คาร์ดิฟฟ์ยิง19หนแต่พ่าย! โอบา-ลากาแซตต์ ซัดพาอาร์เซน่อลเฉือนหวิว

คาร์ดิฟฟ์ยิง19หนแต่พ่าย คาร์ดิฟฟ์ โหมบุกหนักกับโอกาสยิงมากกว่าเจ้าถิ่นถึง 19 ครั้ง

คาร์ดิฟฟ์ยิง19หนแต่พ่าย ได้มาแค่เม็ดเดียวช่วงทดเจ็บ ก่อนจะเป็นฝั่งเจ้าถิ่น อาร์เซน่อล ที่ปิดสกอร์ได้เฉียบคมกว่าจากจุดโทษของ โอบาเมย็อง และอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ช่วยให้ทีมเบียดคว้าชัยแบบหวุดหวิด 2-1 ซิวสามแต้มมี 47 คะแนนเท่ากับ เชลซี แต่แข่งมากกว่าและลูกได้เสียเป็นรอง รั้งที่ 5 เหมือนเดิม ส่วนคาร์ดิฟฟ์รั้งอันดับ 18 ต้องหนีตกชั้นต่อไป ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม, ลอนดอน

เกมนี้ อูไน เอเมรี่ ส่ง เมซุต โอซิต กลับมาเป็น 11 แข้งตัวจริงอีกครั้งนับแต่เกมบ็อกซิ่ง เดย์ โดยปั้นเกมอยู่หลัง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ส่วนแนวรับที่ค่อนข้างมีปัญหาจากอาการบาดเจ็บของตัวหลักวันนี้ใช้ ชโคดราน มุสตาฟี่ ยืนเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับ นาโช่ มอนเรอัล

ขณะที่ นีล วอร์น็อค กุนซือของคาร์ดิฟฟ์ วันนี้มาเต็มสูบจัดแนวรุกพร้อมหน้าทั้ง บ็อบบี้ รีด, อูมาร์ แนสส์ และคัลลั่ม เพเตอร์สัน

คาร์ดิฟฟ์ยิง19หนแต่พ่าย
โดยก่อนเกมได้มีพิธีรำลึกถึง เอมิเลียโน่ ซาล่า กองหน้าผู้สาบสูญระหว่างเดินทางจากน็องต์ สโมสรเก่าของเขามาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกกับ คาร์ดิฟฟ์ โดยมี เมซุต โอซิล และโซล บ็อมบ้า กัปตันของทั้งสองทีมนำช่อดอกไม้แดฟโฟดิล และช่อทิวลิป มาวางไว้ที่กลางสนาม

อนึ่ง หนังสือโปรแกรมการแข่งขันเกมนี้ อาร์เซน่อล ก็ใส่ชื่อของ เอมิเลียโน่ ซาล่า หอกประวัติศาสตร์ของคาร์ดิฟฟ์เข้าไปในโปรแกรมรายชื่อของแข้งทีมเยือนอีกด้วย

คาร์ดิฟฟ์ยิง19หนแต่พ่าย
เกมเปิดฉากมาได้ไม่ถึงสองนาที อาร์เซน่อล เกือบจะขึ้นนำอย่างรวดเร็ว เกนดูซี แทงทะลุช่องให้ โคลาซินัช ปาดเข้ากลางโดนปลายมือ เอเธอริดจ์ ก่อนที่ลากาแซ็ตต์จะตามมายิงด้วยขวาแค่ 6 หลาบอลติดบล็อกออกหลังไป

นาที 6 คาร์ดิฟฟ์ ได้ตอบโต้บ้าง จากลูกคอนเนอร์ โจ รอลล์ส เปิดมาเข้าหัว คัลลั่ม เพเตอร์สัน ขึ้นโขกเต็มหัวแต่บอลไปติดผู้เล่นเจ้าถิ่นเคลียร์ออกไปได้
เกมของทีมเยือนดีขึ้นเรื่อยๆ นาที 12 เกือบชิงขึ้นนำไปก่อนบ้าง หลัง บ็อบบี้ รีด แหวกแนวรับเจ้าถิ่นเข้าไปส่องนอกกรอบแต่บอลเฉียดเสาออกไปหวุดหวิด

คาร์ดิฟฟ์ยิง19หนแต่พ่าย
นาที 19 ปืนใหญ่ได้ลุ้นอีกครั้ง ตอร์เรยร่า เปิดเตะมุมทางขวามาให้ มุสตาฟี่ ที่เทกตัวโขกเหน่งๆบอลพุ่งเสาแรก แม้ลากาแซตต์จะพยายามเข้าซ้ำแต่พุ่งไม่ทันบอลออกหลัง แถมไลน์แมนตีธงเป็นจังหวะล้ำหน้าของหอกเฟร้นช์แมนก่อน

นาที 40 ทีมเยือนได้ลุ้นฟรีคิกจากระยะกว่า 25 หลา โจ เบนเน็ตต์ วางยาวไปเสาสองแต่บอลไปโดน เกนดูซี่ โขกเคลียร์ไปได้ก่อน และจากจังหวะเตะมุม รอลล์ส เปิดมาเสาแรกได้เสียวแต่บอลยังถูกแข้งเจ้าถิ่นสกัดบอลออกมาได้

ท้ายเกมกลายเป็นอาคันตุกะที่ปั่นป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้มากกว่า นาที 44 โจ รอลล์ส ครอสเข้ากลางมาแบบได้ลุ้นแต่ยังไม่ติดแข้งเจ้าถิ่นเคลียร์บอลออกไป ถัดมาช่วงทดเจ็บ “ปืนใหญ่” หวิดได้เฮบ้าง เกนดูซี่ แทงบอลให้ โอซิล หลุดถึงเส้นหลังก่อนหักมาในกรอบ 6 หลาบอลจะถึง ลากาแซ็ตต์ อยู่แล้วแต่ยังโดนแนวรับทีมเยือนตัดบอลออกไปได้

จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล ยังเสมอกับ คาร์ดิฟฟ์ 0-0

คาร์ดิฟฟ์ยิง19หนแต่พ่าย
ครึ่งหลัง อูไน เอเมรี่ แก้เกมถอดเอา โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ออกแล้วส่ง อเล็กซ์ อิโวบี้ ลงไปเสริมเกมรุกแทน

แต่ทีมเยือนยังได้ลุ้นมากกว่าเล่นกันแบบไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีเจ้าถิ่น ทั้งลูกยิงของ คัลลั่ม เพเตอร์สัน และอารอน กุนนาร์สสัน แต่บอลก็ยังไม่เข้ากรอบอยู่ดี

เกมผ่านมาครบ 1 ชั่วโมงพอดี อาร์เซน่อล เปลี่ยนผู้เล่นคนที่สองส่ง คาร์ล เจนกินสัน ลงมาเล่นแทน สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์

คาร์ดิฟฟ์ยิง19หนแต่พ่าย
นาที 65 แฟนเจ้าถิ่นได้เฮกันลั่นเมื่อ ไมค์ ดีน เป่าให้จุดโทษแก่ อาร์เซน่อล จากจังหวะที่ อเล็กซ์ อิโวบี้ แทงบอลให้ โคลาซินัชก่อนโดน เอกูเอเล่ ม็องก้า รวบล้มลงในเขตโทษ ก่อนนาทีต่อมา โอบาเมย็อง ที่สังหารจุดโทษเข้าไป อาร์เซน่อล ขึ้นนำ 1-0

ถัดมาอีกสองนาที ไอ้ปืนใหญ่เกือบนำห่างอีกเม็ด โอซิล จ่ายต่อให้ อิโวบี้ ที่ลงมาสำรองปั่นป่วนแนวรับทีมเยือนได้ดีเลย คราวนี้หลุดเข้าไปอัดด้วยขวาแต่บอลไปติดเซฟของ เอเธอริดจ์

คาร์ดิฟฟ์ เปลี่ยนตัวบ้างส่ง นาธาเนี่ยล เมนเดซ-แลง ลงมาเล่นแทน บ็อบบี้ รีด ในนาที 70 และนาที 73 ส่ง เคนเน็ธ โซฮอร์ ลงเล่นแทน อูมาร์ แนสส์

เอเมรี่ เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย ถอดเอา เมซุส โอซิต กัปตันทีมออกแล้วให้ อารอน แรมซี่ย์ ลงปั้นเกมแทน

คาร์ดิฟฟ์ยิง19หนแต่พ่าย
ท้ายเกมยังเป็น อาร์เซน่อล ที่บดได้มากกว่า และมาได้ประตูนำห่าง 2-0 โอบาเมย็อง จ่ายให้ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ได้บอลทางขวาก่อนลากหนีแนวรับคาร์ดิฟฟ์เข้าไปยิงยัดผ่านตัว เอเธอริดจ์ เข้าไปอย่างเด็ดขาด

ช่วงทดเจ็บ คาร์ดิฟฟ์ มาตีไข่แตกสำเร็จ จากลูกยิงของ เมนเดซ-แลง แต่ไล่ไม่ทัน จบเกม อาร์เซน่อล เปิดบ้านคว้าชัยเหนือ คาร์ดิฟฟ์ 2-1 เก็บสามแต้มขึ้นไปมี 47 คะแนนเท่ากับ เชลซี แต่ลูกได้เสียเป็นรอง แถมแข่งมากกว่ารั้งที่ 5 เหมือนเดิม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

อาร์เซน่อล (4-1-2-1-2) : แบร์นด์ เลโน่ – สเตฟาน ลิคท์สไตเนอร์ (คาร์ล เจนกินสัน น.60), ชโคดราน มุสตาฟี่, นาโช่ มอนเรอัล, เซอัด โคลาซินัช – โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ (อเล็กซ์ อิโวบี้ น.46) – ลูกัส ตอร์เรยร่า, มัตเตโอ เกนดูซี่ – เมซุส โอซิล (กัปตันทีม) (อารอน แรมซี่ย์ น.76) – ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์

ผู้จัดการทีม : อูไน เอเมรี่

คาร์ดิฟฟ์ (4-3-3) : นีล เอเธอริดจ์ – ลี เพลเทียร์, บรูโน่ เอกูเอเล่ ม็องก้า, โซล บ็อมบ้า (กัปตันทีม), โจ เบนเน็ตต์ – โจ รอลล์ส, อารอน กุนนาร์สสัน, แฮร์รี่ อาร์เตอร์ (คาดีม แฮร์ริส น.81) – บ็อบบี้ รีด (นาธาเนี่ยล เมนเดซ-แลง น.70), อูมาร์ แนสส์ (เคนเน็ธ โซฮอร์ น.73), คัลลั่ม เพเตอร์สัน

ผู้จัดการทีม : นีล วอร์น็อค

ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.siamsport.co.th

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *