เรื่อง

ลุ้นแชมป์สมัย6!เกร็ดน่าสนใจหลังเชลซีลิ่วชิงคาราบาวคัพ

ลุ้นแชมป์สมัย6 แม้เกมแรกออกไปแพ้ 0-1 แต่ “สิงห์บลูส์” เชลซี สามารถพลิกสถานการณ์ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในศึก คาราบาว คัพ

ลุ้นแชมป์สมัย6 ได้สำเร็จ หลังเกมรอบรองฯ เลกสอง เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชือด ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 ก่อนดวลจุดโทษชนะด้วยสกอร์ 4-2 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมา โดยรอบชิงฯ พวกเขาจะดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์เก่า วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ และนี่คือเกร็ดน่าสนใจหลังเกมเมื่อคืนวันพฤหัสบดี
– เฟร์นานโด ยอเรนเต้ กองหน้าร่างใหญ่ “ไก่เดือยทอง” ทำได้ถึง 8 ประตู จากการลงเล่นเป็นตัวจริงให้ทีม 5 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ

– สเปอร์ส แพ้ในการดวลจุดโทษ 8 จาก 10 ครั้งหลังสุด (รวมทุกรายการ)

ลุ้นแชมป์สมัย6
– ฤดูกาลนี้ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์จอมขยัน “สิงห์บลูส์” ทำประตูไปแล้ว 4 ลูก จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 30 นัด ซึ่งเป็นจำนวนประตูเท่ากับจาก 129 เกมก่อนหน้านี้ใน 3 ฤดูกาลที่ค้าแข้งในอังกฤษ

– เอแด็น อาซาร์ ยอดปีก เชลซี กดไปแล้ว 6 ประตู ในการเจอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ รวมทุกรายการ

ลุ้นแชมป์สมัย6
– เชลซี ไม่เคยแพ้ใน 46 เกม (รวมทุกรายการ) ที่ อาซาร์ ทำประตูได้ใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ (ชนะ 39 เสมอ 7)

– ช่วงครึ่งแรกของเกมนี้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หัวหอก เชลซี ผ่านบอลเข้าเป้าแค่หนเดียว

ลุ้นแชมป์สมัย6
– นี่คือชัยชนะหนที่ 2 ของ เชลซี จากการดวลจุดโทษ 6 ครั้งหลังสุดในรายการนี้

– เชลซี ทะลุเข้าสู่รอบชิงฯ บอลถ้วยรายการนี้เป็นหนที่ 8 ซึ่งมากเทียบเท่ากับ แอสตัน วิลล่า, สเปอร์ส และ อาร์เซน่อล โดยเป็นรองแค่ ลิเวอร์พูล (12) กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (9) เท่านั้น

ลุ้นแชมป์สมัย6
– เชลซี จะดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นหนแรกในการแข่งขันรอบชิงฯ บอลถ้วย โดย “สิงห์บลูส์” ลุ้นคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 6 (รองแค่ ลิเวอร์พูล ที่ได้ 8 สมัย) ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” หวังคว้าแชมป์เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน ซึ่งจะถือเป็นทีมแรกที่ทำแบบนั้นได้นับตั้งแต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำได้ในปี 2009 และ 2010

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

บาร์ซ่าจัดเมสซี่ 

บาร์ซ่าจัดเมสซี่เปิดบ้านขยี้เลบันเต้ลุ้นพลิกลิ่วโกปา เดล เรย์

บาร์ซ่าจัดเมสซี่ บาร์เซโลน่า ของ เทรนเนอร์ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังเลย เมื่อออกไปพ่ายต่อเลบันเต้ 1-2

บาร์ซ่าจัดเมสซี่ ส่งตัวสำรองมากเกินไป เกมนี้ไม่ประมาทจัด ลิโอเนล เมสซี่ บัญชาทัพ ทางด้าน เลบันเต้ ของกุนซือ ปาโก้ โลเปซ ลุ้นยันเข้ารอบหลังกุมความได้เปรียบในนัดแรก ในศึกฟุตบอล โกปา เดล เรย์ สเปนรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง คืนวันพฤหัสบดีที่ 17 ม.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล โกปา เดล เรย์ สเปนรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง
วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2562
บาร์เซโลน่า (ลา ลีกา) – เลบันเต้ (ลา ลีกา)
เวลา : 03.30 น.
สนาม : คัมป์ นู

บาร์เซโลน่าเกมแรกโชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังเลย เมื่อออกไปพ่ายต่อเลบันเต้ 1-2 ก่อนจะแก้ตัวได้ ด้วยด้วยเปิดคัมป์ นู ถล่มเออิบาร์ 3-0 ในเกมลา ลีกา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เทรนเนอร์ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน ซามูแอล อุมติตี้,โธมัส แฟร์มาเล่น สองปราการหลัง เช่นเดียวกับ ราฟินญ่า กองกลางที่ยังต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บ

นัดแรกบาร์ซ่าใช้ผู้เล่นสำรองลงสนามเกือบทั้งหมด อันเป็นที่มาของความพ่ายแพ้ เกมนี้ต้องเน้นกว่าเดิม

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิเลียน ที่มีข่าวเชื่อมโยงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมามีบทบาทเยอะอีกครั้งจากการยิง 1 จ่าย 1 ใน 2 เกมล่าสุด ต้องรอดูว่าบัลเบร์เด้จะให้เป็นตัวจริงต่อเนื่องเลยหรือเปล่า เพราะเล่นมีครบ 90 นาทีมาตลอด 2 เกมหลัง

หากคูตินโญ่ได้พักสามประสานแนวรุกกลับมาเป็น อุสมาน เดมเบเล่ ออกสตาร์ตริมเส้นคนละฟากกับ ลิโอเนล เมสซี่ โดยมี หลุยส์ ซัวเรซ ที่ยิง 2 ประตูในเกมลีกผลิตสกอร์

ส่วนเลบันเต้สร้างความฮือฮาด้วยการเอาชนะบาร์เซโลน่าในเกมแรก 2-1 โดยเป็นฝ่ายออกนำไปก่อน 2-0 ด้วย ส่วนเกมลา ลีกา ล่าสุดออกไปพ่าย แอต.มาดริด 0-1 รั้งอันดับ 12 ของตาราง

เทรนเนอร์ ปาโก้ โลเปซ ได้ตัว เซร์คิโอ ปอสตีโก้ ปราการหลังตัวเก่งกลับมาลงสนามได้อีกครั้งหลังชดใช้โทษแบนในเกมลีก และจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง คุมหลังบ้านในระบบ 3-4-1-2

รูเบน โรชีน่า เพลย์เมกเกอร์เตรียมกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังมีชื่อเป็นเพียงสำรองในเกมลีกล่าสุด

แดนหน้าเตรียมปรับจากเกมบุกรังตราหมีด้วยการเรียก เอ็มมานูเอล บัวเต็ง กลับมาเป็นตัวจริงกับ บอร์ฆา มาโยรัล เด็กปั้น เรอัล มาดริด ผู้ยิงประตูพาเลบันเต้คว้าชัยชนะในเกมเลกแรก

บาร์ซ่าจัดเมสซี่ 

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น – เนลซอน เซเมโด้, เฮยซอน มูรีโย่, เกลม็อง ลองเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา – อาร์ตูร์ เมโล่, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, การ์เลส อเลนญ่า – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อุสมาน เดมเบเล่ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่)

เทรนเนอร์ : เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้

เลบันเต้ (3-4-1-2) : ไอตอร์ เฟร์นานเดซ – เอริค กาบาโก้, เซร์คิโอ ปอสตีโก้, เชมา – โกเก้, ซานยิช เพอร์ซิช, โฆเซ่ กัมปันญ่า, มอยเสส ซิโมน – รูเบน โรชีน่า – บอร์ฆา มาโยรัล, เอ็มมานูเอล บัวเต็ง

เทรนเนอร์ : ปาโก้ โลเปซ

ผู้ตัดสิน : โฆเซ่ ซานเชซ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ตราหมียังยวบ

ตราหมียังยวบ!แอต.มาดริดสถิติข่มส่งกรีซมันน์ตะบันเลบันเต้

ตราหมียังยวบ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นายใหญ่ “ตราหมี” แอต.มาดริด ยังคงต้องปวดหัวหนักในการจัดทัพหลังตัวหลักเดี้ยงหลายราย

ตราหมียังยวบ ส่วนแนวรุกยังคงใช้ อองตวน กรีซมันน์ เช่นเคย ทางด้าน ปาโก้ โลเปซ กุนซือผู้มาเยือนพร้อมสู้ มี โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส บัญชาทัพลุย ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน วันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562
แอต.มาดริด (2) – เลบันเต้ (11)
ถ่ายทอดสดเวลา 18.00 น. : บีอิน สปอร์ตส์ 2
สนาม : เอสตาดิโอ ว่านต๋า เมโตรโปลิตาโน่

ตราหมียังยวบ

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ นายใหญ่ตราหมี ยังคงมีปัญหาในการจัดทีมเหมือนเช่นเคย โดยเกมนี้ ซาอูล ญิเกซ ดาวเตะสารพัดประโยชน์ติดโทษแบนลงสนามไม่ได้ ทำให้แบ็กซ้ายต้องลุ้นความฟิตของ ลูกัสเอร์นานเดซ

หากไม่ไหวจะต้องโยกแบ็กขวาอย่าง ซานติอาโก้ อาเรียส มาเล่น เนื่องจาก ฟิลิเป้ หลุยส์ กาสมีร์สกี้ แบ็กซ้ายอีกรายก็ยังบาดเจ็บ ในแผงมิดฟิลด์จะไม่มี เกลซง มาร์ตินส์ ปีกโปรตุกัสที่เข้ารับการผ่าตัดจมูกหลังจากเกิดอาการหายใจติดขัด แต่ไม่มีปัญหาเพราะ โตมาร์ เลอมาร์ กับ โกเก้ พร้อมลงเล่นอยู่แล้ว

เช่นเดียวกับ โตมัส ปาร์เตย์ ที่จะลงคุมเกมตรงกลางร่วมกับ โรดรี้ ในแดนหน้า ดีเอโก้ คอสต้า ยังบาดเจ็บอยู่ เกมนี้ กรีซมันน์ จะลงยืนคู่กับ อังเคล กอเรอา

ฟาก ปาโก้ โลเปซ กุนซือผู้มาเยือนจะไม่มี เซร์คิโอ ปอสตีโก้ เซนเตอร์ตัวเก่งที่โดนใบแดงไล่ออกเกมที่แล้ว ทำให้ เชม่า โรดริเกซ จะได้ลงยืนตัวจริงแทน

ข่าวดีคือในแนวรุกจะได้ รูเบน โรชีน่า เพลย์เมกเกอร์พ้นโทษแบนลงมาทำเกมอีกครั้ง โดยจะยืนหลังคู่หัวหอกอย่าง โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส และ โรเคร์ มาร์ตี้

ส่วนในรายของ อันโตนิโอ ลูน่า และ อาร์มานโด้ ซาดิกู กองหน้ายังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แอต.มาดริด (4-4-2) ยาน โอบลัค-ฆวนฟราน ตอร์เรส, สเตฟาน ซาวิช, ดีเอโก้ โกดิน, ลูกัส เอร์นานเดซ (ซานติอาโก้ อาเรียส)-โกเก้, โตมัส ปาร์เตย์, โรดรี้, โตมาร์ เลอมาร์- อังเคล กอเรอา, อองตวน กรีซมันน์

เลบันเต้ (3-4-1-2) ออยเอร์ โอลาซาบัล-เชม่า โมดริเกซ, เอริค กาบาโก้, โรเบร์ ปีเอร์-เฆซอน, โฆเซ่ กัมปานญ่า, เอร์นีส บาร์ดี้, โตนโญ่ การ์เซีย-รูเบน โรชีน่า-โฆเซ่ หลุยส์ โมราเลส, โรเคร์ มาร์ตี้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ราชันเดี้ยงเพียบ!มาดริดงานหนักจัดโมดริชยกพลดวลเบติส

ราชันเดี้ยงเพียบ! “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ของนายใหญ่ เรอัล มาดริด มีปัญหาแนวรุกตัวสำคัญเดี้ยงเพียบ

ราชันเดี้ยงเพียบ! ขณะที่ดาวรุ่งฟอร์มฮอตอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ ก็ต้องรอลุ้นจนนาทีสุดท้ายว่าพร้อมลงสนามเกมนี้หรือไม่ แดนกลางวาง ลูก้า โมดริช นำทีมบู๊ ส่วนทางเจ้าถิ่น เรอัล เบติส ของ กีเก้ เซเตียน แข็งแกร่งเกมในบ้านมี เซร์คิโอ กานาเลส ลงซัลโวสู้ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562
เรอัล เบติส (7) – เรอัล มาดริด (5)
ถ่ายทอดสดเวลา 02.45 น. : บีอิน สปอร์ตส์ 2
สนาม : เอสตาดิโอ เบนิโต้ บียามาริน

กีเก้ เซเตียน กุนซือเบติส จะยังคงชวดใช้งาน จูเนียร์ ฟีร์โป้ วิงแบ็กซ้ายที่ยังเจ็บ ทำให้โอกาสยังคงเป็นของ คริสเตียน เตโย่ ต่อไป ขณะที่แดนกลาง วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ จะลงคุมเกมร่วมกับ ฆาบี การ์เซีย

แล้วปรับ โจวานนี่ โล เซลโซ่ ขึ้นสูงไปทำเกมรุกร่วมกับ เซร์คิโอ กานาเลส โดยมี โลเรน โมรอน ยืนกองหน้าตัวเป้า ทำให้ ฆัวกิน ซานเชซ มิดฟิลด์จอมเก๋าที่เล่นมาติดต่อกันหลายนัดจะได้พักบ้าง

ราชันเดี้ยงเพียบ
ในรายของ ซิดเน กองหลังบราซิเลียนยังบาดเจ็บ ส่วน ทาเคชิ อินูอิ ติดทีมชาติญี่ปุ่นไปเล่นเอเชียนคัพ

ด้าน ซานติอาโก้ โซลารี่ นายใหญ่ราชันชุดขาว ยังคงวุ่นวายกับการจัดตัวต่อไปเมื่อล่าสุดต้องเสียแกนหลักเพิ่มอีกถึง 2 ราย เมื่อ ติโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารมือหนึ่งกับ โทนี่ โครส มิดฟิลด์เยอรมันบาดเจ็บลงสนามไม่ได้ด้วยกันทั้งคู่

ขณะที่ดาวรุ่งฟอร์มฮอตอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์ ก็ป่วยเป็นไข้อาจจะลงไม่ไหว ในรายของ แกเร็ธ เบล, มาร์กอส ยอร์เรนเต้, มาร์โก อาเซนซิโอ และ มาเรียโน่ ดิอ๊าซ ก็ยังมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน เท่านั้นไม่พอ ลูกัส บาซเกซ ก็ยังมาติดโทษแบนอีกราย เกมรุก โซลารี่ จะต้องลุ้นอาการป่วยของ วินิซิอุส ถ้าไม่ไหว บราฮิม ดิอ๊าซ จะลงเล่นแทน

ส่วนตัวรุกฝั่งขวา อีสโก้ น่าจะได้โอกาสตัวจริงเสียที หัวหอกตัวเป้ายังคงเป็น คาริม เบนเซม่า แเดนกลาง ดานี่ เซบายอส จะกลับมาเป็นตัวจริงทำเกมร่วมกับ ลูก้า โมดริช และ กาเซมีโร่ แนวรับมีเซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, มาร์เซโล่ และ ดานี่ การ์บาฆาล ยืนร่วมกัน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล เบติส (3-4-2-1) เปา โลเปซ- อิสซ่า มานดี้, มาร์ก บาร์ตร้า, ซู เฟดดาล-ฟรานซิส เกร์เรโร่, ฆาบี การ์เซีย, วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่, คริสเตียน เตโย่- เซร์คิโอ กานาเลส, โจวานนี่ โล เซลโซ่- โลเรน โมรอน

เรอัล มาดริด (4-3-3) เกย์ลอร์ นาวาส-ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน,เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่-ลูก้า โมดริช, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, ดานี่ เซบายอส-อีสโก้, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์ (บราฮิม ดิอ๊าซ)

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ฟาเบรกาสตัวจริง

ฟาเบรกาสตัวจริง!โมนาโกเร่งฟอร์มมีฟัลเกานำแข้งใหม่ฟัดมาร์กเซย

ฟาเบรกาสตัวจริง เธียร์รี่ อองรี เทรนเนอร์ โมนาโก ยังรั้งรองบ๊วยแต่มีข่าวดีในเกมนี้

ฟาเบรกาสตัวจริง หลังได้ทั้ง อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน พ้นโทษแบน และ 3 สมาชิกใหม่อย่าง นัลโด้, เชส ฟาเบรกาส, โฟเด้ บัลโล-ตูเร่ พร้อมลงตัวจริงทั้งหมด โดยมี ราดาเมล ฟัลเกา นำทีม ส่วนทาง โอลิมปิก มาร์กเซย เจ้าบ้านของ รูดี้ การ์เซีย ฟอร์มตกเช่นกัน ไม่ชนะ 7 เกมซ้อน วาง ดิมิทรี ปาเยต ลั่นสกอร์ ในศึกฟุตบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส นัดที่ 20 คืนวันอาทิตย์ที่ 13 ม.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส นัดที่ 20
วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562
โอลิมปิก มาร์กเซย (7) – โมนาโก (19)
ถ่ายทอดสดเวลา 03.00 น. : บีอิน สปอร์ตส์ 4

สนาม : ออเร้นจ์ เวโลโดรม

รูดี้ การ์เซีย เทรนเนอร์มาร์กเซยวัย 54 ปี นำทีมไม่ชนะ 7 เกมซ้อน โดยล่าสุดพวกเขาพลิกล็อกแพ้ อองเดรซิเยอซ์ ทีมจากนาซิยงนาล 2 หรือ ดิวิชั่น 4 ฝรั่งเศส 0-2 ในสนามกลางที่ สต๊าด เจ๊ฟฟรัวกีชาร์,

แซงต์-เอเตียน ในศึกฟุตบอลถ้วยรายการ ”เฟร้นช์ คัพ” รอบ 64 ทีมสุดท้าย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม

ฟาเบรกาสตัวจริง
เวลานี้ทีมขาด ฮิโรกิ ซากาอิ แบ็กขวาทีมชาติญี่ปุ่น ไปเล่นให้ทีมชาติในทัวร์นาเมนต์ เอเชียน คัพ 2019 ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ คอนสตานตินอส มิโตรกลู กองหน้ากรีซบาดเจ็บ

แต่ทีมได้ อาดิล รามี่ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฝรั่งเศสหายเจ็บ

อาแอส โมนาโก ลงสนามล่าสุดเปิดบ้านเสมอ แรนส์ 1-1 หลังจบ 90 นาที โดยโมนาโกชนะจุดโทษ 8-7 ในเฟร้นช์ ลีก คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวันพุธที่ 9 มกราคม ซึ่งตอนนี้ทีมไม่แพ้ 2 เกมซ้อน

เธียร์รี่ อองรี เทรนเนอร์โมนาโกวัย 41 ปี ได้ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน มิดฟิลด์รัสเซียพ้นโทษแบนยาว 4 นัด

ส่วน นาเซอร์ ชาดลี่ มิดฟิลด์เบลเยียมบาดเจ็บ, โรนาแอล ปิแอร์-กาเบรียล กองหลังวัย 20 ปีบาดเจ็บ, อันเดรีย ร้าจจี้ กองหลังอิตาลีบาดเจ็บ, ฆอร์ดี้ เอ็มบูล่า กองหน้าสเปนวัย 19 ปี บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาขวา, เควิน เอ็นโดราม กองหลังบาดเจ็บหัวเข่าซ้าย

และ ฌิบริล ซิดิเบ้ แบ็กขวาทีมชาติฝรั่งเศสบาดเจ็บหัวเข่าขวา, ฌอง-อูเดส อาโอลู กองกลางไอวอรี่โคสต์บาดเจ็บเท้าซ้าย, สเตวาน โยเวติช กองหน้ามอนเตเนโกรบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา, ปิเอโตรเปลเลกรี กองหน้าอิตาลีวัย 17 ปี บาดเจ็บโคนขาหนีบซ้าย, อัลมามี่ ตูเร่ แบ็กขวาบาดเจ็บ, วิลเลม เฌิบแบลส์ หัวหอกบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาซ้าย, อดาม่า ตราโอเร่ มิดฟิลด์มาลีไม่ฟิต

อองรีจะส่ง 3 สมาชิกใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้าสังกัดทั้ง นัลโด้, เชส ฟาเบรกาส, โฟเด้ บัลโล-ตูเร่ ลงตัวจริง

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

โอลิมปิก มาร์กเซย : สตีฟ ม็องด็องด้า – บูน่า ซาร์, อาดิล รามี่, โรลันโด้, จอร์ดาน อมาวี่ – มักซีม โลเปซ, เควิน สตรอทมัน, ลุยซ์ กุสตาโว่ – ฟลอริยอง โตแว็ง, ลูคัส โอคัมโปส, ดิมิทรี ปาเยต (กัปตันทีม)

โมนาโก : ดีเอโก้ เบนาโญ่ – คามิล กลิค, นัลโด้, เบอนัวต์ บาเดียชิล – เบนจามิน เฮนริคส์, ยูริ ตีเลอมันส์, เชส ฟาเบรกาส, โฟเด้ บัลโล-ตูเร่ – มุสซา ซิย์ลล่า, ราดาเมล ฟัลเกา (กัปตันทีม), โรนี่ โลเปส

ผู้ตัดสิน : มิกาแอล เลอซาช

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว เลรอย ซาเน่ ปีกทีมชาติเยอรมนี ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับคืนสู่การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว หลังจากโชว์ฟอร์มหรูและยังสวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยให้ทีมเฉือน ลิเวอร์พูล 2-1 ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่าน รวมทั้งยัดเยียนพ่ายแพ้เกมลีกนัดแรกให้ “หงส์แดง” ในซีซั่นนี้
สำหรับประตูที่ ลิเวอร์พูล เสียต้องยอมรับว่าเป็นการทำเกมที่ดุดันของเจ้าบ้าน แต่น่าเสียดายตรงนี้ เดยัน ลอฟเรน ดันแจกความสดใสให้กับคู่แข่ง เมื่อเสียสมาธิปล่อยให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ วิ่งแซงหน้า ก่อนจะตะบันเต็มข้อบอลพุ่งราวจรวดชนิดที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ไม่มีทางป้องกันได้เลย

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว

ที่สำคัญแมตช์นี้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาต้องพัฒนาฝีเท้าอีก เพราะการเจอกับผู้เล่นระดับโลกอย่าง ซาเน่ ที่มีทั้งเทคนิค และความเร็ว ทำให้เขาไม่สามารถจัดการ ดาวเตะทีมชาติเยอรมนี ได้เลย นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เลือกที่จะเจาะทางฝั่งขวาคู่แข่ง

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ เป็นเพียง 1 แมตช์ที่ ลิเวอร์พูล เสีย 3 คะแนน แต่ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออันดับของพวกเขา และสิ่งสำคัญที่นักเตะ “หงส์แดง” ต้องจดจำเอาไว้ก็คือพวกเขายังนำอยู่ 4 คะแนน ฉะนั้นแค่ประครองตัวเอง และทำให้ดีที่สุดในเกมของตัวเอง แค่นั้นก็พอ

1. ซาเน่เล่นงานยับ

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับทัศนคติของ เลรอย ซาเน่ ในบางครั้ง แต่ ปีกทีมชาติเยอรมนี ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสร้างผลงานดีมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และในเกมพบ ลิเวอร์พูล คงทำให้ กุนซือชาวสแปนิช เห็นแล้วว่าเขาขาดนักเตะรายนี้ไม่ได้จริงๆ

อดีตสตาร์ลูกหนังชาลเก้ 04 ที่จะอายุครบ 23 ปีในสัปดาห์หน้า โชว์สเต็ปกระชากลากเลื้อยจนทำให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ต้องปั่นป่วนเอาไม่อยู่ เช่นเดียวกับ เดยัน ลอฟเรน ที่ไม่สามารถรับมือกับความรวดเร็วของปีกหัวฟูได้เลย และเขาก็มีส่วนในจังหวะสำคัญก่อนที่ อเกวโร่ จะซัดประตูสุดสวยให้เจ้าบ้านขึ้นนำ

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
แน่นอนว่าเอกลักษณ์ที่แสนโดดเด่นของ ซาเน่ ก็คือการเลี้ยงบอลครองเท้าและยังรวดเร็วอีกต่างหาก ทำให้เขาสามารถขู่แนวรับกองหลังได้ตลอด ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนของแบ็กขวา “หงส์แดง” ว่าหากเจอผู้เล่นที่มีความคล่องตัว โอกาสจะโดนเจาะก็มีเยอะมาก

ที่สำคัญการเติมเกมที่รวดเร็วเวลาที่ทีมมีโอกาสสวนกลับเป็นจุดเด่นของ ซาเน่ อยู่แล้ว และประตูชัยของ แมนฯ ซิตี้ ก็มาจากจังหวะดังกล่าว ก่อนจะจับด้วยการยิงที่เฉียบคมของ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช

2. เทคโนโลยีช่วยได้เยอะ

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
ต้องยอมรับว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ในวงการฟุตบอลถือว่าเป็นเรื่องดีมากๆ และสามารถช่วยให้การตัดสินของกรรมการมีความเที่ยงตรงยิ่งขึ้น เหมือนกับการใช้เทคโนโลยีที่เส้นประตู หรือ “โกลไลน์” เพราะหากไม่มีระบบนี้แน่นอนว่าสถานการณ์ของเกมอาจจะเปลี่ยนไป

ในนาทีที่ 19 จากจังหวะที่ จอห์น สโตน เตะบอลอัด เอแดร์สัน ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน ลูกบอลลอยหมุนติ้วบินถลาแล่นลมเข้าไปในประตู แน่นอนว่าหากใช้สายตามนุษย์ ท่านเปาแอนโทนี่ย์ เทย์เลอร์ คงเป่านกหวีดดังลั่นให้ลูกนี้เป็นประตูขึ้นนำของ “เดอะ เร้ดส์”

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
อย่างไรก็ตาม ด้วยการมี โกลไลน์ ทำให้ทุกอย่างมีความเที่ยงตรง เนื่องจากเมื่อได้ดูจากภาพช้าเห็นได้ชัดว่าลูกบอลลอยข้ามเส้นไปเกือบเต็มใบแล้ว โดยน่าจะประมาณ 99.99 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังถือว่าไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” ไม่เสียประตู

ลองคิดดูเล่นหากจังหวะนั้นเป็นประตูขึ้นนำของทีมเยือน งานนี้เกมจะออกมาเป็นแบบไหน งานนี้แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนก็แล้วกัน

3. อเกวโร่คมกว่า ซาลาห์

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว

เปิดซิงลิเวอร์พูลเซร์คิโอ อเกวโร่ ทำผลงานได้เฉียบคมเหนือกว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในเกมนี้ หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มให้เห็นถึงจังหวะการยิงประตูที่เด็ดขาด รวมทั้งการมี

ส่วนร่วมกับเกม ทำให้ แมนฯ ซิตี้ สามารถไล่กดดัน ลิเวอร์พูล ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเกมจนกระทั่งหมดเวลา

หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ ยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 250 ประตู โดยแมตช์นี้ “กุน” แสดงให้เห็นถึงพลังการทำลายล้างในการตะบันลูกหนังเต็มข้อ แถมที่เด็ดกว่านั้นก็คือเจ้าตัวยิงประตูทั้งๆ ที่มีมุมเหลืออยู่นิดเดียว แน่นอนว่านี่คือศักยภาพชั้นยอดของกองหน้าระดับโลกจริงๆ

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
นอกจากจะยิงประตูได้แล้ว อดีตสตาร์ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ยังสามารถสร้างความวุ่นวายให้กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และแนวรับของ “หงส์แดง” ได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะ ลอฟเรน ที่ดูเหมือนจะเอา อเกวโร่ ไม่อยู่ และแน่นอนประตูที่เสียก็มาจากการขาดสมาธิของ แนวรับเลือดโครแอต เต็มๆ ที่ปล่อยให้คู่แข่งวิ่งตัดหน้าเข้าไปยิงประตู

4. โรเบิร์ตสัน พิสูจน์คุณค่าได้อีกครั้ง

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
เห็นได้ชัดเลยว่า แมนฯ ซิตี้ ที่มีนักเตะซูเปอร์สตาร์ค่าตัวแพงระยับอยู่เต็มทีม แต่ไม่สามารถเอาชนะ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายจอมขยันของ ลิเวอร์พูล ได้เลย แน่นอนว่า ดาวเตะเลือดสกอตติช แสดงให้เห็นแล้วว่าทำไม เจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงเลือกเขาลงเล่นอย่างต่อเนื่อง

ดาวเตะค่าตัวแค่ 8 ล้านปอนด์ (ราว 344 ล้านบาท) ที่ย้ายมาจาก ฮัลล์ ซิตี้ เมื่อ 18 เดือนก่อน สามารถเล่นได้ดีเยี่ยมไม่ต่างจาก ฟาน ไดค์ ที่ย้ายมาอยู่กับ “หงส์แดง” ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ (ราว 3,225 ล้านบาท) และเจ้าตัวมีส่วนทำให้เกมรับของทีมแข็งแกร่ง

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
เรื่องพละกำลังและความขยันไม่ต้องพูดถึง โรเบิร์ตสัน สามารถวิ่งได้ไม่มีหมด โดยเฉพาะในเกมนี้การต้องสู้กับผู้เล่นที่มีความเร็วสูงอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง เจ้าตัวทำได้ดีมากๆ และจัดการ ปีกทีมชาติอังกฤษ อยู่หมัด ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจทำไม “เป๊ป” ถึงเลือกบุกทางฝั่งซ้ายของทีมเยือน เพราะ ซาเน่ จัดการ อาร์โนลด์ ได้สบายๆ

5. ลิเวอร์พูล ยังได้ถือความได้เปรียบ

ซาเน่ เด็ด แพ้แล้ว
ความพ่ายแพ้ในเกมนี้อาจจะทำให้แฟนบอลแท้และเฉพาะกิจของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เฮสนั่น เพราะทำให้พวกเขากลับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 และมีแต้มไล่บี้ ลิเวอร์พูล จ่าฝูงเหลือ 4 คะแนนเท่านั้น แถมยังจัดการลบสถิติไร้แพ้ในเกมลีกฤดูกาลนี้ของพวกเขาลงได้สำเร็จ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

หงส์แดงแพ้เป็นแล้ว!ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลบุกพ่ายแมนซิตี้

หงส์แดงแพ้เป็นแล้ว! การลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2018-19 กลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง

หงส์แดงแพ้เป็นแล้ว! หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง ปราชัยเป็นครั้งแรกของซีซั่น ด้วยการออกไปแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับ “เรือใบสีฟ้า” ที่มาดีมากๆ ในเกมนี้ คุมเกมจน “หงส์แดง” แทบไม่มีโอกาสลุ้นทำสกอร์ และก็ต้องชม เซร์คิโอ อเกวโร่ กับ ลีรอย ซาเน่ ที่ยิงได้คมมากๆ…หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่า จะกลับมาได้ทันทีหรือเสียศูนย์ไปเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และนี่คือผลสอบของบรรดานักเตะ “หงส์แดง” ในเกมนี้
11 ตัวจริง

หงส์แดงแพ้เป็นแล้ว!
– อลีสซง เบ็คเกอร์ : 7
สองประตูที่เสียไปสุดปัญญาจริงๆ แต่ทำได้เยี่ยมมากในจังหวะป้องกันลูกที่ อเกวโร่ หลุดเข้าไปยิง

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 5
เป็นจุดที่โดน แมนฯ ซิตี้ เล่นงานทั้งเกม และก็แน่นอนเอา ลีรอย ซาเน่ ไม่อยู่

– เดยัน ลอฟเรน : 5
เล่นได้ชวนเสียวตั้งแต่ต้นเกมแล้ว และคุม เซร์คิโอ อเกวโร่ ไม่อยู่ในจังหวะที่เสียประตู โดยรวมถือเป็นวันที่ย่ำแย่

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7
ช่วยบล็อกช่วยเคลียร์ได้หลายครั้ง แต่ต้องหนักใจเมื่อ ลอฟเรน แจกบอลให้คู่แข่งบ่อยๆ

– แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน : 8
โดนเด่นสุดในเกมนี้สำหรับฝั่ง “หงส์แดง” เกมรับยอดเยี่ยม เกมรุกก็ทำได้ดีมากๆ โดยเฉพาะจังหวะขึ้นมาโหม่งแอสซิสต์ให้

– จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 7
เล่นได้ค่อนข้างน่าพอใจ เข้าแท็กเกิ้ลสวยๆ หลายครั้ง ช่วยทีมได้เยอะในแดนกลาง

– เจมส์ มิลเนอร์ : 6
ทำเต็มที่แล้ว แต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกต้นครึ่งหลัง

– จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7
เล่นใช้ได้เลย ทำงานหนักในแดนกลาง ก่อนถูกเปลี่ยนตัวตามแท็กติก

– ซาดิโอ มาเน่ : 6
น่าเสียดายในจังหวะที่หลุดเข้าไปยิงชนเสา แต่โดยรวมเกมนี้เล่นไม่ออก แถมจับบอลไม่ค่อยนิ่งเท้า

– โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 6
เล่นยากมากในวันนี้ โดยแนวรับคู่แข่งประกบติดจนไปไม่เป็น แต่ก็มีลุ้นท้ายเกมที่หลุดเข้าไปยิงติดเซฟ เอแดร์ซอน

– โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 7
แม้ส่วนใหญ่หายไปจากเกม แต่เจ้าตัวก็ชิ่งบอลทำเกมกับเพื่อนได้สวยๆ หลายครั้ง และเป็นคนพุ่งโขกทำประตูตีเสมอให้ทีมจนมีความหวังที่จะได้แต้มกลับบ้าน

สำรองที่ได้ลงเล่น

– ฟาบินโญ่ (แทน มิลเนอร์ น. 57) : 7
ทำได้ดีทีเดียวในการถูกส่งลงมาช่วยวางบอล และพาทีมกลับมาสู่เกม

– เซอร์ดาน ชากิรี่ (แทน มาเน่ น. 77) : –
เกมนี้ไม่มีมหัศจรรย์จากเขา

– แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (แทน ไวจ์นัลดุม น. 86) : –
ไม่สามารถให้คะแนนได้

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

นัดตกค้าง! 

นัดตกค้าง!มาดริดจัดเต็มวางเบนเซม่าดับซ่าบียาร์เรอัลมาดริค

นัดตกค้าง! ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ของ ซานติอาโก้ โซลารี่ พึ่งกลับมาจากภารกิจคว้าแชมป์

นัดตกค้าง! ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2018 สภาพทีมพร้อมรบนำโดย คาริม เบนเซม่า เช่นเคย ทางด้าน “เรือดำน้ำสีเหลือง” บียาร์เรอัล ของ หลุยส์ การ์เซีย ปลาซ่า ฟอร์มห่วยรั้งอันดับ 18 ของตาราง มี เคราร์ด โมเรโน่ นำบู๊สู้ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 3 ม.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม 2562
บียาร์เรอัล (18) – เรอัล มาดริด (4)
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2, เวลา : 03.30 น.
สนาม : เอล มาดรีกาล

นัดตกค้าง! 

บียาร์เรอัล ของ หลุยส์ การ์เซีย ปลาซ่า ออกไปเสมอ อ้วยส์ก้า 2-2 ในเกมสุดท้ายของปี 2018 เมื่อกลางเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา

ความพร้อมล่าสุด มาริโอ กาสปาร์ แบ็กขวา ติดโทษแบน 1 หลังโดนไล่ออกในเกมล่าสุด ทำให้เตรียมปรับเอา มิเกล ลายุน ถอยต่ำลงมาเล่นแทน

ด้าน บรูโน่ โซเรียโน่ และ มิเกล ยามบริช ยังบาดเจ็บต้องพักต่อไป

ในแดนกลาง ฆาบี ฟ้วยโก้ น่าจะเบียด มานูเอล ตรีเกโรส ลงเป็นมิดฟิลด์ตัวคุมเกมร่วมกับ ซานติอาโก้ กาเซเรส

ส่วนแดนหน้า การ์ลอส บักก้า จะลงล่าตาข่ายร่วมกับ เคราร์ด โมเรโน่ โดยมี ซามูเอล ชุคเวเซ่ กับ ปาโบล ฟอร์นัลส์ เดินเกมรุกริมเส้น

เรอัล มาดริด ของ ซานติอาโก้ โซลารี่ กลับมาจากภารกิจคว้าแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2018 ด้วยการถล่ม อัล ไอน์ 4-1 ในรอบชิงชนะเลิศ

ส่วนในลีกล่าสุด ”ราชันชุดขาว” เปิดบ้านเชือด ราโย บาเยกาโน่ 1-0 รั้งอันดับ 4 มี 29 แต้ม ตามหลัง บาร์เซโลน่า จ่าฝูง 8 คะแนน แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด

สภาพทีมล่าสุด โซลารี่ หมดสิทธิ์ใช้งาน มาร์กอส ยอร์เรนเต้ มิดฟิลด์ตัวรับ ที่กำลังฟอร์มฮอต หลังเจ็บโคนขาหนีบข้างซ้ายฉีก ต้องพัก 2-3 สัปดาห์ ทว่ายังได้ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามแล้ว

ในรายของ มาเรียโน่ ดิอาซ กับ มาร์โก อาเซนซิโอ ยังมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน ต้องพักรักษาตัวต่อไป

การจัดทัพ คาดว่า โซลารี่ น่าจะยึดผู้เล่นชุดคว้าแชมป์สโมสรโลกลงสนามเป็นหลัก ติโบต์ กูร์กตัวส์ เฝ้าประตู แผงหลังนำโดย เซร์คิโอ รามอส กับ ราฟาแอล วาราน

แดนกลางยัด กาเซมีโร่ ประสานงานกับ ลูก้า โมดริช และ โทนี่ โครส แดนหน้าวาง คาริม เบนเซม่า หอกเป้า ขนาบด้วย ลูกัส บาซเกซ กับ แกเร็ธ เบล

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

บียาร์เรอัล (4-4-2) : เซร์คิโอ อาเซนโฆ – มิเกล ลายุน, อัลบาโร่ กอนซาเลซ, บิคตอร์ รูอิซ, เยาเม่ กอสต้า – ซามูเอล ชุคเวเซ่, ซานติอาโก้ กาเซเรส , ฆาบี ฟ้วยโก้ (มานูเอล ตรีเกโรส), ปาโบล ฟอร์นัลส์ – การ์ลอส บักก้า, เคราร์ด โมเรโน่

เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – ลูก้า โมดริช, กาเซมีโร่, โทนี่ โครส – ลูกัส บาสเกซ, คาริม เบนเซม่า, แกเร็ธ เบล

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

สิงห์บลูส์ลุ้นชัย! เชลซีไม่ไว้หน้าจัดอาซาร์ท้าดวลพาเลซ

สิงห์บลูส์ลุ้นชัย! เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือเชลซี ผลงานไม่เบาหลัง เชือด วัตฟอร์ด ในเกมล่าสุด เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม

สิงห์บลูส์ลุ้นชัย! การจัดทัพอาจส่งแข้งสำรองบางรายลงสนามนำโดย เอแด็น อาซาร์ เช่นเคย ส่วนทาง รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือคริสตัล พาเลซ ฟอร์มดีขึ้นเรื่อยๆไม่แพ้มา 3 เกมแล้ว ตัวความหวังยังคงเป็น วิลฟรีด ซาฮา ลงบัญชาทัพลุย ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 30 ธ.ค. นี้
ปรีวิว ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2561
คริสตัล พาเลซ (14) – เชลซี (4)
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1, เวลา : 19.00 น.
สนาม : เซลเฮิร์สท์ พาร์ค

รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือคริสตัล พาเลซ พาทีมเสมอคาร์ดิฟฟ์ 0-0 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 3 เกมแล้ว

สภาพทีมเกมนี้ ลุงรอยไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ขาดแต่ คริสติย็อง เบนเตเก้ ที่เดี้ยงยาว ส่วน มาร์ติน เคลลี่ และ เวย์น เฮนเนสซี่ย์ ต้องรอทดสอบความฟิต

เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือเชลซี พาทีมชนะวัตฟอร์ด 2-1 ในเกมล่าสุด เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม

สภาพทีมเกมนี้ ซาร์รี่ส่อชวดใช้งานทั้ง เปโดร โรดริเกซ และ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ที่เจ็บมาจากเกมล่าสุด

นอกจากนี้ก็อาจมีการปรับบ้างเล็กน้อย แข้งสำรองอย่าง รอสส์ บาร์คลี่ย์ และ เชส ฟาเบรกาส มีลุ้นออกสตาร์ตเหมือนกัน

สิงห์บลูส์ลุ้นชัย!

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

คริสตัล พาเลซ (4-4-2) : บิเซนเต้ ไกวต้า – อารอน แวน-บิสซาก้า, เจมส์ ทอมกิ้นส์, มามาดู ซาโก้, พาทริค ฟาน อานโฮลท์ – เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, เชกู กูยาเต้, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ – แอนดรอส ทาวน์เซนด์, วิลฟรีด ซาฮา

ผู้จัดการทีม : รอย ฮ็อดจ์สัน

เชลซี (4-3-3) : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เชส ฟาเบรกาส, รอสส์ บาร์คลี่ย์ – วิลเลี่ยน, โอลิลิเย่ร์ ชิรูด์, เอแด็น อาซาร์

ผู้จัดการทีม : เมาริซิโอ ซาร์รี่

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

คล็อปป์คว้าชัยที่100!เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจจากเกมบ็อกซิ่งเดย์

คล็อปป์คว้าชัยที่100! ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทั้ง 9 คู่ในวันบ็อกซิ่งเดย์ผ่านไปแบบสุดมันส์ทีเดียว

คล็อปป์คว้าชัยที่100! เพราะมีการทำประตูกันอย่างมากมาย โดยที่ทีมจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล ยังคงร้อนแรงไม่เลิก ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การนำทัพของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็คว้าชัยได้สวยๆ อีกแล้ว แต่ที่เซอร์ไพรส์คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แพ้เป็นเกมที่สองติดต่อกัน จนตอนนี้ตกไปอยู่อันดับสามเรียบร้อย และนี่คือเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจจากแต่ละเกม
ฟูแล่ม 1-1 วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

คล็อปป์คว้าชัยที่100! 

– วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้แค่ครั้งเดียว ในการออกไปเยือนทีมกรุงลอนดอน 8 นัดหลังสุด (ชนะ 3 เสมอ 4)
– 75% จากจำนวนประตูทั้งหมดในลีกของ “หมาป่า” ฤดูกาลนี้ เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง (15 จาก 20)
– ด้วยวัย 18 ปี กับ 221 วัน ทำให้ ไรอัน แซสแซอญง แข้งดาวรุ่ง “เจ้าสัวน้อย” กลายเป็นนักเตะอายุน้อยสุดอันดับสาม ที่ทำประตูได้ในเกมบ็อกซิ่งเดย์ ต่อจาก เจมส์ มิลเนอร์ (16 ปี กับ 356 วัน ทำได้ในปี 2002) และ ไมเคิ่ล โอเว่น (18 ปี กับ 12 วัน ทำได้ในปี 1997)

คล็อปป์คว้าชัยที่100! 

คล็อปป์คว้าชัยที่100!เกร็ดน่ารู้จาก9เกมบ็อกซิ่งเดย์
– ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ 4 ในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่ผ่านครึ่งทางของฤดูกาลแล้วยังไม่แพ้ใคร ต่อจาก อาร์เซน่อล (2003-04), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2010-11) และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (2017-18)
– เจอร์เก้น คล็อปป์ คว้าชัยที่ 100 ในการคุมทีม “หงส์แดง” รวมทุกรายการ (จาก 181 นัด)
– ฟาบินโญ่ ทำประตูแรกในสีเสื้อ “หงส์แดง”
– โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีส่วนช่วยให้ ลิเวอร์พูล ทำประตูได้ถึง 35 ลูก จากการลงเล่นเกมลีก 28 นัดที่ แอนฟิลด์ (ยิง 25, แอสซิสต์ 10)
– เซอร์ดาน ชากิรี่ ทำ 4 ประตู จากการลงเล่นเกมลีก 4 นัดหลังสุด
– ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ในลีกมา 20 เกมติดแล้ว แถมคว้าชัยรวดใน 8 เกมหลังสุด

คล็อปป์คว้าชัยที่100! 

คล็อปป์คว้าชัยที่100!เกร็ดน่ารู้จาก9เกมบ็อกซิ่งเดย์
– นี่คือครั้งแรกที่ แมนฯ ซิตี้ แพ้เกม พรีเมียร์ลีก 2 นัดติด นับตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2016 ซึ่งการแพ้เกมที่สองในตอนนั้น เป็นการแพ้ต่อ เลสเตอร์ เหมือนกัน
– 6 จาก 11 การพ่ายแพ้ในเกม พรีเมียร์ลีก ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ “เรือใบสีฟ้า” เกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม
– นี่คือเกมแรกในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่แข้งชาวโปรตุกีสแต่ละฝั่ง (แบร์นาร์โด้ ซิลวา ของ แมนฯ ซิตี้ และ ริคาร์โด้ เปเรยร่า ของ เลสเตอร์) ทำประตูได้พร้อมกัน

คล็อปป์คว้าชัยที่100! 

คล็อปป์คว้าชัยที่100!เกร็ดน่ารู้จาก9เกมบ็อกซิ่งเดย์
– แฮร์รี่ เคน หัวหอก “ไก่เดือยทอง” ทำประตูในเกมบ็อกซิ่งเดย์ไปแล้ว 7 ลูก
– ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ฟูลแบ็ก สเปอร์ส กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ที่ทำ 3 แอสซิสต์ภายในเกมเดียว
– คริสเตียน อีริคเซ่น แอสซิสต์ให้ เคน ทำประตูในเกม พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 18 ลูก ทำให้มีแค่คู่หูของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กับ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา (24), ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน กับ เท็ดดี้ เชอริงแฮม (20) และ สตีฟ แม็คมานามาน กับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (20) เท่านั้น ที่มีสถิติดีกว่า
– อีริคเซ่น ทำประตูในเกม พรีเมียร์ลีก จากลูกยิงนอกกรอบเขตโทษไปแล้ว 18 ลูก ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ของ สเปอร์ส
– ผ่านไปแล้ว 19 เกม สเปอร์ส ยังไม่เสมอใคร ซึ่งถือเป็นสถิติยาวนานสุดเทียบเท่ากับ อาร์เซน่อล เมื่อฤดูกาล 1983-84
– เอ็ดดี้ ฮาว นายใหญ่ บอร์นมัธ แพ้ “ไก่เดือยทอง” ในเกม พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 6 ครั้ง ซึ่งมีแค่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงทีมเดียวเท่านั้น ที่ ฮาว แพ้เยอะกว่า (7 ครั้ง)
– ซน ฮึง-มิน ดาวเตะ สเปอร์ส มีส่วนช่วยให้ทีมได้ถึง 10 ประตู จากการลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก 9 นัดหลังสุด (ยิง 7, แอสซิสต์ 3)

คล็อปป์คว้าชัยที่100! 

คล็อปป์คว้าชัยที่100!เกร็ดน่ารู้จาก9เกมบ็อกซิ่งเดย์
– ตอนนี้ เบิรนลี่ย์ เสียไปแล้ว 41 ประตู จาก 19 เกม ขณะที่ฤดูกาลที่แล้วทั้งฤดูกาลพวกเขาเสียแค่ 39 ลูก
– ลูก้าส์ ดีญ ฟูลแบ็ก “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ทำประตูจากลูกฟรีคิกไปแล้ว 2 ตุงในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือว่ามากกว่าทุกคนในลีก
– ประตูขึ้นนำ 1-0 ของ เอฟเวอร์ตัน จากการโขกของ เยร์รี่ มีน่า (1 นาที กับ 39 วินาที) ถือเป็นประตูในเกมบ็อกซิงเดย์ที่เร็วที่สุด นับตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งตอนนั้น แฮร์รี่ เคน และ อดัม จอห์นสัน ต่างทำประตูได้ตั้้งแต่ภายในนาทีแรก
– ริชาร์ลิซอน ยิงให้ เอฟเวอร์ตัน ไปแล้ว 9 ประตู จาก 17 เกม ขณะที่ 38 เกมที่ลงเล่นให้ วัตฟอร์ด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เจ้าตัวทำได้แค่ 5 ประตูเท่านั้น

คล็อปป์คว้าชัยที่100! 

คล็อปป์คว้าชัยที่100!เกร็ดน่ารู้จาก9เกมบ็อกซิ่งเดย์
– เกมนี้ พาเลซ มีโอกาสยิงถึง 31 ครั้ง ส่วน คาร์ดิฟฟ์ มีแค่ 9 หน
– หากนับเฉพาะการยิงเข้ากรอบ พาเลซ มีแค่ 5 หน ขณะที่ คาร์ดิฟฟ์ 4 ครั้ง
– นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่เป็นการดวลกันระหว่างสองกุนซือที่อายุเกิน 70 ปี โดย นีล วอร์น็อค ผู้จัดการทีม คาร์ดิฟฟ์ อายุ 70 ปี กับ 25 วัน ส่วน รอย ฮ็อดจ์สัน นายใหญ่ พาเลซ อายุ 71 ปี กับ 139 วัน

คล็อปป์คว้าชัยที่100! 

คล็อปป์คว้าชัยที่100!เกร็ดน่ารู้จาก9เกมบ็อกซิ่งเดย์
– ปอล ป็อกบา มีส่วนช่วยให้ทีมได้ประตูโดยตรงถึง 4 ลูก จาก 2 เกมในยุคของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
– โซลชา เป็นกุนซือ “ปีศาจแดง” รายที่ 5 ที่ออกสตาร์ตการคุมทีมเกมลีก 2 นัดแรก และเก็บชัยได้หมด ต่อจาก ทีเจ วอลล์เวิร์ธ, แม็ตต์ บัสบี้, เดฟ เซ็กซ์ตัน และ โชเช่ มูรินโญ่
– ฮัดเดอร์สฟิลด์ เก็บคลีนชีตไม่ได้เลย จาก 15 เกมลีกหลังสุดที่บุกไปเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด (เสียถึง 45 ประตู)
– แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่แพ้คาบ้านในเกมบ็อกซิ่งเดย์ มาตั้งแต่ฤดูกาล 1978-79 ซึ่งเกมบ็อกซิ่งเดย์ในฤดูกาลดังกล่าว พวกเขาแพ้ ลิเวอร์พูล คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 0-3
– ฮัดเดอร์สฟิลด์ เป็นทีมที่ 4 ในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่แพ้ถึง 6 เกมภายในเดือนนี้ ต่อจาก นอริช ซิตี้ (เดือนเมษายน 1995), วิมเบิลดัน (เดือนเมษายน 2000) และ เลสเตอร์ ซิตี้ (เดือนเมษายน 2001)

คล็อปป์คว้าชัยที่100! 

คล็อปป์คว้าชัยที่100!เกร็ดน่ารู้จาก9เกมบ็อกซิ่งเดย์
– ไบรท์ตัน แพ้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น จาก 12 เกมลีกหลังสุดยามเตะที่บ้านตัวเอง (ชนะ 5 เสมอ 5)
– – อาร์เซน่อล เสียประตูเกมเยือนในศึก พรีเมียร์ลีก มา 9 นัดติด ซึ่งถือเป็นสถิติยาวนานสุดนับตั้งแต่ที่เคยเสียประตู 11 นัดติด ที่สิ้นสุดลงช่วงเดือนตุลาคม ปี 2010
– ไบรท์ตัน ไม่ชนะในเกมบ็อกซิ่งเดย์มา 10 นัดติดแล้ว หรือนับตั้งแต่เกมที่เชือด ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 1-0 เมื่อฤดูกาล 2005-06
– อาร์เซน่อล ทำประตูในเกม พรีเมียร์ลีก ช่วงครึ่งหลังไม่ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 17 นัด หรือนับตั้งแต่เกมที่ออกไปแพ้ เชลซี 2-3 เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา
– ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง หัวหอกคนเก่ง “ไอ้ปืนใหญ่” มีส่วนช่วยให้ทีมได้ประตูโดยตรงถึง 30 ลูก จากการลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก 32 นัด (ยิง 23, แอสซิสต์ 7)

คล็อปป์คว้าชัยที่100! 

คล็อปป์คว้าชัยที่100!เกร็ดน่ารู้จาก9เกมบ็อกซิ่งเดย์
– เอแด็น อาซาร์ ทำประตู (รวมทุกรายการ) ที่ 100 และ 101 ภายใต้ยูนิฟอร์ม “สิงห์บลูส์” ในเกมนี้
– อาซาร์ ถือเป็นแข้งรายที่ 10 ที่ทำประตูถึงหลัก 100 ลูกให้ เชลซี
– โรเบร์โต้ เปเรย์ร่า ดาวเตะ “แตนอาละวาด” ทำ 3 ประตู จาก 3 เกมลีกที่ลงเล่นดวลกับ เชลซี

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th