ์ พาทีมคว้าชัยสำคัญเก็บเพิ่มเป็น 31 คแนน หนีโซนตกชั้น 7 แต้ม ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ นิวคาสเซิ่ล พาทีมชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ 2-0 ในเกมล่าสุด เป็นชัยชนะนัดแรกในรอบ 4 เกม ซึ่งผลงานกระเตื้องดูมีทรงมากขึ้น ฟาก ฌอน ไดช์ กุนซือเบิร์นลี่ย์ พาทีมชนะสเปอร์ส 2-1 ในเกมล่าสุด เป็นชัยชนะ 2 นัดติดแล้ว ขยับอันดับขึ้นมาอยู่ในตัวเลขที่ปลอดภัยขึ้น แต่ยังไม่การันตีอยู่รอด จะต้องฮึดให้ได้อย่างต่อเนื่องอีก

สาลิกาแกร่ง

ผ่านไป 20 นาทีของช่วงครึ่งแรกเป็น “สาลิกาดง” เจ้าถิ่นครองบอลบุกกดดันมากกว่าแต่จังหวะยิงเข้ากรอบยังไม่มีด้วยกันทั้งคู่

นาทีที่ 23 เจ้าถิ่นมาได้ประตูออกนำจนได้จาก ฟาเบียน แชร์ กองหลังที่ดันขึ้นสูงเก็บตกบอลหน้าเขตโทษ ก่อนซัดเต็มข้อด้วยขวาระยะร่วม 30 หลาบอลพุ่งแรงชนเสาเหลี่ยมในตุงตาข่ายสวยงาม

สาลิกาแกร่ง

หลังจากนั้นนาทีที่ 38 “สาลิกาดง” มาบวกสกอร์หนห่างจากจังหวะหลุดขึ้นมาสุดเส้นของ แม็ทท์ ริทชี่ ก่อนครอสเข้ากลางให้ ซาโลมอน รอนดอน แต่บอลหลุดมาถึง ฌอน ลองสตาฟฟ์ แต่งหนึ่งทีก่อนซัดสวนตัว ทอม ฮีตัน เสียบหน้าต่างเสาสอง นิวคาสเซิ่ล 2 เบิร์นลี่ย์ 0

ช่วงนาทีที่ 44 เบิร์นลี่ย์ เกือบได้ประตูตีไข่แตกทั้งจาก โยฮันน์ กุดมุนด์สสัน และ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ ที่ได้ยิงโล่งๆทั้งคู่แต่ไม่นิ่งพอซัดบอลข้ามคานออกไปแบบน่าเหลือเชื่อ

หมดเวลาครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล 2 เบิร์นลี่ย์ 0

ครึ่งหลังเกมเปิดแลกกันอย่างสนุกมีโอกาสลุ้นทำประตูด้วยกันทั้งคู่แต่ยังไม่มีสกอร์เพิ่ม

นาทีที่ 70 เจ้าถิ่นบุกหนักและเป็น ซาโลมอน รอนดอน มีโอกาสลุ้นบ้างแต่ก็ยังไม่เฉียบคมเหมือนเคย ก่อน ฌอน ไดช์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ ขยับแก้เกมส่ง ปีเตอร์ เคร้าช์ ลงสนาม แทน แอชลี่ย์ บาร์นส์

ก่อนหมดเวลา 5 นาที เบิร์นลี่ย์ บอมแหลกให้ ปีเตอร์ เคร้าช์ เก็บบอลในแดนหน้ามีโอกาสเสียวหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ มาร์ติน ดูบราฟก้า

สาลิกาแกร่ง

จบเกม นิวคาสเซิ่ล 2 เบิร์นลี่ย์ 0 โดยลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ คว้าชัยสำคัญขยับหนีโซนแดง 7 แต้ม ส่วน ทีมเยือนของ ฌอน ไดช์ หยุดความร้อนแรงพ่ายเป็นนัดแรกในรอบ 9 เกมหลังสุด

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : มาร์ติน ดูบราฟก้า – ฆาเบียร์ มานกีโย่, ฟาเบียน แชร์, เจมาล ลาสเซลล์ส, ฟลอริยง เลอเฌิน, แม็ทท์ ริทชี่ – อโยเซ่ เปเรซ, ไอแซ็ค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, มิเกล อัลมิรอน – ซาโลมอน รอนดอน

ผู้จัดการทีม : ราฟาเอล เบนิเตซ

เบิร์นลี่ย์ (4-4-2) : ทอม ฮีตัน – ฟิล บาร์ดสลี่ย์, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, เบน มี, ชาร์ลี เทย์เลอร์ – โยฮันน์ กุดมุนด์สสัน, แจ็ค คอร์ค, เจฟฟ์ เฮนดริค, ดไวท์ แม็คนีล, – แอชลี่ย์ บาร์นส์, คริส วู้ด

ผู้จัดการทีม : ฌอน ไดช์

ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

รอนดอน-อโยเซ่ซัด

รอนดอน-อโยเซ่ซัด! นิวคาสเซิ่ลถลุงฮัดเดอร์สฟิลด์ หนีโซนแดง4แต้ม

รอนดอน-อโยเซ่ซัด “สาลิกาดง” ไม่ปล่อยสามแต้มให้หลุดลอย

รอนดอน-อโยเซ่ซัด หลังเปิด เซนต์ เจมส์ พาร์คไล่ถลุงเอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมบ๊วยของตาราง 2-0 ซาโลมอน รอนดอน ซัดนำก่อนจ่ายให้ อโยเซ่ เปเรซ ซัดปิดท้ายซิวสามแต้มทะยานรั้งอันดับ 14 หนีโซนตกชั้น 4 คะแนน ส่วนฮัดเดอร์สฟิลด์ โอกาสตกชั้นมีสูงแล้วหลังจมบ๊วยมี 11 แต้ม ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา

สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

นิวคาสเซิ่ล ปรับทัพตำแหน่งเดียวจากเกมล่าสุด มิเกล อัลมิร่อน ได้เป็นตัวจริงนัดแรก หน้าเป้าวางใจ ซาโลมอน รอนดอน ฮัดเดอร์สฟิลด์ ปรับ 1 ตำแหน่งเช่นกัน โลร็องต์ เดอปัวเตร้ ถูกเลือกเป็นหอกเป้า ขนาบด้วย เอเลียส คาชุงก้า กับ เจสัน พันเชียน

ผ่านไปได้ 12 นาที “สาลิกาดง” พลาดโอกาสขึ้นนำ มิเกล อัลมิรอน หลุดเข้าเขตโทษไปชิพบอลข้าม โยนาส โลสเซิ่ล ได้แล้วแต่ดันชนเสากระเด้งมาเข้าทางปืน ซาโลมอน รอนดอน ซ้ำชนเสาเดิมอย่างน่าเสียดาย

8 นาทีต่อมา ทีมเยือนเหลือ 10 คน ทอมมี่ สมิธ พุ่งเสียบแบบเปิดปุ่มใส่ มิเกล อัลมิร่อน เลยโดนใบแดงโดยตรงไล่ออกจากสนาม

นาที 24 ฮัดเดอร์สฟิลด์ ปรับแท็กติกด้วยการถอด เจสัน พันเชี่ยน แล้วส่ง ฟลอร็องต์ ฮาแดร์กโยนาย ลงไปเสริมเกมรับ

ถัดมา 2 นาที เจ้าบ้านเกือบได้ประตูนำ ดีอันเดร เยดลิน ครอสจากขวาเข้ากลางถึง มิเกล อัลมิร่อน ได้ยิงด้วยข้างเท้าแต่ โยนาส โลสเซิ่ล ยังป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยม

“เดอะ เทอร์เรียร์ส” เกือบมอบโชคให้เจ้าบ้าน โยนาส โลสเซิ่ล รับลูกยิงเรียดของ มิเกล อัลมิร่อน ไม่อยู่ บอลลอดขาเกือบข้ามเส้นประตูแต่ คริส เลิฟ สกัดทิ้งได้ทันเวลา

ช่วงท้ายครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล ได้ลุ้นติดๆ กัน ดีอันเดร เยดลิน ไหลให้ อโยเซ่ เปเรซ ตะบันข้ามคาน ก่อน ฌอน ลองสตาฟฟ์ โยนเข้าเขตโทษให้ ซาโลมอน รอนดอน โหม่งหลุดกรอบ จบ 45 นาทีแรก เสมอกันจืดๆ 0-0

กลับมาต่อครึ่งหลังยังไม่ครบ 1 นาที เจ้าบ้านได้ประตูปลดล็อกจนได้ ดีอันเดร เยดลิน จ่ายจากกราบขวาเข้ากลาง อโยเซ่ เปเรซ สะกิดให้ ไอแซ็ค เฮย์เด้น จับบอลลั่นในเขตโทษแต่ยังกลิ้งเข้าทาง ซาโลมอน รอนดอน ตวัดยิงด้วยขวาระยะ 10 หลาตุงตาข่าย

นิวคาสเซิ่ล หนีห่างเป็น 2-0 ใน นาที 52 มิเกล อัลมิร่อน เปิดจากริมเขตโทษฝั่งซ้ายไปริมเขตโทษฝั่งขวา ดีอันเดร เยดลิน โหม่งตั้งมาหน้าประตู ซาโลมอน รอนดอน สะกิดให้ อโยเซ่ เปเรซ ยิงด้วยขวาหน้าประตูไม่เหลือ

เจ้าบ้านเดินหน้าบุกต่อเนื่องหวังยิงเพิ่ม นาที 74 ไอแซ็ค เฮย์เด้น ครอสเข้าเขตโทษ เคเนดี้ ตัวสำรอง สอดเข้าไปวอลเลย์เต็มเท้าชนคานอย่างน่าเสียดาย

2 นาทีต่อมา ฌอน ลองสตาฟฟ์ ได้ลองปั่นจากระยะ 25 หลาโค้งผ่าน โยนาส โลสเซิ่ล ไปแล้วแต่ดันชนเสาออกไป

รอนดอน-อโยเซ่ซัด

ช่วงเวลาที่เหลือ ไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม นิวคาสเซิ่ล กำชัยเหนือ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ที่เหลือ 10 คนตั้งแต่ 20 นาทีแรก ด้วยสกอร์ 2-0

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

นิวคาสเซิ่ล : มาร์ติน ดูบราฟก้า, ดีอันเดร เยดลิน, ฟาเบียน แชร์, เจมาล ลาสเซลล์ส, ฟลอริยง เลอเฌิน, แมตต์ ริตชี่ (เคเนดี้ น.68), อโยเซ่ เปเรซ, ฌอน ลองสตาฟฟ์, ไอแซ็ค เฮย์เด้น, มิเกล อัลมิรอน (คริสเตียน อัตซู น.81), ซาโลมอน รอนดอน (โฆเซลู น.85)

สำรองไม่ได้ใช้ : เฟร็ดดี้ วู้ดแมน, พอล ดัมเม็ตต์, กี ซอง-ยอง, ฆาบี มานกีโย่

ใบเหลือง : เยดลิน, ริตชี่

ฮัดเดอร์สฟิลด์ : โยนาส โลสเซิ่ล, ทอมมี่ สมิธ, มาเธียส ยอร์เกนเซ่น “ซานก้า”, คริสโตเฟอร์ ชินด์เลอร์, คริส เลิฟ, เลอันโดร บาคูน่า (ฟิลิป บิลลิ่ง น.69), โจนาธาน ฮ็อกก์, อารอน มอย, เอเลียส คาชุงก้า, โลร็องต์ เดอปัวเตร้ (สตีฟ มูนิเอ้ น.77), เจสัน พันเชียน (ฟลอร็องต์ ฮาแดร์กโยนาย น.24)

สำรองไม่ได้ใช้ : เบน เฮเมอร์, เทอเรนซ์ ค็องโกโล่, คาร์แลน เอเฮิร์น-แกรนท์, ยอน สแตนโควิช

ใบแดง : สมิธ ผู้ตัดสิน : เควิน เฟรนด์

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

สเปอร์ส "ไก่เดือยทอง"

สเปอร์ส”ไก่เดือยทอง” ถ้าเฮแซงแมนซิตี้ขึ้นรองฝูง! “ซน” นำสอยนิวคาสเซิ่ล

สเปอร์ส “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส หากเก็บชัยได้จะแซง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้

สเปอร์ส ขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงทันทีโดยมี ซน ฮึง-มิน นำปิดสกอร์เกมรับ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิ่ล ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 2 ก.พ. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1, เวลา : 19.30 น.
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562
สเปอร์ส – นิวคาสเซิ่ล
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1, เวลา : 19.30 น.

สนาม : เวมบลีย์
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือ ไก่เดือยทอง พาทีมเกาะอันดับ 3 เหนียวแน่น ฟอร์มล่าสุดพวกเขาไล่แซงชนะ วัตฟอร์ด หวิว 2-1 เกมนี้ถ้าเข้าวินได้อีก จะแซงหน้า แมนฯ ซิตี้ ขึ้นไปอยู่อันดับรองจ่าฝูงแทนอีกต่างหากด้วย

แฮร์รี่ เคน (ข้อเท้า), เดเล่ อัลลี่ (เอ็นหลังหัวเข่า) และ เบน เดวิส (โคนขาหนีบ) เป็น 3 ผู้เล่นที่ พอช มิอาจใช้งานในเกมนี้ได้อย่างแน่นอน

สเปอร์ส จะนำทัพมาโดย ซน ฮึง-มิน, คริสเตียน เอริคเซ่น และ เฟร์นานโด ยอเรนเต้

โดย ลูคัส มูร่า ที่ฟิตและเป็นตัวสำรองเกมก่อน รวมทั้ง คีแรน ทริปเปียนร์ มีลุ้นกลับมาเป็นตัวจริงนัดนี้ด้วย

ฟาก ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ สาลิกาดง สร้างสรรค์ผลงานชิ้นโบแดงนัดก่อนด้วยการไล่แซงชนะ แมนฯ ซิตี้ ไปอย่างพลิกล็อกที่สกอร์ 2-1 ทำให้อันดับพุ่งขึ้นไปที่ 14 อยู่เหนือโซนตกชั้นถึง 5 คะแนน

สาลิกาดง ยังมีผู้เล่นบาดเจ็บอีกพอสมควรเลยไม่ว่าจะเป็น กี ซุง-ยัง (เอ็นหลังหัวเข่า), จอนโจ้ เชลวี่ (ต้นขา), พอล ดัมเมตต์ (เอ็นหลังหัวเข่า), คาร์ล ดาร์โลว์ (ไม่ฟิต) หรือ โมฮาเหม็ด ดิยาเม่ (ต้นขา)

มีโอกาสสูงทีเดียวที่ เบนิเตซ จะใช้ผู้เล่นชุดเดิมที่ล้ม แมนฯซิตี้ ได้สำเร็จ โดย ซาโลมอน รอนดอน จะยืนเป็นหน้าเป้าในระบบ 5-4-1

สเปอร์ส "ไก่เดือยทอง"

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
สเปอร์ส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส – คีแรน ทริปเปียร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, แดนนี่ โรส – มูสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส – ลูคัส มูร่า, คริสเตียน เอริกเซ่น, ซน ฮึง-มิน – เฟร์นานโด ยอเรนเต้
ผู้จัดการทีม : เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่

นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : มาร์ติน ดูบราฟก้า – ดิอันเดร เยดลิน, ฟาเบียน ชาร์, จามาล ลาสเซลล์, ฟลอร็องต์ เลอจูเน่, แมตต์ ริทชี่ – อโยเซ่ เปเรซ, อิซัค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, คริสเตียน อัตซู – ซาโลมอน รอนดอน
ผู้จัดการทีม : ราฟาเอล เบนิเตซ

ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ
– สเปอร์สเอาชนะได้ 8 จาก 10 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
– สเปอร์สมีสกอร์รวมสูงกว่า 2.5 ถึง 6 จาก 7 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
– สเปอร์สเอาชนะได้ตลอด 3 นัดหลังสุดที่พบนิวคาสเซิ่ลในพรีเมียร์ลีก
– นิวคาสเซิ่ลมีสกอร์รวมสูงกว่า 2.5 ตลอด 3 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วันเดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน
11/08/18 พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิ่ล 1 – 2 สเปอร์ส
10/05/18 พรีเมียร์ลีก สเปอร์ส 1 – 0 นิวคาสเซิ่ล
13/08/17 พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิ่ล 0 – 2 สเปอร์ส
15/05/16 พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิ่ล 5 – 1 สเปอร์ส
13/12/15 พรีเมียร์ลีก สเปอร์ส 1 – 2 นิวคาสเซิ่ล
19/04/15 พรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิ่ล 1 – 3 สเปอร์ส
18/12/14 ลีก คัพ สเปอร์ส 4 – 0 นิวคาสเซิ่ล

ผลงาน 5 นัดหลัง
สเปอร์ส
30/01/19 ชนะ วัตฟอร์ด 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
27/01/19 แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-2 (เยือน) เอฟเอ คัพ
25/01/19 แพ้ เชลซี 1-2 (แพ้จุดโทษ 2-4) (เยือน) ลีก คัพ
20/01/19 ชนะ ฟูแล่ม 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
13/01/19 แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

นิวคาสเซิ่ล
30/01/19 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
26/01/19 แพ้ วัตฟอร์ด 0-2 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
19/01/19 ชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
15/01/19 เสมอ แบล็คเบิร์น 2-2 (ต่อเวลาชนะ 4-2)
(เยือน) เอฟเอ คัพ
13/01/19 แพ้ เชลซี 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

เดอะค็อปยิ้ม

เดอะค็อปยิ้ม! แมนซิตี้ช็อกบุกพ่ายนิวคาสเซิ่ลจ่อตามลิเวอร์พูล7แต้ม

เดอะค็อปยิ้ม แมนซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โอกาสป้องกันแชมป์ยากขึ้นอีก

เดอะค็อปยิ้ม หลังบุกพ่าย นิวคาสเซิ่ล 1-2 แม้ทัพ “เรือใบสีฟ้า” ออกนำเร็วตั้งแต่ 24 วินาทีแรกจาก เซร์คิโอ อเกวโร่ แต่ไม่ช่วย ส่งผลให้แต้มหยุดอยู่ที่ 56 คะแนนเท่าเดิมตามหลัง จ่าฝูง ลิเวอร์พูล 4 แต้ม และแข่งมากกว่า 1 นัด ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ สาลิกาดง อันดับ 17 ติดกับพื้นที่ตกชั้น พาทีมแพ้ วัตฟอร์ด 0-2 เกมล่าสุดในตกรอบ 4 เอฟเอ คัพ เป็นที่เรียบร้อย ส่วนฟอร์มในลีกนัดล่าสุดพวกเขาถล่ม คาร์ดิฟฟ์ ไปกระจาย 3-0

ขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ เรือใบสีฟ้า พาทีมเดินหน้าเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่องโดยล่าสุดในเอฟเอ คัพ รอบ 4 เปิดบ้านถล่ม เบิร์นลี่ย์ กระจุย 5-0 ส่วนในลีกชนะมา 4 เกมรวดสัปดาห์ก่อนบุกไปอัด ฮัดเดอร์สฟิลด์ ได้ 3-0

เดอะค็อปยิ้ม
เกมเริ่มได้ 24 วินาที “เรือใบสีฟ้า” ทะยานออกนำอย่างรวดเร็วจากการโยนยาวกลางสนามของ ดาบิด ซิลบา ให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนตัดเข้ากลางหยอดไปเสาสองให้ ดาบิด ซิลบา ที่เติมขึ้นมาช่วยแต่จังหวะสุดท้ายดันลื่นไปปะทะกับ มาร์ติน ดูบราฟก้า โชคดีบอลหลุดมาถึง เซร์คิโอ อเกวโร่ เอียงตัวแปร์ด้วยซ้ายตุงตาข่าย นิวคาสเซิ่ล 0 แมนฯ ซิตี้ 1

นาทีที่ 13 นิวคาสเซิ่ล ได้โอกาสทักทายครั้งแรกจาก อาโยเซ่ เปเรซ ตัดบอลได้จาก ดานิโล่ ก่อนลากเข้าพื้นที่อันตรายได้ลองซัดด้วยขวาแต่บอลยังเบาผ่านหน้าประตูออกไป

เดอะค็อปยิ้ม
ต่อมาอีก 3 นาที เซร์คิโอ อเกวโร่ ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายจากการเล่นลูกฟรีคิกเร็วของ เควิน เดอ บรอยน์ แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตู แถมให้ใบเหลือง เควิน เดอ บรอยน์ เนื่องจากไม่รอเสียงนกหวีด

นาทีที่ 21 “สาลิกาดง” สวนกลับอีกครั้งจาก อาโยเซ่ เปเรซ ลากลุยขึ้นมาทางขวาก่อนครอสเข้ากลางให้ ซาโลม่อน รอนดอน พักบอลให้ คริสเตียน อัตซู สอดมาซัดด้วยซ้ายยังดีที่จอห์น สโตนส์ ตามมาบล็อคได้ทัน

เดอะค็อปยิ้ม
ก่อนหมดเวลา 2 นาที “เรือใบสีฟ้า” เกือบบวกสกอร์เพิ่มจากการเปิดทางฝั่งซ้ายของ ดานิโล่ ให้ ลีรอย ซาเน่ เบียดขึ้นโขกแต่โดนไม่ดีบอลตกหน้าประตูและเป็น ดาบิด ซิลบา ได้ก้มโหม่งซ้ำเน้นๆ ก็ยังไม่ดีพอผ่าน ฟลอร็องต์ เลอจูเน่ ที่ยืนขวางเอาไว้ได้

หมดครึ่งเวลาแรก นิวคาสเซิ่ล 0 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม
ผ่านมา 15 นาทีของครึ่งหลัง “เรือใบสีฟ้า” ยังไม่ได้ประตูเพิ่มแถมมีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่รอช้าส่ง แบร์นาร์โด้ ซิลวา ลงสนามแทน เควิน เดอ บรอยน์ ที่มีจังหวะฟาวล์หลายครั้งเสี่ยงโดนใบแดง

แต่แล้วนาทีที่ 66 “สาลิกาดง” ตามตีเสมอจนได้จากลูกครอสทางฝั่งซ้ายของ แม็ตต์ ริทชี่ แนวรับ แมนฯ ซิตี้ เคลียร์ไม่ขาดบอลเข้าทาง ไอซัค เฮย์เด้น โหม่งหนุนเข้ากลางประตูและเป็น ซาโลม่อน รอนดอน ชิงจังหวะทิ้งตัวยิงบอลกระดอนพื้นเสียบตาข่ายงดงาม นิวคาสเซิ่ล 1 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม
นาทีที่ 75 “เรือใบสีฟ้า” พลาดโอกาสขึ้นนำโดยเป็น ดานิโล่ เติมขึ้นมาซัดจากลูกสูตรฟรีคิกของ แบร์นาร์โด้ ซิลวา บอลพุ่งแรงได้ลุ้นแต่ไปติดหลัง จอห์น สโตนส์ อย่างน่าเสียดาย

ยังไม่หนำใจอีก 3 นาทีต่อมา “สาลิกาดง” มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะ แฟร์นันดินโญ่ เสียท่าโดน ฌอน ลองสตาฟฟ์ อ้อมมาฉกบอลก่อนโดนขัดขาทิ้งตัวลงไป และเป็น แม็ตต์ ริทชี่ รับหน้าที่สังหารไม่มีพลาด นิวคาสเซิ่ล 2 แมนฯ ซิตี้ 1

เดอะค็อปยิ้ม
หลังจากนั้นแม้ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พยายามเร่งเพื่อตามตีเสมอแต่ไม่สามารถเจาะแนวรับ “สาลิกาดง” เข้าไปได้

จบเกม นิวคาสเซิ่ล 2 แมนฯ ซิตี้ 1 โดยทัพ “เรือใบสีฟ้า” พ่ายช้ำอีกครั้งแต้มหยุดอยู่ที่ 56 คะแนนตามหลังจ่าฝูง ลิเวอร์พูล 4 แต้ม และแข่งมากกว่า 1 นัด

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : มาร์ติน ดูบราฟก้า – เดอันเดร เยดลิน, ฟาเบียน ชาร์, จามาล ลาสเซลล์ส, ฟลอร็องต์ เลอจูเน่, แม็ตต์ ริทชี่ – อาโยเซ่ เปเรซ (ฮาเวียร์ มานกีโญ่ น.91), ไอซัค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, คริสเตียน อัตซู (เคเนดี้ น.87) – ซาโลม่อน รอนดอน

ผู้จัดการทีม : ราฟาเอล เบนิเตซ

แมนฯซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เอมเมอริก ลาป๊อร์กต์, ดานิโล่ (อิลคาย กุนโดกัน น.83) – เควิน เดอ บรอยน์ (แบร์นาร์โด้ ซิลวา น.65), แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา – ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่ (กาเบรียล เชซุส น.73)

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

วัตฟอร์ดเจ๋ง 

วัตฟอร์ดเจ๋งบุกปราบนิวคาสเซิ่ล ทะยานรอบ 5 เอฟเอ คัพ

วัตฟอร์ดเจ๋ง “สาลิกาดง” แชมป์เอฟเอ คัพ 6 สมัย มีอันต้องกระเด็นตกรอบร่วงคาบ้านตัวเอง

วัตฟอร์ดเจ๋ง หลังเจอทีเด็ดของ วัตฟอร์ด คู่แข่งร่วมลีกบุกมาคว้าชัย 2-0 ส่งผลให้ “แตนอาละวาด” ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 ต่อไป ในเกม เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 4 คืนวันเสาร์ที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิด เซนต์ เจมส์ พาร์ค พบ วัตฟอร์ด คู่แข่งจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในฟุตบอลถ้วยรายการ เอฟเอ คัพ รอบ 4

ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือนิวคาสเซิ่ลส่ง ไอแซ็ค เฮย์เด้น, โรเบิร์ต เคเนดี้ และ โฆเซลู ลงตัวจริง

ส่วน ฆาบี กราเซีย กุนซือวัตฟอร์ดได้ วิลล์ ฮิวจ์ส, เคร็ก แค็ธคาร์ท หายเจ็บ ลงสนาม

เกมครึ่งแรก ผ่านไปเพียง 2 นาที เบน วิลม็อต ทำฟาวล์ โฆเซลู ทำให้เจ้าถิ่นได้ฟรีคิกทางฝั่งขวา เจค็อบ เมอร์ฟี่ เปิดฟรีคิกระยะไกล บอลลอยโด่งมาเข้าหัว เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ โหม่งเผาขนไม่เข้ากรอบ

วัตฟอร์ด ได้ฟรีคิกนาที 12 นาธาเนียล ชาโลบาห์ ซัลโวเท้าขวาจากนอกกรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานออกไป

จากนั้นนาที 36 ชาโลบาห์ สบโอกาสตะบันเท้าขวาระยะ 30 หลา ไปติดบล็อคของ เฟร็ดดี้ วู้ดแมน

วัตฟอร์ดเจ๋ง 

จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0

ในครึ่งหลัง นาที 61 วัตฟอร์ด ได้ประตูนำ 1-0 วิลล์ ฮิวจ์ส ทำทางให้ อังเดร เกรย์ ซัดเท้าขวาในกรอบเขตโทษตุงตาข่าย

ส่วนเจ้าถิ่นมีลุ้นในจังหวะที่ แม็ตต์ ริทชี่ ผ่านบอลไปเข้าทาง ฆาเบียร์ มานกีโย่ หวดด้วยขวาในกรอบเขตโทษฝั่งขวาไปติด เอวเรโญ่ โกเมส เซฟไว้ได้ ในนาที 67

นาทีสุดท้ายทีมเยือนมาได้ประตูปิดท้ายหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โดมิงโกส กีน่า จ่ายบอลต่อให้ ไอแซ็ค ซัคเซสส์ ส่งบอลสู่ก้นตาข่าย จบเกม นิวคาสเซิ่ล แพ้คาบ้านให้ วัตฟอร์ด 0-2 ส่งผลให้ “แตนอาละวาด” ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 5 ต่อไป

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

นิวคาสเซิ่ล : เฟร็ดดี้ วู้ดแมน – ฆาเบีร์ มานกีโย่, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, จามาล ลาสเซลส์, เคียแรน คล้าร์ก, แม็ตต์ ริทชี่ – เจค็อบ เมอร์ฟี่, ไอแซ็ค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, โรเบิร์ต เคเนดี้ – โฆเซลู

สำรอง : มาร์ติน ดูบราฟก้า (ผู้รักษาประตู), ฟาเบียน ชาร์, ซาโลม่อน รอนดอน, อาโยเซ่ เปเรซ, ฟลอริยอง เลอเฌิน, เดอันเดร เยดลิน, คริสเตียน อัตซู

วัตฟอร์ด : เอวเรโญ่ โกเมส – ดาริล ยานมาต, เคร็ก แคธคาร์ท, มิเกล บริตอส, อดัม เมซิน่า – เบน วิลม็อต – วิลล์ ฮิวจ์ส, นาธาเนียล ชาโลบาห์, โดมิงโกส กีน่า, ไอแซ็ค ซัคเซสส์ – อังเดร เกรย์

สำรอง : ปอนตุส ดาห์ลเบิร์ก (ผู้รักษาประตู), อาเดรียน มาริยัปปา, เคราร์ด เดวโลเฟว, ทรอย ดีนี่ย์, อดัลเบร์โต้ เปนญารานด้า, มาร์ก นาบาร์โร่, เอเตียน กาปู

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

นิวคาสเซิ่ล

นิวคาสเซิ่ล รัว2เม็ดช่วงต่อเวลาฯบุกดับแบล็คเบิร์น ลิ่วรอบ4 เอฟเอ คัพ

นิวคาสเซิ่ล “กุหลาบไฟ” แม้จะกดสองเม็ดไล่เจ๊า นิวคาสเซิ่ล 2-2 ในช่วงเวลาปกติ

นิวคาสเซิ่ล แต่มาแผ่วในช่วงต่อเวลาพิเศษเจอหมัดเด็ดของแข้ง สาลิกาดง ตะบันสองเม็ดจาก โฆเซลู และอโยเซ่ เปเรซ ให้ทีมบุกปราบแบล็คเบิร์น 4-2 ตีตั๋วผ่านเข้าไปเปิดบ้านรับมือ วัตฟอร์ด ในรอบ 4 ต่อไป ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดรีเพลย์ เมื่อวันอังคารที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา
สนาม : อีวู้ด พาร์ค

เกม เอฟเอ คัพ รอบสาม นัดรีเพลย์ เกมนี้แบล็คเบิร์นได้กลับมาแก้ตัวเล่นในบ้านบ้าง หลังนัดที่แล้วบุกไปเสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1 ทั้งที่แบล็คเบิร์นขึ้นนำไปก่อนจาก แบร็ดลี่ย์ ดัค แต่ช่วงท้ายเกม แม็ตต์ ริทชี่ มาซัดจุดโทษให้ทีมได้แก้ตัวในเกมรีเพลย์แมตช์ที่บ้านของ “กุหลาบไฟ” บ้าง

โดยเจ้าถิ่นเกมรุกความหวังอยู่ที่ แดนนี่ เกรแฮม และ อดัม อาร์มสตรอง ขณะที่ลูกทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ส่ง โฆเซลู หน้าเป้า และมีตัวสนับสนุนอย่าง ฌอน ลองสตาฟฟ์, แม็ตต์ ริทชี่ และจาค็อบ เมอร์ฟี่

เริ่มเกมมาได้แค่ 57 วินาที นิวคาสเซิ่ลได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 โฆเซลู ไหลบอลเข้ากลางให้ ฌอน ลองสตาฟฟ์ สับไกยิงนอกกรอบ 25 หลาบอลพุ่งเป็นจรวดเสียบสามเหลี่ยนมเข้าไป หมดสิทธิ์ที่ ราย่า นายด่านเจ้าถิ่นจะป้องกัน

นาที 22 นิวคาสเซิ่ล หนีห่างเป็น 2-0 บอลเริ่มจาก จาค็อบ เมอร์ฟี่ กระชากบอลหลุดเข้าไปยิงมุมแคบแต่ ดาบิด ราย่า ยังทุบออกมาเข้าทาง เมอร์ฟี่ อีกครั้งก่อนจะครอสมากลางประตูให้ คัลลัม โรเบิร์ตส วิ่งมากระแทกบอลด้วยขวาเข้าไปอย่างเด็ดขาด

แต่นาที 33 แบล็คเบิร์น มาตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 สำเร็จ จากจังหวะวางบอลยาวจากครึ่งสนามมาให้ แดนนี่ เกรแฮม พักบอลลงก่อนจะจ่ายทะลุแนวรับให้ อดัม อาร์มสตรอง หลุดเข้าไปก่อนดีดบอลด้วยขวาผ่านตัว วู้ดแมน เข้าไปอย่างเยือกเย็น

นิวคาสเซิ่ล

เจ้าถิ่นยิ่งเล่นยิ่งได้ใจ ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก “กุหลาบไฟ” ไล่ตีเสมอ 2-2 สำเร็จ จากลูกคอนเนอร์ทางมุมขวา แฮร์ริสัน รีด เปิดบอลมาเข้าหัว ดาร์รักห์ เลนิแฮน เซ็นเตอร์แบ็กขึ้นโขกเดี่ยวๆเข้าไป

บครึ่งแรก แบล็คเบิร์น ไล่ตีเสมอ นิวคาสเซิ่ล อย่างสนุก 2-2

ครึ่งหลัง ราฟาเอล เบนิเตซ ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกตั้งแต่นาที 46 ส่ง จามาล ลาสเซลเลส ลงไปเล่นแทน คีแรน คลาร์ก ที่มีอาการบาดเจ็บ ทว่าเล่นไปได้แค่นาที 57 เท่านั้น “เอล ราฟา” ต้องปวดขมับเมื่อ ลาสเซลเลส มีอาการเจ็บอีกรายทำให้ต้องเปลี่ยนคนที่สองเอา อิซัค เฮย์เด้น ลงไปเล่นแทน

และ เฮย์เด้น เกือบจะทำให้ “สาลิกาดง” ได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง หลัง นาที 68 แมตต์ ริทชี่ เปิดเตะมุมมาเสาแรกให้ เฮย์เด้น โฉบเสาแรกโขกไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

ช่วงท้ายเกม ยังไม่มีประตูเพิ่ม ทำให้จบ 90 นาที เสมอกันไป 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษ ออกไปอีก 30 นาที

ท้ายช่วงต่อเวลาฯครึ่งแรก นาที 105+3 ฟาเบียน ชาร์ ซัดไกลนอกกรอบบอลพุ่งแรงไปตรงตัว วู้ดแมน แต่นายด่านเจ้าถิ่นรับพลาดบอลกระเด้งมาเข้าทาง โฆเซลู ตาามาซ้ำเข้าไปให้ “สาลิกาดง” นำห่างเป็น 3-2

จากนั้น นาที 106 สาลิกาดง โต้กลับเร็ว แมตต์ ริทชี่ หลุดจากครึ่งสนามก่อนแทงบอลให้ อโยเซ่ เปเรซ เข้าไปยิงแสกหน้า วู้ดแมน เสาแรกเข้าไปให้ นิวคาสเซิ่ล นำห่างเป็น 4-2

ก่อนจบเกมเป็น แบล็คเบิร์น พ่ายคาบ้านหลังเสมอกับ นิวคาสเซิ่ล ในเวลา 90 นาที 2-2 ก่อนต่อเวลาพิเศษทีพ สาลิกาดง จะบวกอีกสองเม็ดบดเอาชนะไปได้อย่างสนุก 4-2 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 4 รอเล่นในบ้านพบกับ วัตฟอร์ด ต่อไป

-อบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

วิลเลี่ยนฮีโร่

วิลเลี่ยนฮีโร่ ซัดสุดสวย ! เชลซีโล่งอกเบียดนิวคาสเซิ่ลเข้าวิน ยึดที่4ต่อ

วิลเลี่ยนฮีโร่ “สิงห์บลูส์” คว้าชัยชนะหนแรกในบ้านรอบ 3 เกม เสียที หลัง วิลเลี่ยน

วิลเลี่ยนฮีโร่ กลายเป็นฮีโร่ของทีมซัดประตูชัยสุดสวยพาทีมบดเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เก็บสามแต้มยึดที่ 4 ต่อไปโดยมี 47 คะแนนมากกว่า อาร์เซน่อล อันดับ 5 ถึง 6 แต้มแล้ว โดยวันเสาร์หน้า เชลซี จะบุกไปเยือน “ไอ้ปืนใหญ่” ในเกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

เชลซี ไม่มี อัลบาโร่ โมราต้า ที่ไม่สมบูรณ์ทำให้ต้องดัน เอแด็น อาซาร์ ไปเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี เปโดร โรดริเกซ และ วิลเลี่ยน ยืมขนาบด้านข้าง

ฝั่ง นิวคาสเซิ่ล ได้ ฟลอริย็อง เลอเฌิน กลับคืนตัวจริง ขณะที่กองหน้าเป็น ซาโลมอน รอนดอน แต่ โมฮาเหม็ด ดิยาเม่ เจ็บทำให้ไม่มีชื่อในเกมนี้

เริ่มเกมมา 9 นาที เชลซี ขึ้นนำเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ ดาวิด ลุยซ์ ทิ้งบอลยาวจากกลางสนามขึ้นหน้าให้ เปโดร โรดริเกซ สอดไปดึงลงในเขตโทษก่อนที่จะยกข้ามหัว มาร์ติน ดูบราฟก้า ที่ผวาออกมาเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น

จากนั้น นิวคาสเซิ่ล ก็มีลุ้นเอาคืนเหมือนกัน นาทีที่ 27 ฟลอริย็อง เลอเฌิน เก็บตกวอลเลย์ด้วยขวาหน้าเขตโทษ แต่บอลไปตรงตัว เกปา อาร์รีซาบาลาก้า และอีก 2 นาทีถัดมาจากลูกสวนกลับ ซาโลมอน รอนดอน เบียด อัซปิลิกวยต้า ไปยิงด้วยซ้ายหลุดกรอบไปเยอะ

วิลเลี่ยนฮีโร่

นาทีที่ 35 ทีมเยือนมีโอกาสทองอีกครั้ง เมื่อ รอนดอน โหม่งเช็ดให้ อโยเซ่ เปเรซ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งขวาไปยิง แต่บอลก็หลุดเสาแรกออกไปเลย

ในที่สุด ความพยายามของ นิวคาสเซิ่ล ก็เป็นผลในนาทีที่ 40 เมื่อ แม็ตต์ ริทชี่ เปิดลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายไปให้ เคียแรน คล้าร์ก เทกตัวโหม่งเสียบตาข่ายไม่เหลือเป็น 1-1

เอาบอลมาเขี่ยได้นาทีเดียว สิงห์บลูส์เกือบนำอีกครั้ง เมื่อ จอร์จินโญ่ เปิดให้ วิลเลี่ยน หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายไปยิงสวน ดูบราฟก้า แต่บอลหลุดเสาแรกออกไป หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 1-1

เข้าสู่ครึ่งหลัง นาทีที่ 57 เชลซี มาขึ้นนำอีกครั้งจนได้เป็น 2-1 จากจังหวะที่ อาซาร์ ได้บอลก่อนไหลเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ วิลเลี่ยน ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากหาช่องแล้วปั่นด้วยขวาส่งบอลเสียบเสาไกลสวยงาม

สิงห์บลูส์เกือบหนีห่าง จากจังหวะที่ ลุยซ์ วางยาวจากแดนตัวเองให้ วิลเลี่ยน ทะลุมากระดกหวังจะให้ข้ามหัว ดูบราฟก้า แต่คราวนี้นายด่านทีมเยือนกระโดดปัดออกหลังไปได้

ช่วงเวลาที่เหลือ ทีมเยือนก็ยังฮึดไม่ขึ้น และเจ้าถิ่นเองก็เล่นแบบเน้นรักษาสกอร์ จบเกม เชลซี เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th/

 

ศึกลูกหนังชิงความเป็นเบอร์ 1! มีใครบ้าง 6สตาร์พรีเมียร์ลีกในศึกเอเชียนคัพ2019

ศึกลูกหนังชิงความเป็นเบอร์ 1 ของทวีปเอเชีย “เอเอฟซี เอเชียน คัพ 2019”

ศึกลูกหนังชิงความเป็นเบอร์ 1 เปิดฉากขึ้นแล้วในวันเสาร์ที่ 5 มกราคมนี้ แน่นอนว่า เป็นทัวร์นาเมนต์ที่น่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีทีมชาติไทยร่วมทำศึกด้วย แต่อีกอย่างที่น่าสนใจคือเรื่องตัวนักเตะดาวดัง ที่แต่ละชาติขนมากันเพียบเลยทีเดียว และนี่คือ 6 สตาร์จากเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ร่วมฟาดแข้งในศึก เอเชียน คัพ หนนี้ แต่แอบเสียดายนิดๆ ที่ นีล เอเธอร์ริดจ์ นายทวารมือหนึ่ง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ไม่ติดทีมชาติฟิลิปปินส์
– ซน-ฮึง มิน (เกาหลีใต้) จาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ศึกลูกหนังชิงความเป็นเบอร์ 1

ทุกคนรู้จักเขาเป็นอย่างดี เพราะนี่คือนักเตะเบอร์ 1 ของเอเชียในเวลานี้ ซน ขึ้นชั้นเป็นแข้งระดับโลกไปแล้วด้วยซ้ำ หลังทำผลงานได้ดีในศึก เวิลด์ คัพ 2018 แถมยังเล่นได้ดีอย่างต่อเนื่องกับ “ไก่เดือยทอง” โดยเฉพาะในฤดูกาลนี้เจ้าตัวกดไปแล้ว 11 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 25 นัด เรียกได้ว่า สเปอร์ส เจอผลกระทบอย่างแน่นอนในช่วงที่ ดาวเตะหน้าตี๋วัย 26 ปี ไปรับใช้ชาติ ขณะที่ เกาหลีใต้ ก็กลายเป็นทีมเต็งแชมป์ทันทีเมื่อมี ซน ยืนล่าตาข่ายในแดนหน้า

สถิติรับใช้ชาติ : 74 นัด, 23 ประตู

– คี ซุง ยอง (เกาหลีใต้) จาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

ศึกลูกหนังชิงความเป็นเบอร์ 1

คี เป็นอีกหนึ่งแข้งเกาหลีใต้ที่มีประสบการณ์สูงมากในลีกยุโรป (เคยเล่นกับ เซลติก, ซันเดอร์แลนด์ และ สวอนซี ซิตี้) และฤดูกาลนี้เขาคือกำลังสำคัญในแดนกลางของทัพ “สาลิกาดง” ถึงขนาดที่กุนซือ ราฟาเอล เบนิเตซ เคยพยายามโน้มน้าวใจเจ้าตัวให้เลือกอยู่ช่วยต้นสังกัดมาแล้ว แต่ถึงกระนั้น คี มีความตั้งใจที่จะไปรับใช้ชาติ และหวังที่จะคว้าแชมป์รายการนี้มาครองให้ได้ เพราะ เกาหลีใต้ ไม่ได้แชมป์รายการนี้มาตั้งแต่ปี 1960 แล้ว

สถิติรับใช้ชาติ : 109 นัด, 10 ประตู

– มายะ โยชิดะ (ญี่ปุ่น) จาก เซาธ์แฮมป์ตัน

ศึกลูกหนังชิงความเป็นเบอร์ 1

เป็นนักเตะที่มีประสบการณ์สูงมากในเวที พรีเมียร์ลีก เพราะนี่คือฤดูกาลที่ 7 กับ เซาธ์แฮมป์ตัน แล้ว ขณะที่กับทีมชาติญี่ปุ่นนั้น โยชิดะ ก็เป็นกำลังสำคัญให้ทีมมาอย่างยาวนาน และเคยคว้าแชมป์ เอเชียน คัพ มาแล้ว 1 สมัย เมื่อปี 2011 ดังนั้นหนนี้คงเป็น เอเชียน คัพ เที่ยวสุดท้ายแล้วสำหรับปราการหลังร่างใหญ่วัย 30 ปี

สถิติรับใช้ชาติ : 88 นัด, 10 ประตู

– โยชิโนริ มูโตะ (ญี่ปุ่น) จาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

ศึกลูกหนังชิงความเป็นเบอร์ 1

มูโตะ ถูก “สาลิกาดง” กระชากตัวมาจาก ไมนซ์ 05 ด้วยค่าตัว 9.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 408.5 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แม้เพิ่งทำได้แค่ประตูเดียวในฤดูกาลนี้ แต่ถือเป็นประตูที่น่าจดจำไม่น้อย เพราะเจ้าตัวยิงได้ในเกมที่ นิวคาสเซิ่ล ออกไปพลิกแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 2-3 เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แม้เป็นกองหน้าที่ทำประตูน้อยไปหน่อย แต่ มูโตะ น่าจะเป็นตัวทีเด็ดสำหรับทัพ “ซามูไรบลู” ในศึก เอเชียน คัพ ครั้งนี้

สถิติรับใช้ชาติ : 25 นัด, 2 ประตู

– อลิเรซ่า จาฮานบัคห์ช (อิหร่าน) จาก ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน

ศึกลูกหนังชิงความเป็นเบอร์ 1

นี่คือดาวซัลโวสูงสุดของศึก เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว (ยิง 21 ประตู) และด้วยฟอร์มที่สุดยอดดังกล่าวทำให้ ไบรท์ตัน ยอมทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสร ซึ่งคาดว่าราว 17 ล้านปอนด์ (ประมาณ 731 ล้านบาท) ล่าตัว จาฮานบัคห์ช มาจาก อาแซด อัล์คมาร์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวยังแจ้งเกิดไม่ได้ เพราะยังทำประตูไม่ได้เลย จากการลงเล่น 11 นัด อย่างไรก็ตาม ปีกมาดเข้มวัย 25 ปี ถือเป็นแข้งซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 ของทีมชาติอิหร่านชุดนี้

สถิติรับใช้ชาติ : 43 นัด, 5 ประตู

– แม็ทธิว ไรอัน (ออสเตรเลีย) จาก ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน

ศึกลูกหนังชิงความเป็นเบอร์ 1

แม้รูปร่างไม่ได้สูงใหญ่ แต่ ไรอัน ถือเป็นผู้รักษาประตูที่มีฝีมือทีเดียว โดยฤดูกาลนี้เจ้าตัวลงเฝ้าเสาในเกม พรีเมียร์ลีก ให้ต้นสังกัดเกือบครบทุกนัด และมีสถิติเซฟติดอันดับต้นๆ ของลีกด้วย แน่นอนว่า นายทวารวัย 26 ปีรายนี้ คือกำลังสำคัญของทัพ “ซอคเกอร์รูส์” ในการป้องกันแชมป์ เอเชียน คัพ

สถิติรับใช้ชาติ : 50 นัด

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th